ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลกขอสนับสนุนธัมมิกสังคมนิยม
เรื่อง ธัมมิกสังคมนิยม เป็นแนวคิดของท่านพระพุทธทาส เรื่องนี้มีการวิจารณ์กันพอสมควร จะเป็นเรื่องที่บรรดาพวกกลุ่มนิยมวัตถุกลัวระบบธัมมิกสังคมนิยมก็ตามแต่ จึงมีแนวคิดในเชิงต่อต้าน อยู่พอสมควร ส่วนผู้ที่ไม่นิยมวัตถุต่างก็เห็นด้วยพอสมควร
สำหรับผู้เขียนเองซึ่งเป็นผู้ประสานงาน "ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก" มีแนวคิดสนับสนุนอย่างยิ่ง
เพราะหากคิดใคร่ครวญด้วยหลักสัจธรรมอย่างไตร่ตรอง ในเรื่องการดำรงชีพของมนุษย์แล้ว
สมควรอย่างยิ่งที่จะยึดตามแนว "ธัมมิกสังคมนิยม"
ขอพูดเรื่องสังคมนิยมสักนิด สมัยหนึ่งอเมริกาซึ่งเป็นฝ่ายทุนนิยมจัด เชิดชูทุนนิยม แนวนโยบาย
ของรัฐทำทุกวิถีทางเพื่อส่งเสริมระบบทุนนิยม เพื่อการแข่งขันด้านธุรกิจ ด้านเศรษบกิจสรุปง่ายๆ ว่า
สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำฝ่ายทุนนิยม หรือมักเรียกว่าฝ่ายเสรีนิยม ส่วนโซเวียตสมัยนั้นเป็นผู้นำฝ่าย
สังคมนิยม หรือเรียกว่าฝ่ายคอมมิวนิสต์ซึ่งมีจีนเป็นสังคมนิยมเต็มรูปแบบ เกาหลีก็แบ่งเป็นสองฝ่าย
ส่วนเวียดนามก็กำลังเดินรอยตามจีน ถึงกับแบ่งเป็นสองฝ่ายเช่นเดียวกัน สหรัฐอเมริกากลัวระบบสังคมนิยม
มาก ๆเพราะระบบสองระบบนี้ ต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือ สหรัฐถึงกับส่งทหารมาทำสงครามในเวียดนาม
เพราะกลัวประเทศในเอเชียตั้งแต่เวียดนาม ลาว เขมร ไทย พม่า และหริอประเทศอื่น ๆ จะเป็นไปตามระบบ
" โดมิโน" ตามที่ตัวเองคิด
สหรัฐอเมริกากลัวระบบ"โดมิโน" อย่างยิ่ง หลักของโดมิโนคือการล้มทับตั้งแต่ตัวที่อยู่ต้นแถวเรียงไปตาม
ลำดับ อย่างต่อเนื่องจนล้มหมดแถว จึงคิดกลัวว่าประเทศแถบเอเชียนที่นิยมระบบสังคมนิยม เผยแพร่สัทธิ
ให้ ลุกลามต่อเนื่องไปถึงชาติตะวันตก คือจากเอเชียไปถึงยุโรป หากประเทศเหล่านั้นหันมานิยมระบบ
สังคมนิยมกันมากขึ้น ก็จะเป็นพิษภัยต่อระบบทุนนิยมที่ตนเองเป็นหัวเรือใหญ่ในขณะนั้น เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม
จึงได้ส่งกองกำลังทหารเข้าเวียดนาม สงครามเวียดนามอาจถือได้ว่าเป็นสงครามอัปยศของกลุ่มชาติ
ระบบนายทุน พวกที่นิยมฝ่ายนี้จะเห็นดีเห็นชั่วอย่างไรไม่ทราบ ที่แค่เพียงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มตน
ก็ตัดสินใจฆ่าล้างผลาญกัน อย่าลืมลักษณะการทำสงครามในหลายประเทศทั่วโลกปัจุบันนี้ก็ซ่อนรูป
ในรูปการณ์เช่นนี้ แม้แต่ภายในของแต่ละประเทศเองก็ยังมีที่มีข้อขัดแย้งที่มาจากเรื่อง "ผลประโยชน์
ของระบบทุนนิยม"เป็นส่วนใหญ่ ระบบอย่างนี้จะดีจะชั่วอย่างไรลองคิดดูเอาเอง
ปัจจุบันทุกคนคงรู้อย่างถ่องแท้ ว่าพิษของระบบทุนนิยมทำให้ธรรมชาติถูกทำลายอย่างย่อยยับ
มากน้อยแค่ไหน ซ้ำยังส่งผลกระทบที่เลวร้ายต่อการดำรงชีพของมวลมนุษยชาติอย่างกว้างขวาง
ทั้งทางตรง และ ผลข้างเคียงที่เกิดจากการทำลายธรรมชาติมีมากอีกด้วย เช่น ภาวะโลกร้อน
ภ้ยจากธรรมชาติที่เพิ่มความรุนแรง มลพิษรวมทั้งสารเคมีที่เกิดกับน้ำ เกิดกับดิน เกิดกับอากาศ อื่น ๆ
อีกมากมาย ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือศีลธรรมขาดหายไป มนุษย์หากขาดศีลธรรมก็คือสัตว์เดรัจฉาน
ธรรมดา ๆ ลองคิดดูหากมนุษย์อยู่อย่างเดรัจฉาน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ระบบนายทุนคือระบบผลประโยชน์ และเป็นผลประโยชน์ที่เกินความพอดี ผลประโยชน์นี้เองที่เกิด
ความเห็นแก่ตัวตามมา ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ เบียดเบียนซึ่งกันและกัน และนับวันที่มีกล
อุบาย ต่าง ๆ ที่ซ่อนรูปเพื่มทวีไว้อย่างแยบยล เมื่อเป็นเช่นนี้ธรรมะของแต่ละศาสนาที่เคยเหนือกว่า
กฎหมายใด ๆ ก็ค่อย ๆ เสื่อสลาย ไป แทบจะไม่เหลืออยู่ในจิตของกลุ่มทุนนิยม บางครั้งจึงเป็นเรื่องยาก
ที่จะพูดถึงคุณธรรม ยิ่งเห็นชัดเจนที่สุดเมื่อผู้ขาดศีลธรรมเป็นผู้มีอำนาจใช้กฎหมายตัดสินอะไรสักอย่าง
ก็มักจะออกมาในรูปที่ไม่ถูกต้อง ไม่เทื่ยงธรรม ทั้งนี้เห็นได้จากการวิจารณ์ของสังคม และที่สำคัญที่
เราพบเห็นกันจริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้หากตามหลักของธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลกแล้ว ระบบทุนนิยม
เป็นระบบที่ผิดพลาดมาก ๆ ที่จะนำใช้ปกครอง หรือรัฐบาลนำมาใช้ในการจัดการบริหาร
ธัมมิกสังคมนิยมเป็นะบบที่ฝ่ายทุนนิยม ฝ่ายวัตถุนิยม ฝ่ายเสรีนิยม หรือฝ่ายอะไรก็แล้วแต่
ในทำนองนี้ ล้วนไม่ชอบ และหวาดกลัวระบบสังคมนิยมเอามาก ๆ ขั้นแรกก็กลัวว่าหากสังคมนิยม
มามีอำนาจเหนือกว่าระบบทุนนิยมที่พวกเขากำลังบ้าคลั่ง โลภ หลง ต่างหวังแต่จะปกป้องผลประโยชน์
ของกลุ่มอย่างเดียว ไม่ได้คำนึงถึงความเป็นธรรม ไม่ได้นึกจึงหลักสัจธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น จึงไม่มองเห็น
สื่งที่ดีที่ควร ที่จะให้มวลมนุษยชาติ หรือเพื่อนร่วมโลกอยู่ร่วมในสังคมด้วยความสันติสุขอย่างแท้จริง
และยืนยง
นี่เพราะคนรุ่นใหม่ถูกฝังหัว ด้วยค่านิยมวัตถุอย่างผิด ๆ อีกทั้งพวกกลุ่มทุนนิยมมีกลอุบาย อันแยบยล
ที่สามารถปลุกปั้นให้เข้าสู่วงจรของทุนนิยม ที่เห็นชัดคือรูปแบบของการค้าการขายในรูปแบบต่าง ๆ
รัฐบาลแต่ละประเทศหายใจเข้าออกแต่เรื่อง กำไร ขาดทุน ทั้ง ๆ ที่สิ่งเหล่านั้นมันเกินความจำเป็น
มันเกินความพอดี สำหรับเรื่องพอดี พอเพียงจึงไม่ได้กลับคิดทบทวน ทั้ง ๆที่หลักการนี้เป็นไป
อย่างธรรมดา เป็นไปธรรมชาติที่สัตว์ทั้งหลายใช้เป็นแนวในการดำเนินชีวิต สัตว์พวกนั้ไม่เคย
อยู่เหนือกฎธรรมชาติ นั่นคือ อยู่อย่าง "ธัมมิกสังคมนิยมดิรัจฉาน" ซึ่งมนุษย์ควรศึกษาและไตร่ตรอง
เรื่องการอยู่ร่วมของสัตว์อย่างละเอียด และไม่ใช่เรื่องแปลก ที่เราจะนำระบบนี้พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าสัตว์
เพราะมนุษย์มีความฉลาดกว่าสัตว์ เราสามารถนำวิทยาศาสตร์มาปรับปรุง เสริมแต่ง ให้เข้ากับ
ระบบ"ธัมมิกสังคมนิยมมยูษยชาติ" ได้เป็นอย่างดี หากจะตัดสั้นแค่ "ธัมมิกสังคมนิยม"ก็ไม่ว่ากัน
ธัมมิกสังคมนิยม สอดคล้องกับหัวใจของศานาพุทธ ด้วยพระพุทธเจ้าต้องการสอนให้มวลมนุษยชาติ
เข้าใจอย่างลึกซึ้งละเอียด และยึดปฏิบัติให้ถูกต้อง คือ 4 เรื่องใหญ่ เรื่องธรรมชาติ เรื่องกฎธรรมชาติ
เรื่องหน้าที่ตามธรรมชาติ และผลที่เกิดมาจากหน้าที่ตามกฎธรรมชาติ (เรื่องนี้ได้กล่าวไว้ในเรื่อง
การอยู่เหนือกฎธรรมชาติความพินาศตามมา)
ด้วยเหตุนี้ ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก ขอสนับสนุนระบบการเมือง "ธัมมิกสังคมนิยม" และจะนำเสนอ
ธัมมิกสังคมนิยมตามแนว ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลกต่อไป
หากท่านสนใจเรื่องอื่น ๆ คลิก http://www.nature-dhrama.com