ของบ่กินฮู้เน่า ของบ่เล่าฮู้ลืม

                   

ของบ่กินฮู้เน่า  ของบ่เล่าฮู้ลืม 

          ของบ่กินฮู้เน่า  ของบ่เล่าฮู้ลืม  จากประโยคข้างต้นก็ถือว่าเป็นสำนวนสุภาษิตของภาษาล้านนา  ถ้าจะแปลความหมาย  ก็แปลได้ว่า  ของกินซึ่งเป็น  พืช  ผัก  ผลไม้  หรือพวกของสดต่างๆ  มีอายุกาลเวลาของมัน  เมื่อสิ้นอายุขัยของมัน  ก็จะเน่าและเสื่อมสลายลง ส่วนของบ่เล่าฮู้ลืม  ก็คือ  เป็นพวกวิชาความรู้  สิ่งนี้  ถ้าห่างหายจากการลงมือทำหรือ  การเข้าไปสัมผัสนานๆ  จากวิชาความรู้ที่เคยมีตรงนั้นก็อาจหมดไป  หายไปได้  
           ฉันยังจำคำ  ที่พ่อแม่มักจะบอกฉันเสมอว่า  ต้องมีน้ำใจ  รู้จักแบ่งปัน  ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว  โดยเฉพาะของกิน  ท่านมักจะให้เหตุผลว่า  เนื่องจากของพวกนั้นเป็นของกิน  เป็นของบูดเน่า  มีอายุได้ไม่นาน  ,และประโยคต่อท้ายที่ว่า  ของบ่เล่าฮู้ลืม  ท่านก็จะบอกว่า  การที่คนเราจะประสบผลสำเร็จได้นั้น  ต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติ  ทบทวนความรู้อยู่เสมอ  ฉันคิดว่าสำนวนสุภาษิตล้านนานี้คงใช้ประโยชน์ได้จริง  เช่น  ถ้าฉันพูดถึงวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานตอนม.4`ในเรื่อง  ตรรกศาสตร์   เชื่อว่าทุกคนที่เคยเรียนสายสามัญ  ต้องผ่านการเรียน  บทนี้กันมาทั้งนั้น  แต่ถ้าให้ทำโจทย์  โดยการพิสูจน์  เท็จ     จริง     ประโยคที่เป็นสัจจะนิรันดร์  สักประมาณ  `2-3  ข้อ  ฉันเชื่อได้ว่า ประมาณมากกว่า  50  เปอร์เซ็นต์ ต้องบอกว่าฉันลืมแล้ว  แต่ถ้าเราลองคิดย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เราเรียนผ่านมาเราก็เข้าใจและทำได้กันทั้งนั้น  เพราะฉะนั้น  กรณีนี้  ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ  ประโยคที่ว่า  "ของบ่กินฮู้เน่า  ของบ่เล่าฮู้ลืม"  เนื่องจากเราไม่ได้ใช้งานในชีวิตประจำวันเท่าไหร่นัก  และไม่ได้ทบทวนมัน  ส่งผลให้เราลืม  เพราะฉะนั้น  ถ้าอยากให้เรื่องไหน  จำได้ขึ้นใจตลอดเวลา  ก็ต้องหมั่นทบทวน  และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา  เพื่อที่เราจะได้เป็นคนที่ทันโลก  ทันยุค  อยู่เสมอ