ได้รับให้เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 บ้านห้วยแคนโนนสูง ตำบลกุดรัง จ. มหาสารคาม

           นายบุญคง  ปะนะทัง  ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 

บ้านห้วยแคน โนนสูง

ตำบลหนองแวง  และภรรยา ชื่อนางภาษิต  ปะนะทัง

 

   สำหรับการปกคงส่วนท้องถิ่น  ของหมู่บ้านที่ผ่านมา เกี่ยวกับการ

เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านของตำบลหนองแวง จังหวัดมหาสารคาม  พบว่า บ้านห้วยแคนโนนสูง ตำบลหนองแวง อำเภอกุดรัง ของหมู่บ้าน  ชื่อบ้านห้วยแคน โนนสูง  ก็มีการประกาศรับสมัคร ผู้ใหญ่บ้าน ของหมู่ที่ 4  ซึ่งผู้ใหญ่บ้านคนเก่าได้หมดวาระลงแล้ว อีกทั้งมีอายุครบ 60 ปีด้วย 

จึงทำให้พี่ชายของผู้บันทึกเองชื่อ นายบุญคง  ปะนะทัง อายุ 49 ปี ลงสมัครเลือกตั้งของผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่  4   

ทางอำเภอประกาศรับสมัครตั้งแต่วันที่ 8 -10 สิงหาคม 2554 

และวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง   ผู้ใหญ่บ้าน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2554

ในวันรับสมัคร พี่ชายได้ไปสมัคร ในวันที่ 9 สิงหาคม 2554  มีความเชื่อว่าวันที่ 9  เป็นเลขดี จะได้มีแต่ความก้าวหน้าและร่มเย็นเป็นสุขในการบริหารบ้านเมือง

เมื่อปิดหีบวันรับสมัครลง ในวันที่ 10  สิงหาคม 2554  พบว่าไม่มีคู่แข่งในลงสมัครเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้

 

ตามปกตินิสัย ใจคอของผู้ที่ว่าทีผู้ใหญ่บ้านนี้ เป็นคนที่ขยันทำมาหากิน และชอบช่วยเหลือชุมชน ชอบทำบุญ ทำทาน มีคุณธรรม จริยธรรม  อีกทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมของหมู่บ้านทุกครั้ง  ก็ถือว่าเป็นคนเสียสละ  สะสมความดี เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูกๆ และคนรอบข้าง   เมื่อครั้งสมัยเป็นหนุ่ม  ก็เคยปฎิบัติราชการเป็นทหารเกณฑ์ ที่กรุงเทพมหานครเป็นเวลา 2 ปี   การทำงานก็ขยันมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทำให้เจ้านายรักใคร่   ได้ให้ไปดูแลบ้านให้เจ้านาย(นายทหาร)  แถวพงษ์เพชร บางเขน ทำให้ได้ซึมซับสิ่งที่ดีงาม  และระเบียบวินัย การตรงต่อเวลาที่สำคัญซื่อสัตย์   มีความเป็นผู้นำด้วย

 

และในวันที่ 24 สิงหาคม 2554  ทางฝ่ายปกครอง

ก็ได้มาร่วมแสดงความยินดี และประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน ว่า  นายบุญคง  ปะนะทัง  ได้รับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านของหมู่ 4   ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  

ในวันนี้ มีสมาชิกหมู่บ้าน ชาวบ้าน ผู้ที่สนิทชิดเชื้อ และผู้ที่นับถือ รวมถึงตัวดิฉันเอง  คุณป้าชมปี น้าเล็ก และ นางพรสุดา ก็ได้เดินทางจากจังหวัดมหาสารคามไปร่วมงาน ณ บ้านพี่ชายตำบลกุดรัง  ไปร่วมแสดงความยินดี  ในคืนนั้นด้วย เห็นภาพบรรยากาศแล้วรู้สึกอบอุ่นและปลื้มใจแทนพี่ชาย

เป็นครั้งแรกของหมู่บ้านที่มีการรับสมัคร ผู้ใหญ่บ้านและไม่มีคู่แข่งลงแข่งขันด้วย

ก็ถือว่าเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลปะนะทัง  ที่พี่ชายมีวันนี้ก็ต้องขอบคุณพ่อแม่ของดิฉันเองที่ฟูมฟักเลี้ยงลูกมา จนมาทำงานเป็นตัวแทนของชุมชน ในหมู่บ้าน

ถ้ามองย้อนหลังประวัติครอบครัวไป

พ่อ เคยดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมาก่อน

แม่ เป็นแม่บ้าน

มีพี่น้องด้วยกัน 8 คน ชาย 4  หญิง 4

พี่ชาย คนโตชื่อ นายปิยะ  ปะนะทัง  ซึ่งไปมีครอบครัวอยู่ที่อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น

และได้ก็ดำรง ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านมาหลายสมัย อยู่ที่บ้านเลขที่ 121 หมู่ 2 ตำบลเขาน้อย  อำเภอเวียงเก่า   จังหวัดขอนแก่น ด้วยเช่นกัน

ที่ได้บันทึกประวัติศาสตร์ไว้ครั้งนี้  เพือเตือนความทรงจำที่ดี และขอแสดงความยินดีกับพี่ชายทั้งสองที่ได้ทำหน้าที่ "บำบัดทุกข์ และบำรุงสุข"ให้กับชาวบ้านและชุมชนที่ตนเองรับผิดชอบ  ขอให้ผ่านพ้นไปด้วยดี และพบแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

 

  ส่วนเรื่องราวการเกิดขึ้นของกำนันผู้ใหญ่บ้านดังนี้

เมื่อ  วันที่ 10 สิงหาคม 2435 เป็นวันที่ได้มีการจัดตั้งสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยคนแรก) ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรก ณ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

 ความเป็นมาของวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

 กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นสถาบันที่มีประวัติคู่กับประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา สืบเนื่องมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ในสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้มีการปฎิรูปการปกครองครั้งสำคัญในระดับตำบล หมู่บ้าน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพปฐมเสนาบดีของกระทรวงมหาดไทย ทดลองจัดระเบียบการปกครองระดับตำบล หมู่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรก ที่บ้านเกาะ อำเภอบางประอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ร.ศ.111 (พ.ศ.2435)

 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านและเป็นการเน้นให้เห็น ความสำคัญของกำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในการปฏิบัติภารกิจ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้แก่ประชาชน ทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ 10 สิงหาคม ของทุกปี เป็น "วันกำนันผู้ใหญ่บ้าน"

  ในอดีตที่ผ่านมา ระบบการปกครองบ้านเมืองของประเทศไทย มีลักษณะค่อนข้างกระจายอำนาจ กล่าวคือ มีการแบ่งเขตการปกครอง และกำหนดวิธีปกครองหัวเมืองต่างๆ ไว้ชัดเจนเพื่อควบคุมเจ้าเมืองโดยมีศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลางแต่ในทางปฎิบัติ ส่วนกลางหรือพระมหากษัตริย์กลับมีอำนาจจำกัด ในขณะที่เจ้าเมืองต่างๆ มีอำนาจมากขึ้น

 

 นอกจากนี้แล้วระบบการปกครองเช่นนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ อีก เช่นปัญหาทางด้านการคมนาคมสื่อสาร การรั่วไหลในการเก็บภาษีอากร อิทธิพลของผู้เป็นใหญ่ในท้องถิ่น ตลอดจนความทุกข์ยากของประชาชน และยังต้องเผชิญกับอิทธิพลของต่างประเทศในยุคล่าอาณานิคม ทำให้การบริหารประเทศขาดประสิทธิภาพ และขาดความเป็นเอกภาพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้มีพระราชดำริที่จะปฎิรูประบบการบริหารราชการจากรูปแบบการปกครองที่มีเมืองแม่และเมืองประเทศราชอยู่ในปกครอง ซึ่งนับว่ามีจุดอ่อนตรงที่ขาดความเป็นเอกราช อันอาจนำไปสู่ความแตกแยก ขาดความสามัคคีและขาดความจงรักภักดีได้โดยง่าย มาเป็นรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการ ที่แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

 

  การปฎิรูประบบการบริหารราชการส่วนกลาง พระองค์ได้ทรงประกาศพระบรมราชโองการตั้งกระทรวงใหม่ขึ้น 12 กระทรวง โดยทรงเลียนแบบมาจากประเทศทางตะวันตก มีการแบ่งสรรอำนาจหน้าที่และ ความรับผิดชอบ แยกตามลักษณะความชำนาญเฉพาะอย่าง และพระมหากษัตริย์สามารถควบคุมบังคับบัญชาเหล่าเสนาบดีได้อย่างทั่วถึง การปฎิรูปการบริหารราชการส่วนภูมิภาค พระองค์ทรงรวบรวมหัวเมืองตามชายแดนที่สำคัญๆ รวมเป็นเขตการปกครอง เรียกว่า มณฑล โดยมุ่งมั่นที่จะปกป้องประเทศจากการคุกคามจากภายนอกโดยจัด ระบบที่เรียกว่า ระบบเทศาภิบาล มีหัวเมืองต่างๆ มารวมกันเป็นมณฑลและมีจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ลดหลั่นกันไป โดยมีข้าหลวงมณฑลเป็นผู้รับผิดชอบ และปกครองโดย รับคำสั่งและนโยบายจากส่วนกลาง

 

   ในการปฎิรูประบบการปกครองส่วนภูมิภาค โดยการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำการโดยเริ่มจากโครงการเล็กก่อน เมื่อสำเร็จและจัดระบบดีแล้วจึงค่อยขยายผล และมีการทดลองเลือกตั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขึ้นเป็นครั้งแรกที่แขวงบางปะอินเมืองกรุงเก่า หรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2435 ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มแรกของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ลักษณะการปกครองเช่นนี้ปรากฎเด่นชัดขึ้น เมื่อได้มีการตราพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 ขึ้นใช้ ซึ่งมีการแบ่งการบริหารราชการของอำเภอออกเป็นตำบลและหมู่บ้าน กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศ ให้วันที่ 10 สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันกำนันผู้ใหญ่บ้าน

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

- สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

- การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาชุมชน ท้องถิ่น

 

 

อนงค์  ปะนะทัง

3 ก.ย.54