เมื่อวาน ดร.ป๊อป ได้เดินทางไกลยามฝนตกหนัก เพื่อประเมินกรณีศึกษาน้อง บ. วัย 6 ปี ที่คุณพ่อคุณแม่บ่นว่า น้องชอบเล่นหลายอย่างเร็วๆ นอนตื่นสาย เลือกทานอาหารที่ชอบ ชอบตีน้องเมื่อน้องมาเล่นด้วย ไม่ชอบทำการบ้านวิชาการ โต้เถียงเมื่อพ่อแม่บังคับ
ดังนั้น ดร.ป๊อป จึงให้คุณพ่อคุณแม่ระดมความคิดในการประเมินน้องด้วยเครื่องมือคัดกรองเด็กอาการซนและขาดสมาธิ (The ADHD Screening Questionnaire) พบว่า มีอาการซน 20/44 (ต่ำกว่า 50%) และอาการขาดสมาธิ 32/40 (มากกว่า 50%) แปรผลว่า ไม่มีภาวะไม่อยู่นิ่งและสมาธิสั้น แต่ต้องประเมินเพิ่มเติมว่า "ทำไมมีอาการขาดสมาธิ"
จึงสังเกตทักษะการเล่นและกระบวนการรับความรู้สึกในกิจกรรม "การเรียนรู้ต่อบล๊อกไม้เป็นหมู่บ้าน" กับกิจกรรม "การค้นหาสมุดภาพและดินสอสีพร้อมวาดรูป 1 ภาพ" ซึ่งใช้เวลาทั้งสองกิจกรรมรวม 1 ชม. และต้องมีการกระตุ้นให้ "คิดเองทำเอง" ไม่เกิน 3 ครั้ง แต่สังเกตว่า "การจัดสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ที่บ้านไม่เหมาะสม" เช่น ห้องนอนรก ทำให้ค้นหาสิ่งของลำบาก เล่นและเรียนบนพื้นห้องรับแขกและห้องทานอาหาร นอนและเรียนบนพื้นเตียงนอน เป็นต้น นอกจากนี้ที่บ้านมีสภาพการเลี้ยงดูเด็ก 3 คน (รวมกรณีศึกษาที่เป็นคนโต ห่างจากคนกลาง 4 ปี และคนเล็กเพียง 7 เดือน) มีพี้เลี้ยง พ่อแม่ ที่ดูแลร่วมกับการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมที่บ้านด้วย
เมื่อสอบถามการจัดการเวลาในกิจวัตรประจำวันพบว่า ต้องเร่งรีบ บังคับและดุให้น้องตื่นนอนแต่เช้า เด็กถูกจับทำแต่งตัว ถักเปีย และกินอาหารในขณะรถติด และผลการเรียนสอบตก 4 วิชา และผ่าน 3 วิชา (ชั้นป. 1 ที่โรงเรียนเน้นระบบวิชาการ) ซึ่งพ่อแม่แก้ไขด้วยการจ้างครูสอนวิชาการพิเศษหลังเลิกเรียน
เมื่อดูคะแนนแบบประเมินพฤติกรรมการประมวลความรู้สึก (Evaluation of Sensory Processing) พบว่า มีความไวในการได้ยินมากถึง 24/40 (มากกว่า 50%) ส่วนระบบอื่นๆ เหมาะสม (ต่ำกว่า 50%) และเชื่อมโยงกับแบบสังเกตพฤติกรรมการเล่น (Play Observation Checklist) ที่เด็กไม่สามารถคงสมาธิในการทำงานได้ต่อเนื่องและหันเหความสนใจง่าย
ดังนั้น ดร.ป๊อป จึงแปรผลว่า "เด็กสมาธิสั้นมาจากพัฒนาการประมวลความรู้สึกของการได้ยินไวเกินไป ทำให้หันเหความสนใจกับเสียงต่างๆ ง่าย ดังนั้นจึงเรียนรู้และรับรู้ข้อมูลการสื่อที่เป็นเสียงได้ลำบากและไม่มีความสุข" เช่น เสียงคุณครูที่สอนในชั้นเรียนทำให้เด็กไม่สนใจฟัง เสียงดุของพ่อแม่ทำให้เด็กเพิกเฉย
ดร.ป๊อป จึงแนะนำการช่วยเหลือเบื้องต้น คือ การจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยการมองเห็นข้อมูล การเคลื่อนไหวเล่นควบคู่กับการเรียน การสัมผัสด้วยความรักจากพ่อแม่อย่างไม่เร่งรีบ ไม่ตำหนิ ให้โอกาสเตือน 3 ครั้งก่อนสื่อสารว่าจะช่วยเหลือแบบบังคับเล็กน้อย และจัดห้องเรียนในบ้านด้วยสื่อที่เป็นภาพ คลิปวิดีโอ การเรียนรู้ภาพคำศัพท์แบบไม่ท่องจำแต่เขียนวาดเป็นศิลปะ เป็นต้น
น่าสนใจมากคะ ว่า ADHD เกิดจากระบบประมวลความรู้สึกในสมองแตกต่างจากคนปกติทั่วไป
ขอรบกวน ดร.ป๊อป แนะนำลิงค์สำหรับดาวน์โหลด/ศึกษาแบบประเมินคัดกรอง ADHD คะ
ในกรณี ผู้ใหญ่ มีแบบประเมินลักษณะนี้ด้วยไหมคะ
ขอบคุณมากคะ
ขอบคุณครับคุณหมอ CMUpal
แบบประเมินคัดกรอง ADHD ทางอาจารย์กิจกรรมบำบัด มช. แปลมาจากหนังสือกิจกรรมบำบัดครับ มีแต่สำเนาเอกสาร เลยไม่มีลิงค์ ต้องขออภัยด้วยครับ
ในกรณีผู้ใหญ่สามารถพัฒนาจาก ADHD เป็น LD หรือ Learning Disorders ถ้ามีภาวะทางจิตร่วมด้วย ก็สามารถพัฒนาเป็นความบกพร่องทางสุขภาพจิตอื่นๆ ได้
ตามมาอ่านก่อนนะครับน้อง Dr. Pop พอดีกำลังยุ่งๆครับ
ขอบคุณมากครับพี่ อ.ดร.ขจิต ที่นับถือ
เรียนท่านอาจารย์ Pop
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านอาจารย์ JJ