ท่านจะล้างหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู 700,000 บาท
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวเมื่อวันที่ 1 ก.ย.2554 ว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจัง โดยได้เตรียมงบประมาณจำนวนกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการบริหารจัดการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจากการกู้ยืมในรูปแบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งมีหนี้สินอยู่ประมาณ 700,000 ล้านบาท
ขอถามว่า : ท่านรู้หรือปล่าว ครูเขากู้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู เขาก็ได้ปันผลกำไรของเขา เพราะเขากู้เงินของพวกเขากันเอง อัฐยายซื้อขนมยายเงินทองไม่หายไปไหน แล้วหากเปลี่ยนไปกู้เงินที่รัฐบาลให้มา 50,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยเงินกู้ก็ต้องเสียเหมือนกัน แล้วใครได้ประโยชน์ครับ หรือว่ารัฐบาลให้กู้โดยไม่เสียดอกเบี้ย... มีแต่เขาจะส่งเสริมให้ประชาชนจัดตั้งสหกรณ์ฯ ท่านคนนี้กลับคิดจะล้างบางสหกรณ์
![]() |
|
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ที่มาของภาพ http://www.moe.go.th/websm/2011/sep/224.html |
สกสค.ตกกระป๋อง ศธ.จะรวบอำนาจทำเอง
นายวรวัจน์ฯ กล่าวต่อว่า จะจัดตั้งเป็นกองทุน เพื่อเข้ามาบริหารจัดการเกี่ยวกับหนี้สินครูทั้งหมด แต่จะไม่เป็นการให้เปล่าไม่ใช่การกู้เงินเพื่อนำไปใช้หนี้เดิม แต่จะเป็นกระบวนการที่ไม่ทำให้ครูสร้างหนี้เพิ่มและช่วยดูแลไม่ให้ครูถูกเอารัดเอาเปรียบการดำเนินการจะเป็น ศธ. ไม่ใช่ สกสค.(สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา) เพราะรูปแบบการดำเนินการที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ในระบบธนาคาร เสมือนการตั้งบริษัทขึ้นมาและกู้กันเอง ทำให้การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูไม่จบ มีการสร้างหนี้และกู้เพิ่มไปเรื่อยๆ
ขอถามว่า หาก ศธ.จะดำเนินการเอง ท่านจะใช้ใครทำ แล้วทำไมต้องดูแคลน สกสค.ว่าไม่อยู่ในระบบธนาคาร ตั้งกันขึ้นมาเองและกู้กันเอง ในความเห็นของผู้เขียนแล้ว (ซึ่งผมไม่ใช่ครู) ผมยังเห็นว่า สกสค.เขามีระบบดูแลสวัสดิการเพื่อนครูของเขาดีกว่าหน่วยงานของรัฐอื่นๆ อีกตั้งหลายแห่ง แล้วหากท่านจะให้เป็นระบบธนาคาร แสดงว่าท่านจะตั้ง "ธนาคารแห่งกระทรวงศึกษาธิการ" หรือครับ
ท่านรัฐมนตรีท่านนี้กล่าวต่อว่า โดยเฉลี่ยครูมีหนี้สินประมาณ 2 ล้านบาทต่อคน ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 7 ต่อปี หาก ศธ.สามารถแก้ไขปัญหาหนี้สิน หรือลดดอกเบี้ยได้ จะทำให้ครูมีเงินเพิ่มประมาณ 100,000 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยเหลือและดูแลครู เพื่อให้ครูมีเงินเพียงพอในการใช้ก่อน จากนั้นจะพยายามแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้จบ นายวรวัจน์ฯ ยืนยันว่า ไม่ใช่การปลดหนี้ ไม่ใช่การกู้มาเพื่อปลดหนี้ เพราะถ้าทำเช่นนั้นจะเป็นการสร้างหนี้สินโดยไม่จำเป็นต่อไปอีก แต่ถ้าครูมีความจำเป็นจริงๆ ก็จะมีระบบที่ยืดหยุ่นและสามารถช่วยเหลือครูได้
เงิน 50,000 ล้านบาทหามาจากไหน
สำหรับงบประมาณจำนวน 50,000 ล้านบาทที่กล่าวมาข้างต้น นายวรวัจน์ฯ บอกว่าเป็นงบประมาณที่จะต้องดูต่อไปว่า รัฐบาลจะให้มาทั้งหมด หรือจะต้องตั้งเป็นงบประมาณประจำปี อย่างไรก็ตามต้องการให้ครูได้รับการดูแลและแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างแท้จริง เพราะปัญหาหนี้สินครูเป็นปัญหาที่ถูกสะสมและถูกทอดทิ้งมานานมากแล้ว
สดท้าย อุตส่าห์ฟังมาตั้งนานแต่ยังไม่รู้ รัฐบาลจะให้เงินหรือปล่าว....
ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะพูดอะไรออกมา ท่านจงถามตัวเอง 3 อย่างก่อนที่จะพูดว่า
- มันเป็นจริงหรือไม่ ?
- มันดีหรือไม่?
- และมันจำเป็นหรือไม่?
****************************
ต้นฉบับ http://chantrawong.blogspot.com/2011/09/blog-post_05.html
