บันทึก คุณหมอสุปราณี หรือหมอแหวว ได้ว่าไว้ค่ะ ถึง แนวทางและทิศทางของส่วนกลาง ที่ขับเคลื่อน และสืบสานพระปณิธานของในหลวง เพื่อให้สุขภาพช่องปาก และสุขภาพของผู้สูงอายุดี

ปาก เป็นจุดเริ่มต้น แต่อย่าดูแค่ ฟันดี เหงือกดี ... เราทำให้สุขภาพช่องปากดี เพื่อที่จะนำไปถึงสุขภาพร่างกายดีด้วย

การดำเนินการโครงการฟันเทียมพระราชทาน และการส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ มีมาตั้งแต่ปี 2548 ถึงปัจจุบัน

มี 4 เรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ

ประเด็นที่ 1 ... ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เรามีผู้สูงอายุเกิน 10% มาตั้งแต่ปี 2548 และมากขึ้นเรื่อยๆ

ประเด็นที่ 2 ... เราพูดกันถึงเรื่องฟันเทียมพระราชทาน พูดถึงเรื่องของการไม่มีฟัน แต่จริงๆ แล้ว ปัญหาสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุที่สำคัญ มีอีก 6 เรื่องที่จะต้องดูแล องค์การอนามัยโลก เขามีหลักฐานทางวิชาการว่า ที่พบบ่อย มี 6 เรื่อง ไม่ใช่เรื่องเดียว แต่เราเพิ่งเริ่มไปได้ 1 เรื่อง ในเวลาช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา

ประเด็นที่ 3 ... ยิ่งอายุมาก โรคยิ่งมาก ตั้งแต่ เบาหวาน ความดัน และยิ่งอายุมาก โรคในช่องปากก็ยิ่งมาก และรุนแรงด้วย และ สุขภาพช่องปากมีความสัมพันธ์กับโรคทางระบบ มีความเชื่อมโยงกัน

ประเด็นที่ 4 ... ปากเป็นช่องทางกินอาหาร ถ้าเราได้สารอาหารไม่ครบถ้วน ก็จะเกิดโรคต่างๆ ตามมา ร่างกายไม่แข็งแรง และสุดท้าย คือ สัมพันธ์กับสุขภาพ และคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วย

นี่เป็นที่มา ว่า ... ทำไมเราจึงต้องมาดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ

นอกเหนือจากปัญหาเรื่องสุขภาพช่องปากแล้ว เรื่องของความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ก็ใช่ ตั้งแต่ ตาไม่ดี หูไม่ค่อยได้ยิน การใช้มือ กล้ามเนื้อมือไม่ดี เช่น ถ้าบอกว่า เรื่องของทันตสุขภาพอยู่ที่การแปรงฟัน สำหรับผู้สูงอายุ จะมีกล้ามเนื้อมือที่มีความเสื่อม หยิบจับอะไร อาจทำได้ไม่ดี ก็ต้องมีการดูแล โดยวิธีอื่นมาเสริม เช่น การปรับด้ามแปรงสีฟันให้จับได้ถนัดมือขึ้น เพื่อที่จะแปรงฟันด้วยตนเองได้

อาหารก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่มีการศึกษาวิจัยว่า สำหรับคนที่มีฟัน จะมีความจำดีกว่า เนื่องมาจากว่า การเคี้ยวอาหารจะเป็นการกระตุ้นให้สมองได้ทำงาน ทำให้เรื่องของความจำเสื่อมลดน้อยลง

ประเทศไทยอยู่ในสังคมผู้สูงอายุ

สัดส่วน และจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปี เพิ่มขึ้นแน่นอน ด้วยเหตุผลที่ อัตราเกิดลดลง อัตราตายลดลง และถ้าดูสัดส่วน คนที่เป็นเด็ก กับคนที่เป็นวัยแรงงาน ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ จะพบว่า เด็กจะลดลงในอนาคต แรงงานเท่าเดิม ส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ... อีก 20 ปีข้างหน้า เราจะมีผู้สูงอายุ 1 คน ในประชากรทั้งหมอ 4 คน

ประเด็นที่สอง ที่บอกว่า สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุต้องการการดูแล

ทั่วๆ ไป เราจะเห็นปัญหาสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ ก็คือ การสูญเสียฟัน และปัญหาจากการใส่ฟัน และที่ท่านประธานบอกว่า สูญเสียฟัน และใส่ฟันแล้ว ก็ยังไม่จบ ยังมีปัญหาจากการใส่ฟันมาอีก ใส่แล้วหลวม ขยับ ใส่แล้วกัดข้างแก้ม ไม่พอดี สารพัด เป็นแผล เคี้ยวไม่ได้ เคี้ยวไม่อร่อย และอะไรอีกเยอะ ทางที่ดีคือ เก็บฟันดีของเราไว้ดีกว่า มีหลายคนบอกว่า พอใส่ฟันเทียมไปแล้ว ก็จะมีเพดานแข็ง พลาสติกที่อยู่บนเพดาน เขาบอกว่า ต่อให้มีฟันเคี้ยวอาหาร แต่ว่า ไม่รู้รสเลย ก็จะเป็นอีกปัญหาหนึ่งเหมือนกัน

สุขภาพผู้สูงอายุที่สำคัญ

ฟันผุ และรากฟันผุ เป็นปัญหาที่พบในผู้สูงอายุ โดยพบว่า มีการผุจนหมดซี่ เหลือแต่ราก และถ้ารากฟันผุ ก็ใช้เวลาไม่นาน และเป็นเหตุหนึ่งที่จะเกิดการสูญเสียฟัน ถ้าเราป้องกันตรงนี้ได้ ไม่ให้ฟันผุ ก็จะลดการสูญเสียฟันไปได้เยอะทีเดียว

โรคปริทันต์ เป็นโรคเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ มาพร้อมกับหินปูน และมีเหงือกอักเสบโดยรอบ เมื่อขูดหินปูนออกไป จะเห็นรากฟันโผล่ และถ้ามีการละลายของกระดูกแล้ว ฟันก็จะโยก ก็ทำให้เราต้องถอนฟัน

แผล หรือมะเร็งในช่องปาก มะเร็งเป็นภาวะเรื้อรังที่สะสม ปัจจัยเสี่ยงหนึ่งคือ สุรา บุหรี่ หมาก สิ่งเหล่านี้ ไปเจอตอนวัยทำงาน สะสมมาเรื่อยๆ พอเป็นผู้สูงอายุ ก็เลยมาเกิดแผล และมะเร็งช่องปากให้เห็น

น้ำลายแห้ง ผู้สูงอายุต้องกินยารักษาโรค เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้ำลายแห้ง นอกจากเกิดจากการเสื่อมของต่อมน้ำลายเสื่อมตามธรรมชาติ พอน้ำลายแห้ง ก็กินไม่อร่อย และโรคต่างๆ ในช่องปากข้างต้น ก็จะดูแลยากขึ้น

ฟันสึกในผู้สูงอายุ เนื่องจากเคี้ยวอาหารมานาน พอฟันสึก สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ปวดหน้ากระดูกข้อต่อขากรรไกร

ขณะนี้เราเพิ่งได้ดูแลในเรื่องการสูญเสียฟัน และขยับมาที่เรื่อง การส่งเสริมสุขภาพช่องปากกันบ้างแล้ว

สุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุสัมพันธ์กับโรคทางระบบ

  • พบว่า ผู้สูงอายุ 3 ใน 4 คน จะต้องมีโรค มีโรคทางระบบ ก็ต้องไปหาหมอ และกินยา ... เดาได้เลยว่า ผู้สูงอายุ 3 ใน 4 คน ปากแห้ง น้ำลายแห้งอย่างแน่นอน แล้วมีบางคนมี 5 โรคขึ้นไปก็มี
  • โรคที่พบบ่อย เป็นคู่หูกับทันตกรรม คือ เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจและหลอดเลือด อัมพาต อัมพฤกษ์ มะเร็ง
  • โรคบางโรคจะมีความสัมพันธ์กัน ว่า ยิ่งโรครุนแรง สุขภาพช่องปากก็จะแย่ลง สุขภาพช่องปากแย่ลง โรคเหล่านี้รุนแรงก็มี
  • อัมพาต อัมพฤกษ์ จะเป็นปัญหาจากการดูแลสุขภาพช่องปาก เพราะว่า ดูแลตนเองไม่ไหว หรือผู้ดูแลละเลยเรื่องช่องปาก ไม่ดูแลสุขภาพช่องปากให้ จะทำให้สุขภาพช่องปากแย่ลง
  • เช่น เบาหวาน จะสัมพันธ์กับโรคปริทันต์ โรคปริทันต์ก็สัมพันธ์กับเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจหลอดเลือด ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน การใช้ยารักษาโรคทางระบบ สัมพันธ์กับน้ำลายแห้ง ภาวะทุโภชนาการ คือ น้ำหนักน้อย สัมพันธ์กับเรื่องช่องปากไม่ดี และเรื่องการสูญเสียฟัน สัมพันธ์กับภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ ทำให้สุขภาพจิตแย่ไปด้วย
  • เรื่องคุณภาพชีวิต สัมพันธ์กับเรื่องของการเคี้ยวอาหาร การกัด การกลืน การพูด การออกเสียง ความสวยงามของใบหน้า ชัดเจน
  • ด้านอารมณ์ สัมพันธ์กับเรื่องความสุข ความสบายใจ การยิ้ม การหัวเราะ

สุขภาพดีสำหรับผู้สูงอายุ กรมอนามัยระบุไว้ 5 ข้อ

  1. เป็นเรื่องของสุขภาพร่างกาย
  2. เรื่องของฟัน มีฟันใช้เคี้ยวอาหารได้อย่างเหมาะสม
  3. เรื่องของน้ำหนัก อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  4. เรื่องของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. ช่วยเหลือตัวเองได้ และช่วยเหลือผู้อื่นได้ตามอัตภาพ

ทั้งหมดนี้จะเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ดูแค่ฟันแล้วจบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพ

แนวคิดการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู สุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ

สำหรับโครงการฟันเทียมพระราชทาน เกิดขึ้นมาจากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ท่านพูดถึงคนที่ไม่มีฟัน ว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” … ท่านตรัสไว้เมื่อปี 2547

จึงมีการเริ่มทำ จากการแก้ปัญหาการสูญเสียฟันในผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุไม่มีฟันเลยทั้งประเทศมี 300,000 แต่ แต่เราทำได้ปีละ 30,000 ต้องใช้เวลา

ตอนนี้ เรามาคิดกัน ถึงเรื่อง แล้วทำอย่างไรที่จะลดการสูญเสียฟัน จึงมาดู ชมรมผู้สูงอายุ พบว่า ชมรมผู้สูงอายุมีศักยภาพ คนที่เพิ่งอายุ 60 ยังสามารถบริหารจัดการได้ บางคนเป็นแกนนำในชุมชน เป็น อสม. เป็นประธาน อสม. เป็นมรรคทายก เป็นอาจารย์เกษียณ มีความสามารถ มีความรู้ เพราะฉะนั้น ผู้สูงอายุยังมีความสามารถที่จะคงสภาพในช่องปากไว้ให้นานที่สุด เพื่อที่จะลดการสูญเสียฟัน ที่ยังคงมีอยู่

ในสมาชิกชมรมฯ ผู้สูงอายุก็สามารถนำความรู้ไปช่วย ไปขยายต่อให้เพื่อนสมาชิก ลูก หลาน ชุมชน ได้รับรู้ รับทราบ และปฏิบัติตนให้มีสุขภาพช่องปากที่ดี และดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้

ปี 2554 กระทรวงสาธารณสุขตั้งเป้าไว้ว่า อยากเห็นภาพ 1 อำเภอ 1 ชมรม ที่มีการดูแลสุขภาพช่องปากตนเอง และขยายต่อ โดย 1 อำเภอ 1 ชมรม ก็จะเป็นต้นแบบของอำเภอนั้นๆ เพื่อที่จะขยายเครือข่ายต่อไปเรื่อยๆ ให้ครอบคลุม ผู้สูงอายุทั่วประเทศ

อีกเรื่องหนึ่ง คือ การบริการส่งเสริมป้องกันโรคในช่องปาก ... ผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน หน่วยบริการที่อยู่ใกล้ที่สุด ก็คือ รพ.สต. หรือสถานีอนามัย หรือ PCU เดิม หรือศูนย์สุขภาพชุมชนเดิม เป็นสถานที่ที่ไปรับบริการได้สะดวกที่สุด เพราะว่าอยู่ใกล้ที่สุด ก็จะเป็นสถานที่ให้บริการประชาชน ในเรื่อง การส่งเสริมป้องกัน กิจกรรมที่ทำได้ ก็คือ การตรวจ ให้คำแนะนำ ฝึกทักษะการแปรงฟัน ควบคุมคราบจุลินทรีย์ การใช้ฟลูออไรด์ป้องกันรากฟันผุ และการขูดหินน้ำลาย ทำความสะอาดฟัน

ทั้งหมดนี้ เป็นแนวคิดในเรื่องของการให้บริการผู้สูงอายุ โดยหวังว่าผู้สูงอายุจะดูแลตัวเองได้ เข้าถึงบริการตามความจำเป็น และมีฟันใช้เคี้ยวอาหาร ส่งผลต่อภาวะโภชนาการและสุขภาพ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในอนาคต จะได้มีการดูแลในเรื่องต่างๆ มากขึ้น เช่น

  • เรื่อง แผล มะเร็งในช่องปาก น้ำลายแห้ง และฟันสึกให้มากขึ้น ตอนนี้มีเรื่อง การคัดกรองมะเร็งในช่องปาก ดำเนินการนำร่อง 13 จังหวัด
  • เรื่อง น้ำลายแห้ง ก็จะมีนวัตกรรมน้ำลายเทียม
  • เป้าหมายของผู้สูงอายุไม่ได้ดูแลแค่เหงือกและฟัน แต่จะดูแลเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิต โดยบูรณาการกับการส่งเสริมสุขภาพ เช่น การดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) ตำบลต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (1 จังหวัด 1 ตำบล)

แนวทางการทำกิจกรรมในหน่วยบริการต่างๆ อาจบอกได้ว่า

  • เรื่อง การดูแลตัวเอง ต้องโดยภาคประชาชน หรือท้องถิ่นที่ช่วยกันดูแล
  • เรื่อง การจัดบริการป้องกัน ในเรื่องของการตรวจสุขภาพ ให้คำแนะนำเบื้องต้น หรือการจัดบริการโดยทั่วไป โดย รพ.สต.
  • เรื่อง งานทันตกรรมเฉพาะทาง ที่เจอโรคเยอะๆ หรือการฟื้นฟูสภาพช่องปาก ก็เป็นการให้บริการของโรงพยาบาล
  • เครือข่ายอื่นๆ เช่น อบต. อสม. วัด รพ. สถานีอนามัย จะเป็นกลุ่มหลักที่ช่วยดูแล สนับสนุนผู้สูงอายุ

รวมเรื่อง พัฒนาชมรมผู้สูงอายุต้นแบบที่ ศูนย์ฯ 9