หลายคนคงเคยได้ทราบข่าวที่ส่งต่อๆ กันในอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับอันตรายของการกินบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย โดยมีเนื้อหาว่า“หลานของเพื่อนเขาชอบกินบะหมี่ใส่ถ้วยมาก ต่อมาแพทย์ตรวจพบว่าผนังกระเพาะอาหารของหลานผู้นี้มีขี้ผึ้ง (wax) เคลือบอยู่ คาดว่ามาจากบะหมี่สำเร็จรูปที่บรรจุในถ้วย ซึ่งเคลือบด้วยขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ แต่แม้จะเป็นขี้ผึ้งชนิดที่กินได้ การรับประทานเข้าไปเป็นประจำก็ทำให้ตับของเ รากำจัดออกไปได้ยาก หลานของเพื่อนคนนี้ ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อรับการผ่าตัดเพื่อลอกเอาขี้ผึ้งที่เคลือบผนังกระเพาะออก ฉะนั้น โปรดอย่าได้ลวกบะหมี่ หรืออาหารอื่นใดในถ้วยบรรจุ แต่ให้เทลง ในชามก่อนแล้วจึงใส่น้ำร้อนลงไป เรามารู้จักภาชนะบรรจุสำหรับบะหมี่ถ้วยกันก่อนนะครับ ที่นิยมโดยทั่วไป มี 3 แบบ คือ แบบที่ 1 ถ้วยพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ขึ้นรูปโดยการหลอมเม็ดพลาสติก PP Food grade แล้วยิง (inject) ขึ้นรูปถ้วย พลาสติกนี้สามารถใช้กับผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยการชง เติมน้ำร้อน หรือเติมน้ำธรรมดาและเข้าเตาไมโครเวฟก็ได้ ถ้วยพลาสติกมีความแข็งแรง ป้องกันความชื้นและกลิ่นได้ดี ข้อเสียคือ ใช้พลาสติกมาก แม้ว่าพลาสติกสามารถรีไซเคิลได้ แต่การรวบรวมขยะยังไม่มีประสิทธิภาพ แบบที่ 2 ถ้วยโฟมโพลิสไตรีน (Polystyrene: PS) ขึ้นรูปโดยการหลอมพลาสติก PS แล้วขึ้นรูปถ้วยจะมีลักษณะเป็นเม็ดโฟมเล็ก ๆ เกาะกันแน่น มีข้อดีคือเป็นฉนวนความร้อน เมื่อชงน้ำร้อนในบะหมี่แล้ว บะหมี่จะร้อนนาน ผู้ถือถ้วยจะไม่รู้สึกร้อน ถ้วยโฟมไม่สามารถทนความร้อนระดับ 100 องศาเซลเซียสได้ จึงไม่สามารถเข้าในไมโครเวฟได้ และข้อเสียของบรรจุภัณฑ์โฟม คือ เป็นขยะไม่ย่อยสลาย และยังไม่มีวิธีรีไซเคิลที่เหมาะสม นอกจากนี้ถ้วยโฟมพิมพ์สีภายนอกได้ไม่สวยงาม จึงต้องอาศัยการหุ้มด้วยพลาสติกอีกชั้นหนึ่งเพื่อเป็นพื้นที่ฉลากอาหาร แบบที่ 3 ถ้วยกระดาษลามิเนตพลาสติกชนิดโพลิเอธิลีน (Polyethylene: PE) ขึ้นรูปโดยการ Extrude เม็ด PE เป็นฟิล์มเคลือบบนผิวกระดาษ ด้านในของถ้วยจึงบุด้วยพลาสติก PE food grade ถ้วยกระดาษเคลือบ PE เมื่อผู้ปรุงบะหมี่เติมน้ำร้อนแล้ว ยังสามารถถือถ้วยได้โดยไม่ร้อนมือ เพราะถ้วยกระดาษออกแบบให้ปลอกกระดาษชั้นนอกที่พิมพ์ฉลากสวมทับไว้ ทำให้เป็นฉนวนอากาศ ป้องกันไม่ให้ความร้อนในถ้วยออกไปสู่ภายนอก การปรุงบะหมี่ในถ้วยกระดาษในไมโครเวฟสามารถทำได้ แต่ถ้วยกระดาษจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากไอน้ำ จึงควรถือถ้วยอย่างระมัดระวัง ข้อดีของถ้วยกระดาษ คือการลดขยะพลาสติก เพราะฟิล์ม PE ที่เคลือบกระดาษไว้ใช้ในปริมาณน้อย ส่วนกระดาษสามารถย่อยสลายได้เร็ว จึงเป็นการลดปริมาณขยะที่ย่อยสลายยากนั่นเอง สำหรับกรณีของการใช้ขี้ผึ้งเคลือบที่ถ้วยบะหมี่นั้นไม่ว่าจะเป็นถ้วยพลาสติกชนิด PP, ถ้วยโฟม หรือถ้วยกระดาษลามิเนตด้วยฟิล์มพลาสติก ชนิด PE ไม่มีการเคลือบ WAX ทั้งสิ้น ซึ่งถ้วยกระดาษเคลือบ WAX ที่รู้จักกันทั่วไปจะเป็นถ้วยที่ใช้บรรจุเครื่องดื่มชนิดเย็น WAX ที่เคลือบจะมีจุดหลอมเหลวต่ำประมาณ 65 องศาเซลเซียส ถ้วยชนิดนี้ไม่มีการใช้บรรจุอาหารร้อนแต่อย่างใด นอกจากนี้ WAX ยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ในการเคลือบผักผลไม้ เพื่อให้มีการเก็บรักษาได้ยาวนาน ป้องกันโรคราและแมลง รักษาน้ำหนัก รสชาติ และการสูญเสียวิตามิน WAX ที่ใช้เคลือบผิวผลไม้สามารถรับประทานได้ สรุปว่าถ้วยบะหมี่ในปัจจุบันมี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ทำจากพลาสติก (PP และ โฟม PS) และที่เป็นถ้วยกระดาษเคลือบ PE ซึ่งส่วนที่สัมผัสอาหารจริงๆ ก็เป็นพลาสติกทั้งหมดไม่ได้มีส่วนที่ขี้ผึ้งแต่อย่างใด สำหรับการกำกับดูแลของ อย. เกี่ยวกับคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุอาหารที่เป็นพลาสติกตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 295) พ.ศ.2548 เรื่อง กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐานของภาชนะบรรจุที่ทำจากพลาสติก กำหนดว่าภาชนะที่ใช้บรรจุอาหารต้องสะอาด ไม่มีสีหรือสารอื่นออกมาปนเปื้อนกับอาหารในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่มีจุลินทรีย์ก่อโรค ห้ามใช้ภาชนะที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล และกำหนดคุณภาพของเนื้อพลาสติกและปริมาณของสารที่จะละลายออกมาจากภาชนะพลาสติกนั้นด้วย ซึ่งในประกาศนี้กำหนดมาตรฐานของภาชนะบรรจุไว้ตามชนิดพลาสติก 12 ชนิด รายละเอียดสามารถสืบค้นได้จากเวปไซต์ของ อย. www.fda.moph.go.th (ส่วนข้อมูลกฎหมาย อย.) นอกจากกฎหมายของ อย. แล้ว ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ประกาศกำหนดให้ภาชนะพลาสติกบางประเภทต้องแสดงวิธีใช้และคำเตือนเกี่ยวกับการใช้ภาชนะบรรจุ เพื่อเป็นการให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคเกี่ยววิธีการใช้งานที่ถูกต้องปลอดภัย เช่น การระบุว่าใช้ได้กับอาหารชนิดใดบ้าง ใช้ใส่ของร้อนได้หรือไม่ หรือใช้ได้ครั้งเดียว เป็นต้น ดังนั้น ก่อนนำภาชนะพลาสติกไปใช้ ผู้บริโภคควรให้ความสำคัญอ่านข้อมูลการใช้งานสักนิดและใช้ให้ถูกต้องตามข้อแนะนำทุกครั้ง
ถ้วยบะหมี...ภัยใกล้ตัว..ที่เข้ามาในชีวิตเรา...
สวัสดีค่ะครูปอ....นู๋กินเป็นประจำเลยระหว่างเรียนช่วงเช้ากับช่วงบ่ายเพราะต้องเรียนต่อกัน...เห็นอย่างงี้แล้วกลัวเลย><
นั่นนะสิครับ กลัวจังเลย
อันตรายมีอยู่รอบๆตัวเราจริงๆค่ะ
บางครั้งเรามองแค่ว่าสะดวก
แต่หารู้ไม่ว่าจะทำให้ชีวิตเราหาไม่ได้
ถึงตอนนั้นก็คงแย่ค่ะ
ต้องนำความรู้ดีๆนี้ไปบอกต่อแล้วค่ะ
ขอบคุณนะค่ะ
ยินดีครับ