ฉันคาดหวังที่จะเห็นหนัง "คนโขน" สร้างปรากฏการณ์ให้คนไทยไปดูโขนกันมากขึ้น

 

            ฉันชอบดูโขน จึงตั้งใจจะไปดูหนัง “คนโขน”  จัดเวลาให้ตัวเองไปดูหนังมาแล้วตั้งแต่วันพุธ อยากเขียนถึงตั้งแต่วันนั้น แต่ยั้งใจรออ่านหนังสือชื่อเดียวกันให้จบเสียก่อน

            คนโขน เป็นผลงานของ ศรัณยู วงศ์กระจ่าง  ทั้งกำกับการแสดง เขียนเรื่องและเขียนบทเองล้วนๆ

            คนโขน เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มกำพร้าชื่อชาดที่เติบโตในบ้านครูโขน “ครูหยด” เขาถูกคาดหวังจากครูหยดให้เป็นผู้สืบทอดศิลปะโขน แต่สุดท้ายชีวิตชาดถูกลิขิตด้วย “กรรม” ที่เกิดจาก “ตัณหา” ของรำไพเมียสาวของครู เป็นจุดหักเหให้ชีวิตทั้งของครูหยด และของชาด เด็กหนุ่มเปี่ยมพรสวรรค์ที่กำลังจะเติบโตเพื่อสืบทอดศิลปะโขนของครูหยดต้องเปลี่ยนไปในทางเลวร้าย  กระทั่งวันหนึ่งเพื่อนสนิทของครูหยดเปิดเผยความลับสำคัญที่ดึงให้ชาติกลับมาหาครูหยดอีกครั้ง 

          น่าแปลกใจเหลือเกินที่คนเขียนบททำให้เรื่องจบลงแบบโศกนาฏกรรม แทนที่จะคลี่คลายไปในทางดี ฉันพยายามคิดแบบเดาใจคนเขียนบท(ตอนที่มานั่งเขียนบันทึกนี้)ว่า อาจตั้งใจให้คนสามคนชดใช้กรรมที่ทำร่วมกันมา

          ดูหนังจบแล้วนึกถึงหนังไทยที่เคยดูหลายปีก่อนเรื่อง “โหมโรง”  หนังเรื่องนั้นสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในสังคม นั่นคือพ่อแม่จูงลูกจูงหลานไปเรียนระนาด   งานเลี้ยงไหนไม่มีวงระนาดของขุนอินไปโชว์ว่าถือว่าไม่อินเทรนด์ 

          เป็นปรากฏการณ์ที่เป็นคุณต่อวงการดนตรีไทยอย่างยิ่งยวด

          โหมโรงเมื่อเริ่มฉายก็เป็นลูกผีลูกคน  แต่เพราะหนังดีจริง เมื่อคนไปดูออกมาบอกต่อผ่านทางสื่อออนไลน์ ปากต่อปาก  คนจึงแห่ไปดูล้นหลาม จนเกิดปรากฎการณ์พิเศษสำหรับหนังไทยคุณภาพนอกกระแสเรื่องนั้นที่ทำรายได้แหวกกระแสหนังผี หนังตลก ได้สำเร็จ

          ฉันคาดหวังที่จะเห็นหนัง "คนโขน" สร้างปรากฏการณ์ให้คนไทยไปดูโขนกันมากขึ้น

          ในฐานะ “คนรักหนัง” ในปัจจุบัน เคยเป็น “คนบ้าหนัง” ที่ตะลุยดูหนังวันละ ๕-๖ เรื่องในอดีต เอาใจช่วยหนังไทยมาตลอด  และอยากให้กำลังใจคนทำหนังไทยคุณภาพ ขอให้คะแนนความตั้งใจเต็ม ๑๐ สำหรับคุณตั้ว (ศรัณยู วงศ์กระจ่าง)

           ยิ่งได้อ่านหนังสือ “คนโขน” ที่คุณตั้วตั้งใจออกวางแผงให้คนอ่านไปพร้อมๆ กับดูหนัง ยิ่งเห็นความตั้งใจดี

          แต่ความตั้งใจดีที่จะ “บรรจุ” สิ่งดีๆ ลงในหนังทั้งหมดเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้  หนังคนโขนจึงขาดไปบ้าง เกินไปบ้าง  จุดอ่อนสำคัญน่าจะเป็นบทหนังที่ยังไม่สามารถผูกโยงความสัมพันธ์ของตัวละครให้เกาะเกี่ยวกับจนเห็นภาพใหญ่ของเรื่อง และที่มาของเหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่องของตัวละครที่เป็น “คู่ชัง” ระหว่าง “ครูหยด กับ ครูเสก” และ “ชาด กับ คม”  เหตุการณ์ที่เกิดจึงลอยๆ ไม่มีน้ำหนัก ไม่ได้ใจคนดู

          ฉันคาดหวังที่จะเห็น การกระบวนการฝึกโขนที่เข้มงวดของครูหยด  คาดหวังที่จะเห็นฉากใหญ่โชว์สุดยอดศิลปะโขนที่ถ่ายทอดผ่านชาดให้เป็นไคลแม็กซ์ของหนังที่ตรึงคนดูให้ซาบซึ้งอิ่มเอมไปกับศิลปะการรำโขนอันงดงาม  เหมือนที่เห็นฉากดวลระนาดในหนังโหมโรงที่ตรึงคนดูให้ลืมหายใจ และจดจำติดหูติดตามาจนบัดนี้  ต้องขอบอกตรงๆ ว่าหนังคนโขนยังทำไม่สำเร็จ

          ฉากที่ฉันคิดว่าทำได้ดี น่ารักมาก คือ “การบอกรัก” นางเอกลิเกสาวสวยที่ชื่อ “แรม”  ผ่านท่ารำโขนของชาด แต่ก็ยังไม่เต็มร้อย

         ดาราใหญ่ ๓ คน คือ สรพงศ์ ชาตรี (ครูหยด)  นิรุติ ศิริจรรยา (ครูเสก) และ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล (ซ่อนกลิ่น) แสดงได้สมสถานะดาราใหญ่  ดารารุ่นเด็กยังขาดๆ เกินๆ  พระเอกหน้าใหม่ที่แสดงเป็นชาด ออกมาบางฉากดูดี เป็นธรรมชาติ แต่บางฉากดูแข็ง  ดาราที่แสดงเป็นแรมดูน่ารัก อ่อนหวาน เป็นธรรมชาติมากกว่าทุกคน  

         ที่ขอเชียร์หมดใจและชื่นชมแบบไม่เกรงใจใคร คือความตั้งใจของคุณตั้วที่จะถ่ายทอดคุณค่าของโขนออกมาเป็นหนัง ทำให้ฉันมองข้ามความขาดๆ เกินๆ ของหนังไปได้

          ขอเขียนบันทึกเพื่อเชิญชวนให้ทุกคนไปให้กำลังใจคนทำหนังไทยคนหนึ่ง  เวลา ๒ ชั่วโมงน่าจะไม่สูญเปล่า

          และขอเชิญชวนให้ไปหาซื้อหนังสือชื่อ “คนโขน” มาอ่านด้วย  เพราะในเล่มมีสาระสำคัญที่ช่วยให้เรารู้จักโขนมากขึ้น.

 

ศุกร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๔

 

บันทึกแถมท้าย

         ชุมชน G2K แห่งนี้มีครูเป็นสมาชิกกว่าครึ่ง แต่ไม่ค่อยมี “คอหนัง” สักเท่าไหร่  เพื่อให้เห็นภาพ ก็ขออนุญาตลองเทียบเคียงการนั่งดูหนัง กับการนั่งฟังครูสอน

          การดูหนังดีสักเรื่อง เหมือน เรานั่งฟังครูสอนเก่งๆ ๒ ชม.  หนังมีหน้าที่ “เล่าเรื่อง”  ครูมีหน้าที่สอนให้ “รู้เรื่อง”  บทหนังคือหัวใจของหนังฉันใด  แผนการสอนดีๆ ก็เป็นหัวใจของการสอนฉันนั้น 

         แต่ถึงบทหนังเขียนไว้ดี  หนังจะเป็นหนังดี ดูสนุก ได้คุณค่า  ต้องมาจากฝีมือผู้กำกับล้วนๆ   เหมือนแผนการสอนดี แต่ครูสอนไม่เก่งเด็กๆ ก็เรียนไม่รู้เรื่องไม่สนุกฉันนั้น.