เรื่องของ Adverbs (กริยาวิเศษณ์) ในภาษาอังกฤษ


เรื่องของ Adverbs (กริยาวิเศษณ์) ในภาษาอังกฤษ
เรื่องของ Adverbs (กริยาวิเศษณ์) ในภาษาอังกฤษ

ชนิดของกริยาวิเศษณ์ (Types)
Adverb ( กริยาวิเศษณ์ ) คือคำที่ใช้ประกอบหรือขยายคำต่อไปนี้เพื่อให้ได้ความหมายชัดเจน สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
  1. Verb (กริยา) เช่น He works hard every day. ( hard เป็น adverb ขยายคำกริยา work )
  2. Adjective ( คำคุณศัพท์) เช่น It is surprisingly hot today. ( surprisingly เป็น adverb ขยาย คุณศัพท์ hot )
  3. คำกริยาวิเศษณ์ด้วยกันเอง เช่น The train travels very quickly.( very ซึ่งเป็น adverb ขยาย quickly ซึ่งเป็น adverb )
  4. Pronoun (สรรพนาม) เช่น What else I can say? ( else เป็น adverb ขยาย what ซึ่งเป็น สรรพนาม )
  5. กลุ่มคำที่เป็นวลี เช่น They lived nearly on the top of the hill. ( nearly เป็น adverb ขยายวลี on the top of the hill )
  6. ประโยค เช่น However, I was successful in the examination ( however เป็น adverb ขยายประโยคที่ตามมา )
  7. จำนวนนับ เช่น I go to Huahin almost every week. ( almost เป็น adverb ขยายจำนวนนับ every )
  8. Preposition (บุพบท) เช่น I hit him right on his nose . ( right ในที่นี้แปลว่า"พอดี " เป็น adverb ขยาย preposition "on")
  9. Conjunction ( สันธาน ) เช่น He didn't stop working even though he was very tired. ( even =ถึงขนาดนั้น เป็น adverb ขยายสันธาน though)

การจัดชนิดของ adverbs นี้ แต่ละตำราจะแบ่งไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วเนื้อหาจะเหมือนกัน ในที่นี้จัดกลุ่มดังนี้

Adverb ที่ขยาย adjective และ adverb ได้แก่
1.Adverbs of Degree ซึ่งปกติจะนำหน้าคำที่มันขยาย

Adverb ที่ขยาย verb ได้แก่
2. Adverbs of Time
3. Adverbs of Manner
4. Adverbs of Place
5. Conjunctive Adverbs

อื่นๆ
6. Interrogative Adverbs
7. Relative Adverbs
8. Viewpoint and Commenting Adverbs
9. Adverbs phrases and clauses of purpose
10. Adverbs of Certainty

1. Adverbs of Degree
เป็นกริยาวิเศษณ์ทส่วนใหญ่ี่ไปขยาย adjective หรือ adverb ด้วยกันเอง เพื่อบอกระดับหรือปริมาณความมากน้อย คำที่พบบ่อยๆ ได้แก่
absolutely, certainly, definitely, probably, entirely, obviously, very, almost, nearly, quite, just, too, enough, hardly, completely, very, extremely, exactly, scarcely, so, much, quite, perhaps, probabl,y rather, fairly, only, slightly
ตำแหน่งของ Adverbs of Degree ส่วนใหญ่วางหน้าคำที่มันขยาย มักจะขยาย adjective หรือ adverb ด้วยกันเอง และวางหน้า main verb หรือระหว่างกริยาช่วย ( auxiliary verb )กับ main verb เช่น
The water was extremely cold. น้ำนั้นเย็นเจี๊ยบเลย ( ขยาย adjective - cold)
I am too tired to go out tonight. ฉันเหนื่อยเกินไปกว่าที่จะออกไปข้างนอกคืนนี้ ( ขยาย adjective - tired)
Please do not speak too fast. โปรดอย่าพูดเร็วเกินไป ( ขยาย adverb - fast )
He hardly noticed what she was saying. เขาแทบไม่ได้สังเกตว่าเธอพูดอะไร ( วางหน้า main verb - noticed )
She had almost finished her breakfast when I came in. เธอกินอาหารเช้าเกือบเสร็จแล้วตอนที่ฉันเข้ามา ( วางระหว่างกริยาช่วย - had กับ main verb - finished )

2. Adverbs of Time
เป็น adverb ที่ บอกว่าการกระทำนั้นเกิดเมื่อใด (when ) เป็นเวลานานแค่ไหน ( for how long ) และบ่อยแค่ไหน ( how often ) เช่น
When : เช่น today, yesterday, later,now, last year, after,soon, before, sometime (ขณะใดขณะหนึ่งในอดีต,อนาคต ), immediately, recently,early
For how long : เช่น all day, not long, for a while, since last year, temporarily, briefly, from......to, till, until (บางตำราแยกเป็น Adverbs of Duration )
How often : เช่น sometimes (บางครั้ง บางคราว ), frequently, never, often, always, monthly ( บางตำราแยกหัวข้อนี้ออกเป็น Adverbs of Frequency )

การวางตำแหน่งของ Adverbs of time
  • Adverb ที่บอกว่าเกิดเมื่อใด ( When ) ส่วนมากจะนิยมวางท้ายประโยค เช่น
    I 'm going to tidy my room tomorrow. ฉันจะจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยพรุ่งนี้
    You have to get back before dark. คุณต้องกลับมาก่อนจะมืดค่ำ
    Everyone arrived early. ทุกคนมาเร็วกว่าเวลาที่กำหนด
    It is time to leave now. ได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว
  • แต่อาจวางหน้าประโยคได้เช่น
    Today I will go to the library. วันนี้ ฉันจะไปห้องสมุด
    Now it is time to leave. ได้เวลาที่จะต้องไปแล้ว
  • Adverb of time ส่วนมากจะวางไว้ในกลางประโยคไม่ได้ ยกเว้น now, once, และ then เช่น It is now time to leave.
  • Adverb ที่บอกว่าเป็นเวลานานแค่ไหน ( for how long ) ส่วนมากวางท้ายประโยคเช่นกัน เช่น
    I lived in Australia for a year. ฉันเคยอยู่ที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 1 ปี
    My daughter went out with her friends all day. ลูกสาวฉันออกไปกับเพื่อนของเธอทั้งวัน
    John will be here from tomorrow till next week. จอห์นจะอยู่ที่นีตั้งแต่พรุ่งนี้ถึงอาทิตย์หน้า
  • Adverb ที่บอกว่าบ่อยแค่ไหน ( how often ) เป็นการแสดงความถี่ของการกระทำ ส่วนมากวางหน้ากริยาหลัก ( main verb ) แต่หลังกริยาช่วย ( auxiliary verbs ) เช่น be, have, may, must
    I often eat vegetarian food. ฉันรับประทานอาหารมังสวิรัติอยู่บ่อยๆ
    He never drinks milk. เขาไม่เคยดื่มนม
    You must always fasten your seat belt. คุณจะต้องคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ (เช่น เวลาขับรถ นั่งเครื่องบิน )
  • Adverb ที่บอกว่าบ่อยแค่ไหนซึ่งระบุจำนวนเวลาของการกระทำที่แน่นอน ส่วนมากจะวางท้ายประโยค เช่น
    This magazine is published monthly. นิตยสารฉบับนี้ออกเป็นรายเดือน
    He visits his mother once a week. เขาไปเยี่ยมมารดาของเขาอาทิตย์ละครั้ง (เป็นกิจวัตร)
  • Adverbsที่สามารถวางท้ายประโยค หรือวางหน้ากริยาหลักเช่น frequently,generally, normally, occasionally,often, regularly, sometimes, usually เช่น
    She regularly visits France. เธอไปฝรั่งเศสเป็นประจำอย่างสม่ำ่เสมอ
    She visits France regularly.
    We occasionally go to the cinema. เราไปดูภาพยนต์ในบางโอกาส
    We go to the cinema occasionally.
หมายเหตุ
sometime ( ขณะใดขณะหนึ่งในอดีต,อนาคต) เป็น adverb ที่บอกว่าการกระทำเกิดเมื่อใด ( When )
sometimes ( บางครั้งบางคราว ) เป็น adverb ที่บอกความถี่ของการกระทำ ( how often ) ดังนี้
I would like to read that book sometime. ฉันอยากจะอ่านหนังสือเล่มนั้นเมื่อใดเมื่อหนึ่ง
I sometimes see him in the park. ฉันเจอเขาในสวนสาธารณะเป็นครั้งคราว

3. Adverbs of Manner เป็น adverb ที่บอกว่าการกระทำนั้นได้กระทำในลักษณะอาการอย่างไร ( How ) ส่วนมากจะเป็น adverb ที่ลงท้ายคำด้วย -ly เช่น
actively อย่างกระฉับกระเฉง
any how อย่างไรก็ดี
aggressively อย่างก้าวร้าว
loudly อย่างดัง
carefully อย่างระมัดระวัง
distinctly อย่างเห็นได้ชัด
easily อย่างง่ายดาย
equally โดยเท่าเทียมกัน
fast อย่างเร็ว
gladly อย่างดีใจ
greedily อย่างตะกละ ละโมบ
intentionally อย่างตั้งใจ
quickly อย่างเร็ว
promptly อย่างไม่ชักช้า
simply โดยง่าย, ธรรมดา
quietly อย่างเงียบเชียบ
still โดยสงบนิ่ง
sincerely อย่างจริงใจ
together ร่วมกัน
suddenly โดยกระทันหัน
wisely อย่างฉลาด
well อย่างดี

การวางตำแหน่งของ Adverbs of Manner
  • ถ้าประโยคไม่มีกรรมให้วางหลังกริยา เช่น
    They walk slowly. เขาเดินอย่างช้าๆ ( ประโยคนี้ไม่มีกรรม slowly วางหลังกริยา walk ในประโยคต่อๆไปก็เช่นกัน)
    Her eyes shine brightly. ดวงตาของเธอเป็นประกายสดใส
    We waited patiently for the show to begin. เรารอให้การแสดงเริ่มอย่างอดทน
  • ถ้าประโยคนั้นมีกรรม ให้วางหลังกรรม
    I can speak Japanese well. ฉันพูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างดี ( Japanese เป็นกรรมของ speak )
    She sings the song beautifully. เธอร้องเพลงนั้นได้เพราะ ( song เป็นกรรมของ sing )
    Adverb of Manner ที่ลงท้ายด้วย -ly หรือเป็นคำที่แสดงความเห็นของผู้พูดเกี่ยวกับการกระทำนั้น ส่วนใหญ่นิยมวางไว้ในประโยค
    I have carefully considered all of the possibilities. ฉันได้พิจารณาความเป็นไปได้ต่างๆอย่างระมัดระวัง
    I hardly had any time to talk to him. ฉันไม่ค่อยมีเวลาคุยกับเขา
  • Adverbs of Manner อาจจะวางไว้หน้าประโยคได้เมื่อต้องการเน้น Adverb นั้น
    Patiently, we waited for the show to begin. เรารอให้การแสดงเริ่มอย่างอดทน
  • ประโยคอุทานที่ขึ้นต้นด้วย How ให้วาง Adverbs of Manner ไว้หลัง How เช่น
    How quickly the time passes! เวลาช่างผ่านไปเร็วอะไรเช่นนี้
    How hard she works! เขาทำงานหนักอะไรอย่างนี้
  • ในประโยค passive voice ถ้ามี Adverb of Manner มาขยาย ให้วางไว้หน้ากริยาช่อง 3 เสมอ
    The report was well written. รายงานนั้นได้มีการเขียนเป็นอย่างดี
  • ในการใช้อย่างเป็นทางการ ( formal English ) จะไม่วาง Adverb of Manner ตามหลัง to ใน infinitive
    I wanted to carefully consider the situation. (informal) ฉันต้องการพิจารณาสถานการณ์นั้นอย่างระมัดระวัง
    I wanted to consider the situation carefully. ( formal )
  • Adverb of Manner ที่เป็น phrases และ clauses ปกติวางท้ายประโยค
    We arrived on foot. เราไปถึงโดยการเดิน ( on foot เป็น phrase )
    We finished the work as quickly as we could. เราได้ทำงานเสร็จลงอย่างรวดเร็วเท่าที่สามารถจะทำได้ ( as quickly as we could เป็น clause )
  • แต่ในกรณีที่ต้องการเน้น สามารถนำมาไว้หน้าประโยคได้
    As quickly as we could, we finished the work.

4. Adverb of Place เป็น adverb ที่ บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นที่ไหน (Where) คำที่ใช้บ่อย เช่น
upstairs, downstairs, outside, inside, outdoors, indoors, here, there, somewhere, nowhere, everywhere, anywhere, elsewhere, home, southwards, backwards

ตำแหน่งของ Adverb of Place ปกติจะวางท้ายประโยคหลังกริยาหลัก ( main verb ) หรือหลังกรรม ( object )และไม่มีคำอื่นต่อท้าย เช่น
The students are walking home. พวกนักเรียนกำลังเดินกลับบ้าน ( วางท้ายประโยคและหลังกริยา)
You 'll find these flowers everywhere.คุณจะพบว่ามีดอกไม้เหล่านี้อยู่ทุกหนแห่ง ( วางท้ายประโยคหลังกรรม- flowers )
The books are here. หนังสืออยู่ที่นี ( วางท้ายประโยคหลังกริยาช่วย- are )
Cat don't usually walk backwards.แมวไม่่เดินถอยหลัง (วางท้ายประโยคหลังกริยาหลัก- walk )

หมายเหตุ
towards เป็น preposition ซึ่งจะต้องตามด้วย nouns หรือ pronouns เท่านั้น มิใช่ Adverb of Place เช่นประโยคต่อไปนี้ He walked towards the car. เขาเดินตรงไปที่รถ ( car เป็น noun )

นอกจากนั้นมีคำต่อไปนี้ ซึ่งถ้าใช้ตามหลังคำกริยาโดยไม่มีคำอื่นต่อท้ายอีกจึงจะทำหน้าที่เป็น Adverb of Place หากมีคำต่อท้ายจะทำหน้าที่เป็นบุพบท (preposition) above, along, at, across, after, about, around, away, by, below, before, back, behind, on, up, down, near, next, in, throug,h off, over, aside, under
เช่น
He told me to stand up. เขาบอกให้ฉันยืนขึ้น ( upในที่นี้เป็น adverb of place ขยาย stand )
Jack climbed up the ladder. แจ๊คปีนขึ้นบันได ( up ในที่นี้ทำหน้าที่ี้เป็น preposition แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Jack กับบันได)

5. Conjunctive Adverbs เป็นกริยาวิเศษณ์ที่ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมอนุประโยค (independent clause )ในประโยค โดยมีข้อความของอนุประโยคหน้าและอนุประโยคหลังเชื่อมโยงกัน เช่นคำต่อไปนี้
accordingly, also, anyway, besides, certainly, consequently, further, furthermore, hence, however, incidentally, indeed, meanwhile, moreover, namely, nevertheless, next, nonetheless, similarly, still, then, thereafter, therefore, thus, finally, likewise, otherwise, finally, instead, now, undoubtedly, so, again, in fact, for example, on the contrary

การใช้ Conjunctive Adverbs ในการเชื่อมอนุประโยค จะต้องใช้ semi colon ในการเชื่อมประโยคและคำ Conjunctive Adverbs ต้องมี comma ตาม ยกเว้น so และ otherwise ไม่ต้องมี comma เช่น
Bill went to school; however, he didn't attend classes. บิลไปโรงเรียนแต่ไม่ได้เข้าเรียน
The check was for more than the balance; consequently, it bounced. จำนวนเงินในเช็คนั้นมากกว่าเงินในบัญชี เช็คจึงเด้ง
You will need to focus on the goal; otherwise it is easy to get distracted. คุณต้องมุ่งจุดสนใจไปที่เป้าหมาย มิฉะนั้นอาจจะถูกทำให้เขวได้ง่าย ( ไม่ต้องมี comma ตาม otherwise )
Conjunctive Adverbs วางได้หลายตำแหน่งโดยความหมายไม่เปลี่ยนไป เช่น
We wanted to go on a picnic; however, the weather turned bad and we weren't able to go. เราต้องการไปปิคนิค อย่างไรก็ดีเกิดอากาศไม่ดีขึ้นมาเราจึงไปไม่ได้
We wanted to go on a picnic; the weather turned bad, however,and we weren't able to go.
We wanted to go on a picnic. The weather turned bad and we weren't able to go, however. ประโยคนี้ไม่ต้องมี semi colon เนื่องจากเป็น 2 ประโยคไม่ใช่ 2 อนุประโยค
โปรดสังเกตว่า semicolon เป็นเครื่องหมายเชื่อมอนุประโยค ไม่ใช่เครื่องหมายนำหน้า Conjunctive Adverbs

6. Interrogative Adverbs เป็นกริยาวิเศษณ์นำในประโยคคำถาม ได้แก่คำดังต่อไปนี้ why, where, how, when เช่น
Why are you so late? ทำไมคุณสายจัง
Where is my passport? หนังสือเดินทางฉันอยู่ไหน
How much is that coat? เสื้อโค้ตตัวนั้นราคาเท่าไร
When does the train arrive? รถไฟมาถึงเมื่อไร

หมายเหตุ how สามารถใช้ได้ 4 วิธี
  1. ในความหมาย 'ทำอย่างไร ( in what way)?':
    How did you make this sauce? คุณทำซอสนี้อย่างไร
    How do you start the car? คุณติดเครื่องรถยนต์อย่างไร
  2. ใช้กับ adjectives:
    How tall are you? คุณสูงเท่าไร
    How old is your house? บ้านคุณเก่าแค่ไหน
  3. ใช้กับ much และ many:
    How much are these tomatoes? มันฝรั่งนี้ราคาเท่าไร
    How many people are coming to the party? จะมีคนมางานปาร์ตี้กี่คน
  4. ใช้กับ adverbsตัวอื่นๆ :
    How quickly can you read this? คุณอ่านนี่ได้เร็วแค่ไหน
    How often do you go to London? คุณไปลอนดอนบ่อยแค่ไหน

7. Relative Adverbs เป็นคำกริยาวิเศษณ์นำหน้า relative clause ได้แก่คำ when, where, why แทนคำ preposition + which
I remember the day when we first met . ฉันจำวันที่เราพบกันครั้งแรกได้ ( when = preposition on + which )
That's the restaurant where we had dinner last night. นั่นคือภัตราคารที่เรามาทานอาหารเ้ย็นกันเมื่อวานนี้ ( where= preposition at/in + which)
The reason why he refused is unconvincing. เหตุผลที่เขาปฏิเสธนั้นไม่น่าเชื่อถือเลย ( why= preposition for + which )

8. Viewpoint and Commenting Adverbs เป็นคำกริยาวิเศษณ์แสดงความเห็นของผู้พูด ส่วนมากได้แก่คำต่อไปนี้ honestly, seriously, confidentially, personally, surprisingly, ideally, economically, officially, obviously, clearly
Honestly, I think he is a liar. จริงๆนะ ฉันว่าเขาเป็นคนโกหก
Personally, I'd rather go by train. โดยส่วนตัวแล้วฉันอยากจะเดินทางโดยรถไฟ
You obviously enjoined your meal.

9. Adverbs phrases and clauses of purpose เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่ตอบคำถาม "Why" ในรูปของวลีหรืออนุประโยค เช่น
I went to the store yesterday to buy some sugar.
I will go to the library tomorrow to return the book.
I need to buy a new shirt because my old one is worn out.

สามารถจะนำวลีหรืออนุประโยคนั้นวางหน้าประโยคได้โดยตามด้วย comma
Because it was such a beautiful day, I decided to go for a walk.

10. Adverbs of Certainty เป็นคำกริยาวิเศษณ์ แสดงความรู้สึกแน่ใจของผู้พูด คำที่ใช้มากเช่น
certainly,definitely, probably, undoubtedly, surely
He definitely left the house this morning
He has certainly forgotten the meeting
He will probably remember tomorrow
Undoubtedly, Winston Churchill was a great politician.

หมายเหตุ คำบางคำอาจทำหน้าของกริยาวิเศษณ์ได้หลายอย่างเช่น undoubtedly เป็นได้ทั้ง conjunctive adverbs เชื่อมอนุประโยค และ Adverb of Certainty แสดงความแน่ใจ



การทำให้เป็นคำกริยาวิเศษณ์ (Formation )
Adverbs ส่วนมากมีแหล่งที่มาจากคำคุณศัพท์ ( adjectives ) โดยการเติมปัจจัย ( suffix ) -ly คำคุณศัพท์ตัวนั้นจะกลายเป็น คำกริยาวิเศษณ์ แต่ก็มี adverb บางคำที่มาจาก nouns โดยการเติม - ly เช่น

nouns

adverbs

 
day daily รายวัน
week weekly รายสัปดาห์
month monthly รายเดือน
year yearly รายปี

A. Adverb of Manner ที่มาจาก adjectives โดยการเติม -ly
Adverbs ที่มาจาก adjectives ส่วนมากจะเป็น Adverbs of Manner โดยมีหลักการเติม - ly ข้างท้ายดังนี้
  1. เติม - ly โดยตรง เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      bad   badly
      complete   completely
      normal   normally
      surprising   surprisingly
  2. Adjectives ที่ลงท้ายด้วย ic เติม - al และตามด้วย -ly เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      dramatic   dramatically
      scientific   scientifically
      specific   specifically
  3. Adjectives ที่ลงท้ายด้วย le หากหน้า -le เป็นอักษรเสียงพยัญชนะ เปลี่ยน e เป็น y
    Adjectives Adverbs of Manner
      favorable   favorably
      humble   humbly
      simple   simply
  4. Adjective ที่ลงท้ายด้วย le หากหน้า le เป็นอักษรเสียงสระส่วนมากจะเติม ly เลย เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      agile   agilely
      sole   solely

    ยกเว้น whole ซึ่ง e ถูกตัดออกก่อนเติม ly
    Adjective Adverb of Manner
      whole   wholly
  5. Adjectives ที่ลงท้ายด้วย ll เติม y เพียงตัวเดียว เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      dull   dully
      full   fully
  6. Adjectives ลงท้ายด้วย ue อักษร e ตัวสุดท้ายจะถูกตัดออกไปก่อนเติม ly เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      due   duly
      true   truly
  7. Adjectives ที่ลงท้ายด้วย y โดยมีอักษรเสียงพยัญชนะนำหน้า y โดยทั่วไปจะเปลี่ยน y เป็น i ก่อนเติม ly เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      busy   busily
      easy   easily
      happy   happily
      angry   angrily

    ยกเว้น adjectives shy และsly ซึ่งจะเติม ly เลยโดยไม่ต้องเปลี่ยนรูป เช่น
    Adjective Adverb of Manner
      shy   shyly
      sly   slyly

    ยกเว้น adjective gay ซึ่ง y เปลี่ยนเป็น i ก่อนเติม ly ดังนี้
    Adjective Adverb of Manner
      gay   gaily

    adverbs ที่ลงท้ายด้วย ly ส่วนมากเป็น adverbs of manner แต่ก็มี adverb ชนิดอื่นที่ลงท้ายด้วย ly. เช่น consequently และ subsequently ซึ่งเป็น conjunctive adverbs. นอกจากนี้ยังมี Adverbs of Time ( frequency ) ซึ่งเติม ly เมื่อมาจาก adjective ดังนี้
    Adjective Adverb of Frequency
      frequent   frequently
      rare   rarely
      usual   usually

    Adverbs ซึ่งไม่ลงท้ายด้วย ly
    Adjective Adverb of Manner
      good   well

หมายเหตุ
  1. การใช้ทั้ง good และ well ในการเปรียบเทียบขั้น comparative คือ better และในขั้น superlative คือ best
  2. นอกจากใช้เป็น adverb แล้ว คำว่า well ยังใช้เป็น adjective มีความหมายว่ามีสุขภาพดี ( healthy ).อยู่ในรูปของ predicative adjective. เช่น
I hope you are well. ฉันหวังว่าคุณสบายดี ( ใช้อย่าง predicative adjective ขยาย you)
He did well on the examination.เขาทำข้อสอบได้ดี (ใช้อย่าง adverb of manner ขยายกริยา did )

B. Adverbs of manner, location, time and frequency ซึ่งมีรูปเดียวกับ Adjective
Adjective Adverb of Manner
  fast   เช่น  fast train fast   เช่น run  fast
  hard   เช่น hard worker hard  เช่น work hard
  little little
  loud loud or loudly
  much much
  straight straight
   
Adjective Adverb of Location
  far  เช่น A man of far vision. far  เช่น  He lives far up the mountain.
  high high
  low low  
  near near
  wide wide
   
Adjective Adverb of Time
  long  เช่น long journey long  เช่น live long
  first first
  late late
  early early
   
Adjective Adverb of Frequency
  daily   เช่น daily newspaper daily   เช่น go to work daily. ( every day )
  monthly monthly
  weekly weekly
  yearly yearly

แต่อย่างไรก็ดี มี adjectives บางตัวที่ลงท้ายด้วย ly ซึ่งไม่มี adverb ที่สอดคล้องกัน เช่น friendly, likely, lively, lonely, silly, ugly
เมื่อต้องการที่จะใช้คำเหล่านี้ขยายกริยา ต้องทำเป็นวลี เช่น
He behaved in a friendly manner. เขาทำตัวเป็นมิตร
They acted in a silly way. เขาทำกริยาโง่ๆ

C. Adverbs ซึ่งมีความหมายแตกต่างออกไป เมื่อลงท้ายด้วย ly Adverb ความหมาย
hard ยาก ลำบาก ( ต้องใช้ความพยายาม )
hardly ไม่ค่อยมี ( scarcely )
high สูง ความหมายตรงข้ามกับ "ต่ำ่"
highly อย่างมาก ( very well )
late สาย ช้า ตรงข้ามกับ early ( เร็ว )
lately เมื่อเร็วๆนี้ ( recently )
near ใกล้ ตรงข้ามกับ ไกล ( far)
nearly เกือบจะ ( almost)
wide กว้าง ตรงข้ามกับแคบ ( narrow)
widely โดยทั่วไป ( commonly)
เช่น
I worked hard. เขาทำงานหนัก
I have hardly enough time to finish. เขาไม่ค่อยมีเวลาที่จะทำงานให้เสร็จ
He threw the ball high into the air. เขาโยนลูกบอลสูงขึ้นไปในอากาศ
He is highly successful in what he does. เขาได้รับความสำเร็จอย่างมากในสิ่งที่เขาทำ
The class began late. ชั้นเรียนเริ่มต้นช้า
The weather has been cold lately. อากาศเริ่มต้นหนาวเมื่อเร็วๆนี้
I opened the door wide. ฉันเปิดประตูให้กว้าง
That theory is widely believed. ทฤษฎีนั้นเป็นที่เชื่อถือกันโดยทั่วไป

d.เปรียบเทียบการใช้ adjectives และ adverbs ที่มีรูปมาจาก adjective
  1. Adjectives ซึ่งขยายคำนาม เปรียบเทียบกับ adverbs ซึ่งขยาย verbs
    It has been a quiet afternoon. มันเป็นเวลาบ่ายที่เงียบสงบ( quiet เป็น adjective ขยายคำนาม afternoon)
    The afternoon passed quietly. เวลาบ่ายได้ผ่านไปอย่างเงียบสงบ ( quietly เป็น adverb ขยายคำกริยา passed )
    She is a good musician. เธอเป็นนักดนตรีที่ดี ( good เป็น adjective ขยายคำนาม musician )
    She plays the flute very well. เธอเล่นฟลุท (เครื่องดนตรีอย่างหนึ่ง) ได้ดีมาก ( well เป็น adverb ขยายคำกริยา play )

  2. Adjectives ขยาย nouns เปรียบเทียบกับ adverbs ซึ่งขยาย adjectives
    A large wooden building. ตึกขนาดใหญ่ที่ทำด้วยไม้ . ( large เป็น adjective ขยายคำนาม building )
    A largely wooden building.ตึกที่สร้างด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่. ( largely เป็น adverb ขยายคุณศัพท์ wooden )

คำสำคัญ (Tags): #bee
หมายเลขบันทึก: 459452เขียนเมื่อ 9 กันยายน 2011 11:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 20:36 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

เขียนได้อย่างผู้รู้จริง. ละเอียดใช้ค้นคว้าได้อีกด้วยเพราะมีความละเอียดเพียงพอ ประโยคตัวอย่างก็ชัดเจนดี แต่ถ้ามีประโยคตัวอย่างเพิ่มอีกจะยิ่งดีมากไเลย สรุปว่าดีมากครับครูเจี๊ยบ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี