ผมชอบดูภาพยนตร์เรื่อง สองคนสองคมมากครับ เป็นภาพยนตร์ของฮ่องกง มีสามภาคเป็นเรื่องของสายลับ หักเหลี่้ยมเจ้าพ่อ มีสามภาค ภาคจบนั้นนำแสดงโดยหลิวเต๋อหัวและหลี่หมิง ในภาคสองนั้นพระเอกที่เป็นสายลับ นำแสดงโดยเหลียงเฉาเหว่ย ต้องตายไปเพราะโดนสายของเจ้าพ่อ แสดงโดยหลิวเต๋อหัว และอีกหลายคนที่แทรกซึมเข้ามาอยู่ในกรมตำรวจ ฆ่าตาย หลี่หมิงตามมาปิดบัญชีสายของแซมทั้งหมดจนเหลือแค่คนสุดท้ายคือ หลิวเต๋อหัว หักเหลี่ยมเฉือนคมกันจนสุดท้ายหลี่หมิงต้องตายไปขณะที่หลิวเต๋อหัวต้องชดใช้กรรมในฐานะคนพิการ
เรื่องราวมีตอนหนึ่งที่นางเอกมาไหว้หลุมศพพระเอกพอดีพบกับเพื่อนสายลับของเหลียงเฉาเหว่ย เขาได้กล่าวคำหนึ่งว่า
คนไม่ใช่ผู้ควบคุมสถานการณ์ สถานการณ์ต่างหากที่ควบคุมคน
ฟังแล้วก็่รู้สึกใช่ โดนใจเลยทีเดียวครับ หลายๆครั้งที่เราคิดว่าควบคุมด้ทุกอย่างแต่แล้วก็ไม่เป็นดังคาด อย่างประสบการณ์ตรงของผมเอง ผมคิดว่าการตั้งใจศึกษาและฝึกเพิ่มทักษะความสามารถด้านการผลิตสื่อโทรทัศน์ มันจะทำให้ผมไปถึงความฝันได้ ผมคิดว่าผมควบคุมทุกอย่างได้ ความสามารถผมถูกเร่งจนอยู่ในจุดสูงสุด และจากการพยายามและวางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ผมอยู่ปี2 จนจะไปถึงเป้าหมายอยู่แล้วสุดท้ายผมก็ได้ทราบว่าเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อได้รู้ว่าผมกำลังจะสูญเสียพ่อไป โดยที่ผมไม่ได้รู้อะไรเลย ความพยายามทั้งหลายแม้จะส่งผลดีต่อตัวผม คือ ทำให้ผมเป็นบุคคลที่มีความสามารถ แต่ทางกลับกันกลับทำให้ผมลืมคำว่า ความใส่ใจไป วันนั้นจึงเป็นวันที่ผมสะกดคำว่า คนไม่ใช่ผู้ควบคุมสถานการณ์ สถานการณ์ต่างหากที่ควบคุมคน ได้เป็นครั้งแรก เหมือนกาลเวลาแห่งความคิดย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ ณ วันนั้นเป้าหมายในชีวิตก็เปลี่ยนไปในทันที จิตวิญญาณที่ถูกปลูกฝังแต่ไม่เคยคิดจะเอาออกมาใช้เลยก็ได้ปรากฎขึ้น นั่นคือ จิตวิญญาณแห่งความเป็นครู
berserg(จุดเริ่มต้น)
