--คำคุณศัพท์--
|
|
|
|
|
|
|
Adjectives |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Adjectives คือ คุณศัพท์ หมายถึง คำที่ไปทำหน้าที่ขยายนามหรือสรรพนาม (ขยายสรรพนามต้องอยู่หลังตลอดไป) เพื่อบอกให้รู้ลักษณะคุณภาพ |
||||
|
หรือคุณสมบัติของนามหรือสรรพนามนั้นว่า เป็นอย่างไร? |
|
|
|
|
|
ได้แก่คำว่า |
|
|
|
|
|
good |
ดี |
|
|
|
|
bad |
เลว |
|
|
|
|
tall |
สูง |
|
|
|
|
dirty |
สกปรก |
|
|
|
|
wise |
ฉลาด |
|
|
|
|
red |
แดง |
|
|
|
|
fat |
อ้วน |
|
|
|
|
thin |
ผอม |
|
|
|
|
this |
นี้ |
|
|
|
|
those |
เหล่านั้น |
|
|
|
|
short |
สั้น |
|
|
|
|
white |
ขาว |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ชนิดของ Adjective |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Adjective ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 11 ชนิด คือ |
|
|
|
|
|
1. Descriptive Adjective คุณศัพท์บอกลักษณะ |
|
|
|
|
|
2. Proper Adjective คุณศัพท์บอกสัญชาติ |
|
|
|
|
|
3. Quantitative Adjective คุณศัพท์บอกปริมาณ |
|
|
|
|
|
4. Numbearl Adjective คุณศัพท์บอกจำนวนแน่นอน |
|
|
|
|
|
5. Demonstrative Adjective คุณศัพท์ชี้เฉพาะ |
|
|
|
|
|
6. Interrogative Adjective คุณศัพท์บอกคำถาม |
|
|
|
|
|
7. Possessive Adjective คุณศัพท์บอกเจ้าของ |
|
|
|
|
|
8. Distributive Adjective คุณศัพท์แบ่งแยก |
|
|
|
|
|
9. Emphaszing Adjective คุณศัพท์เน้นความ |
|
|
|
|
|
10. Exclamatory Adjective คุณศัพท์บอกอุทาน |
|
|
|
|
|
11. Relative Adjective คุณศัพท์สัมพันธ์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
1. Descriptive Adjective คือ "คำคุณศัพท์บอกลักษณะ" หมายถึง คำที่ใช้ลักษณะหรือคุณภาพของคนสัตว์ สิ่งของและสถานที่เพื่อให้รู้ว่า นามนั้นมีลักษณะอย่างไร ได้แก่คำว่า |
||||
|
good, bad, tall, shot, black, fat, thin, fat, thin, clever, foolish, poor, rich, brave, cowardly, pretty, agly, happy, sorry, etc. |
||||
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
The rich man lives in the big house. (คนรวยอาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่) |
|
|
||
|
A clever pupil can answer the difficult problem. (นักเรียนที่ฉลาดสามารถตอบปัญหายากได้) |
|
|||
|
The black cat cuagh a smail bird. (แมวดำตัวนั้นจับนกได้) |
|
|
||
|
ข้อสังเกต : rich, big, clever, difficult, black และ small เป็นคุณศัพท์บอกลักษณะ |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
2. Proper Adjective คือ "คุณศัพท์บอกสัญชาติ" หมายถึง คำที่ไปขยายนามเพื่อบอกสัญชาติ ซึ่งอันที่จริงมีรูปเปลี่ยนมาจาก Proper noun นั่นเอง ได้แก่ |
||||
|
Proper Noun |
|
Proper Adjective |
|
คำแปล |
|
(เป็นนามเฉพาะ) |
|
(เป็นคุณศัพท์บอกสัญชาติ) |
|
|
|
England |
|
English |
|
อังกฤษ, คนอังกฤษ |
|
America |
|
American |
|
อเมริกา, คนอเมริกัน |
|
Thailand |
|
Thai |
|
ไทย, คนไทย |
|
India |
|
Indian |
|
อินเดีย, คนอินเดีย |
|
Germany |
|
German |
|
เยอรมัน, คนเยอรมัน |
|
Italy |
|
Italian |
|
อิตาลี, คนอิตาเลี่ยน |
|
Japan |
|
Japanese |
|
ญี่ปุ่น, คนญี่ปุ่น |
|
China |
|
Chinese |
|
จีน, คนจีน |
|
|
|
|
|
|
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
John employs a chinese cook. (จอห์นจ้างพ่อครัวชาวจีนคนหนึ่ง) |
|
|
||
|
Do you learn French literature? (คุณเรียนวรรณคดีฝรั่งเศสหรือ) |
|
|
||
|
The English language is used by every nation. (ภาษาอังกฤษใช้ในทุกประเทศ) |
|
|||
|
ข้อสังเกต : Chinese, French, English เป็นคำคุณศัพท์บอกสัญชาติ |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
3. Quantitive Adjective คือ "คำคุณศัพท์บอกปริมาณ" หมายถึง คำที่ไปขยายนาม เพื่อบอกให้ทราบปริมาณของสิ่งเหล่านั้นว่า มีมากหรือน้อย (แต่ไม่บอกจำนวนแน่นอน)ได้แก่ |
||||
|
much, many, little, some, any, enough, half, great, all, whole, sufficent, etc. |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
He ate much rice at school yesterday. |
|
|
|
|
|
(เขากินข้าวมากที่โรงเรียนเมื่อวานนี้) |
|
|
|
|
|
Linda did not give any money to her younger brother. |
|
|
||
|
(ลินดาไม่ได้ให้เงินแก่น้องชายของหล่อน) |
|
|
|
|
|
Take great care of your health. |
|
|
|
|
|
(เอาใจใส่ต่อสุขภาพของคุณให้มากหน่อย) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : much, any, great ในประโยชน์ทั้ง 3 เป็นคำคุณศัพท์บอกปริมาณ |
|
|
||
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
4. Numberal Adjective คือ "คำคุณศัพท์บอกจำนวนแน่นอน" หมายถึง คำที่ไปขยายนาม เมื่อบอกจำนวนแน่นอนของนามว่ามีเท่าไหร่ แบ่งเป็นชื่อย่อยได้ 3 ชนิด คือ |
||||
|
|
|
|
|
|
|
4.1 Cardinal Numberal Adjective คือ คุณศัพท์ที่ใช้บอกจำนวนนับที่แน่นอนของนาม ได้แก่ |
|
|
||
|
one, two, three, four, five, six, seven, etc. |
|
|
|
|
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
She gave me two apples and three organes. |
|
|
|
|
|
(หล่อนให้แอปเปิ้ลสองผล และส้มสามผลแก่ฉัน) |
|
|
|
|
|
Bill wants to buy seven pens. |
|
|
|
|
|
(บิลต้องการซื้อปากกาเจ็ดด้าม) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : two, three, seven เป็นคุณศัพท์บอกจำนวนแน่นอนวางไว้หน้านาม |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
4.2 Ordinanal Numberal Adjective คือ "คำคุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อบอกลำดับที่ของนามนั้นๆ ได้แก ่ |
|
|||
|
first, second, third, fifth, sixt, seventh, etc. |
|
|
|
|
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
Tom is the first boy to be rewarded in this school. |
|
|
||
|
(ทอมเป็นเด็กคนแรกที่ได้รับรางวัลในโรงเรียนนี้) |
|
|
|
|
|
Sam won the third prize last month and the second one last week. |
|
|
||
|
(แซมได้รับรางวัลที่ 3 เมื่อเดือนที่แล้ว และสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับรางวัลที่ 2) |
|
|
||
|
I am the seventh son of my family. |
|
|
|
|
|
(ฉันเป็นลูกคนที่ 7 ของครอบครัว) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : first, third, second, seventh เป็นคุณศัพท์บอกลำดับที่วางไว้หน้านาม |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
4.3 Mutiplicative Adjective คือ "คุณศัพท์บอกจำนวนทวีของนาม" ได้แก่ double, triple, fourfold |
|
|||
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
Some roses are double. |
|
|
|
|
|
(ดอกกุหลาบบางดอกก็มีกลีบ 2 ชั้น) |
|
|
|
|
|
Buddha, Dhamma, and Sangha are triple gems. |
|
|
||
|
(พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ คือแก้ว 3 ประการ) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : double, triple, เป็นคำคุณศัพท์บอกจำนวนทวีของนาม |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
5. Demonstrative adjective คือ คุณศัพท์ชี้เฉพาะหรือนิยมคุณศัพท์หมายถึง คําที่ชี้เฉพาะให้กับนามใดนามหนึ่ง ได้แก่ this, that (ใช้กับนามเอกพจน์), |
||||
|
these ,those (ใช้กับนามพหูพจน์) such, same |
|
|
|
|
|
ตัวอย่างเช่น: |
|
|
|
|
|
I invited that man to come in. |
|
|
|
|
|
(ฉันได้เชิญผู้ชายคนนั้นให้เข้ามาข้างใน) |
|
|
|
|
|
Jan hated such things because they made her ill. |
|
|
||
|
(แจนเกลียดสิ่งเหล่านั้นเพราะมันทําให้เธอไม่สบาย) |
|
|
|
|
|
They said the same thing two or three times. |
|
|
|
|
|
(พวกเขาพูดถึงสิ่งเดียวกันนี้2หรือ3ครั้งแล้ว) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต: that,such,same เป็นคุณศัพท์ชี้เฉพาะวางไว้หน้านาม |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
6.interrogative adjective คือ คุณศัพท์บอกคําถามหมายถึง คุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อให้เป็นคําถามโดยจะวางไว้ |
|
|||
|
ต้นประโยคและมีนามตามหลังเสมอ ได้แก่ what, which, whose |
|
|
|
|
|
ตัวอย่างเช่น: |
|
|
|
|
|
What book is he reading in the room? |
|
|
|
|
|
(เขากําลังอ่านหนังสืออะไรอยู่ในห้อง) |
|
|
|
|
|
Which way shall we go? |
|
|
|
|
|
(เราจะไปทางไหนกันนี่?) |
|
|
|
|
|
Whose shoes are these? |
|
|
|
|
|
(รองเท้านี้เป็นของใคร) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต: what,which,whose เป็นคุณศัพท์บอกคําถามอยู่หน้าประโยค |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
7. Possessive adjective คือ คุณศัพท์บอกเจ้าของหรือสามีคุณศัพท์ หมายถึง คําคุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อบอกความเป็นเจ้าของของนาม ได้แก่ my,our,your,his,her,itsและtheir |
||||
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
This is my table. |
|
|
|
|
|
(นี่คือโต๊ะของฉัน) |
|
|
|
|
|
Her pen is on my desk. |
|
|
|
|
|
(ปากกาของหล่อนอยู่บนโต๊ะฉัน) |
|
|
|
|
|
Our nation needs solidarity. |
|
|
|
|
|
(ชาติของเราต้องการความสามัคคี) |
|
|
|
|
|
Their parents work hard every day. |
|
|
|
|
|
(พ่อแม่ของพวกเขาทํางานหนักทุกวัน) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : my, her, our, their เป็นคุณศัพท์บอกเจ้าของวางไว้หน้านาม |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
8. Distributive คือ คุณศัพท์แบ่งแยก หมายถึง คําคุณศัพท์ที่ไปขยายนาม เพื่อแยกนามออกจากกันเป็น อันหนึ่ง หรือส่วนหนึ่งได้แก่ each(แต่ละ), every(ทุกๆ), either(ไม่อันใดก็อันหนึ่ง), neither(ไม่ทั้งสอง) |
||||
|
ตัวอย่างเช่น : |
|
|
|
|
|
The two men had each a gun. |
|
|
|
|
|
(ชายสองคนนี้มีปืนคนละกระบอก) |
|
|
|
|
|
Every soldier is punctually in his place. |
|
|
|
|
|
(ทหารทุกคนเข้าประจําที่ของตัวตรงเวลาดี) |
|
|
|
|
|
Either side is a narrow lane. |
|
|
|
|
|
(ไม่ข้างใดก็ข้างหนึ่งเป็นซอยแคบ) |
|
|
|
|
|
Neither accusation is true. |
|
|
|
|
|
(ข้อกล่าวหาทั้งสองข้อไม่เป็นความจริง) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต: each,every,either,neither เป็นคุณศัพท์แบ่งแยกมาขยายนาม |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
9. Emphasizing Adjective คือ คุณศัพท์เน้นความ หมายถึงคุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามเพื่อเน้นความให้มีนำหนักขึ้น ได้แก่ own(เอง),very(ที่แปลว่า นั้น,นั้นเอง,นั้นจริงๆ) |
||||
|
ตัวอย่างเช่น: |
|
|
|
|
|
Linda said that she had seen it with her own eyes. |
|
|
||
|
(ลินดาพูดว่าหล่อนได้เห็นมันมากับตาเธอเอง) |
|
|
|
|
|
He is the very man who stole my wrist watch last night. |
|
|
||
|
(เขาคือชายคนนั้นผู้ซึ่งได้ขโมยนาฬิกาข้อมือของฉันไปเมื่อคืนนี้) |
|
|
||
|
Jean is my own girl-friend. |
|
|
|
|
|
(จีนคือแฟนผมเอง) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : own,very เป็นคุณศัพท์เน้นความขยายนามที่ตามหลังให้มีนําหนักขึ้น |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
10. Exclamatory Adjective คือ คุณศัพท์บอกอุทาน หมายถึง คุณศัพท์ที่ใช้ขยายเพื่อให้เป็นคําอุทาน ได้แก่ what |
|
|||
|
ตัวอย่างเช่น: |
|
|
|
|
|
What a man he is! |
|
|
|
|
|
(เขาเป็นผู้ชายอะไรนะเนี่ย!) |
|
|
|
|
|
What an idea it is! |
|
|
|
|
|
(มันเป็นความคิดอะไรกันหนอ!) |
|
|
|
|
|
What a piece of work he does! |
|
|
|
|
|
(เขาทํางานได้เยี่ยมจริงๆ!) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : what ทั้ง 3 คํา ในประโยคเหล่านี้เป็นคุณศัพท์บอกอุทาน |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
11. Relative Adjective คือ คุณศัพท์สัมพันธ์ หมายถึง คุณศัพท์ที่ใช้ขยายนามที่ตามหลังและในขณะเดียวกันก็ยังทําหน้าที่คล้ายส้นธาน |
||||
|
เชื่อมความในประโยคของตัวเองกับประโยคข้างหน้าให้สัมพันธ์กันอีกด้วย ได้แก่ |
|
|
||
|
what(อะไรก็ได้),whichever(อันไหนก็ได้) |
|
|
|
|
|
ตัวอย่างเช่น: |
|
|
|
|
|
Give me what money you have. |
|
|
|
|
|
(จงให้เงินเท่าที่คุณมีอยู่แก่ฉัน) |
|
|
|
|
|
I will take whichever horse you don t want. |
|
|
|
|
|
(ฉันจะนําเอาม้าตัวที่คุณไม่ต้องการ) |
|
|
|
|
|
He will read what book he wishes. |
|
|
|
|
|
[ แซมจะอ่านหนังสืออะไรก็ได้ที่เขาปราถนา (จะอ่าน) ] |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : What, Whichever เป็นคุณศัพท์สัมพันธ์ ไปขยายนามที่ตามหลัง และในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เชื่อมประโยคหน้าและประโยคหลังให้กลมกลืนกันอีกด้วย |
||||
|
|
|
|
|
|
|
Adjective เวลานำไปพูดหรือเขียนมีวิธีใช้อยู่ 4 อย่างคือ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
1. เรียงไว้หน้าคำนามที่คุณศัพท์นั้นไปขยายโดยตรงได้ เช่น |
|
|
|
|
|
* The thin man can run very quickly. |
|
|
|
|
|
(คนผอมสามารถวิ่งได้เร็วมาก) |
|
|
|
|
|
* A wise boy is able to answer a difficult problem. |
|
|
||
|
(เด็กฉลาดสามารถตอบปัญหาที่ยากได้) |
|
|
|
|
|
* The beautiful girl is wanted by a young boy. |
|
|
|
|
|
(สาวสวยย่อมเป็นที่หมายตาของเด็กหนุ่ม) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : thin , wise , difficult , beautiful ,young เป็น |
|
|
|
|
|
คุณศัพท์เรียงขยายไว้หน้านามโดยตรง |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
2. เรียงไว้หลัง Verb to be, look feel,seem,get,taste,smell, |
|
|
||
|
turn,go,appear,keep,become,sound,grow,etc. ก็ได้ Adjective |
|
|
||
|
ที่เรียงตามกริยาเหล่านี้ ถือว่าขยายประธาน แต่วางตามหลังกริยา |
|
|
|
|
|
เพราะฉะนั้นจึงมีชื่อเรียกได้อีกอย่างหนึงว่า Subjective Complement เช่น |
|
|
||
|
* I'm feeling a bit hungry. |
|
|
|
|
|
(ฉันรู้สึกหิวนิดๆ) |
|
|
|
|
|
* Sugar tastes sweet. |
|
|
|
|
|
(น้ำตาลมีรสหวาน) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต: hungry และ sweet เป็น Adjective เรียงไว้หลัง |
|
|
|
|
|
กริยา feeling และ tastes ทั้งนั้น |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
3. เรียงคำนามที่ไปทำหน้าที่เป็นกรรม (Object) ได้ ทั้งนี้เพื่อ |
|
|
|
|
|
ช่วยขยายเนื้อความของกรรมนั้นให้สมบรูณ์ขึ้น Adjiective ที่ใช้ใน |
|
|
||
|
ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าเป็น Objiective Complement เช่น |
|
|
|
|
|
* Sam made his wife happy. |
|
|
|
|
|
(แซมทำภรรยาของเขาให้มีความสุข) |
|
|
|
|
|
* I consider that man mad. |
|
|
|
|
|
(ฉันพิจารนาดูแล้วว่า ชายคนนั้นเป็นบ้า) |
|
|
|
|
|
*This matter made me foolish. |
|
|
|
|
|
(เรื่องนี้ทำให้ฉันโกรธไปได้) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต: happy,mad และ foolish เป็น Adjective ให้เรียง |
|
|
|
|
|
หลังนาม และสรรพนามที่เป็น Object คือ wife,man,me |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
4. เรียง Adjective ไว้หลังคำนามได้ ไม่ว่านามนั้นจะทำหน้าที่เป็นอะไรก็ตาม ถ้า Adjective ตัวนั้นมี |
|
|||
|
บุพบทวลี (Perpositional Phrase)มาขยายนามตามหลัง เช่น |
|
|
|
|
|
* A parcel posted by mail today will reach him tomorrow. |
|
|
||
|
(พัสดุที่ส่งทางไปรษณีย์วันนี้จะถึงเขาวันพรุ่งนี้) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต: posted เป็น Adjective เรียงตามหลังนาม parcal ได้เพราะมีบุพบทวลี by mail today มาขยายตามหลัง |
|
|||
|
* I have known the manager suitable for his position. |
|
|
||
|
(ฉันได้รู้จักผู้จัดการซึ่งก็มีความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งของเขา) |
|
|
||
|
ข้อสังเกต: suitable เป็นคุณศัพท์ เรียงไว้หลังนาม manager ได้เพราะมีบุพบท วลี for his position มาขยายตามหลัง |
|
|||
|
* ข้อยกเว้น ในการใช้ Adjecive บางตัวเมื่อไปขยายนาม |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การใช้ Adjecive ไปขยายนามหรือประกอบนามตามแบบตั้งแต่ ข้อ 1 ถึง 4 นั้น หมายถึง Adjecive ทั่วไปเท่านั้น แต่ถ้าเป็นAdjective |
||||
|
ที่จะกล่าวต่อไปนี้แล้วให้มีวิธีใช้ขยายนามหรือประกอบนาม ได้เพียงข้อใดข้อหนึ่งเท่านั้น คือ ประกอบหน้านาม หรือเรียงหลังกริยา จะใช้ทั้ง |
||||
|
2 อย่างไม่ได้ นั้นคือ ( มีต่อค่ะ ) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
Adjective - Equivalent |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
คือ "คำที่ใช้เสมือนเป็นคุณศัพท์" ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่า คำที่จะนำมาใช้เสมือนหนึ่ง |
|
|
||
|
เป็นคุณศัพท์ที่จะกล่าวต่อไปนี้ |
|
|
|
|
|
1. คำนาม (Noun) นำมาใช้เป็น Adjective ขยายนามด้วยกันได้ แต่ให้วางไว้หน้านามที่มันไปขยายนั้นทุกครั้งไป เช่น |
|
|||
|
Yale University is the place for political studies. |
|
|
||
|
(มหาวิทยาลัยเยลเป็นสถานที่สำหรับการศึกษาวิชาการเมือง) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : Yale เป็นนามนำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยาย university ซึ่งเป็นนามด้วยกัน |
|
|
||
|
My younger brother wishes to study at Suan Dusit College. |
|
|
||
|
(น้องชายของฉันประสงค์จะเรียนที่วิทยาลัยสวนดุสิต) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : Suan Dusit เป็นนาม แต่นำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนาม college ได้ |
|
|
||
|
They have worked in New York City for two years. |
|
|
||
|
(พวกเขาได้ทำงานอยู่ที่เมืองนิวยอร์คเป็นเวลา 2 ปีแล้ว) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : New York เป็นนามนำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามที่ตามหลัง คือ City |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
2. คำนามที่ใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยมี Apostrophe ( 's ) มาใช้ควบนั้น นำมาใช้เป็น Adjective |
|
|||
|
ขยายนามได้ และให้เรียงไว้หน้านามตัวนั้นตลอดไป เช่น |
|
|
|
|
|
John's house was built in Denver five years ago. |
|
|
||
|
(บ้านของจอห์นได้สร้างไว้ที่เดนเวอร์ เมื่อ 5 ปีมาแล้ว) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : เป็นคำนามที่นำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนาม house ได้ |
|
|
||
|
The teacher's table is larger than the students. |
|
|
||
|
(โต๊ะของครูมีขนาดใหญ่) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : teacher's เป็นนาม นำมาใช้บยายนาม table ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ได้ |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
3. Infinitive (กริยาสภาวมาลา ได้แก่ to + V.1) นำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามหรือสรรพนามได้ แต่วางไว้หลังนามที่มันขยายเสมอ เช่น |
||||
|
He has no money to give me for buying a pen. |
|
|
||
|
(เขาไม่มีเงินที่จะให้ฉันซื้อปากกา) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : to give เป็น Infinitive นำมาใช้เป็น Adjective ขยายนาม money ได้ |
|
|
||
|
This book is good for you to read. |
|
|
|
|
|
(หนังสือเล่มนี้ดีสำหรับคุณที่จะอ่าน) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : to read เป็น Infinitive นำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายสรรพนาม you ได้ |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
4. Participle นำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามได้ และให้วางไว้หน้านามที่มันไปขยายทุกครั้ง เช่น |
|
|
||
|
The standing boy is afraid of the running dog. |
|
|
|
|
|
(เด็กชายที่ยืนอยู่กลัวสุนัขที่วิ่งมา) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : standing, running เป็น Participle นำมาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามได้ |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
5. Gerund (กริยานาม คือ Verb เติม ing แล้วนำมาใช้อย่างนามซึ่งจะได้กล่าวในบทต่อไปนี้เช่นกัน) นำมาใช้เป็น Adjective ขยายนามได้และวางไว้หน้านามนั้นตลอดไป เช่น |
||||
|
Now he is waiting for you in the meeting room. |
|
|
|
|
|
(เดี๋ยวนี้เขากำลังรอคุณอยู่ที่ห้องประชุม) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : meeting เป็น gerund นำมาใช้ทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายนาม room |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
6. Phrase (วลีทุกชนิด) นำมาใช้เป็น Adjective ขยายนามหรือสรรพนามได้ ส่วนตำแหน่งวางของวลีคุณศัพท์นั้นอยู่หน้านามก็มี อยู่หลังนามก็มี เช่น |
||||
|
The man in this room is our guest. |
|
|
|
|
|
(ผู้ชายที่อยู่ในห้องนี้เป็ฯแขกของเรา) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : in this room เป็นวลีมาทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์มาขยายนาม man ที่อยู่ข้างหน้า |
|
|
||
|
He wants to buy the corner. |
|
|
|
|
|
(เขาต้องการซื้อบ้านที่อยู่มุมถนนนั้น) |
|
|
|
|
|
ข้อสังเกต : on the corner เป็นวลีมาทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ขยายนาม house ที่อยู่ข้างหน้า |
|
|
||
|
|
|
|
|
|
|
7. Subordinate Clause (อนุประโยค) นำมาใช้เป็น Adjective ขยายนามได้ และให้วางไว้หลังนามที่ไปขยายทุกครั้ง เช่น |
|
|||
|
This is the house that Jack built. |
|
|
|
|
|
(นี้คือบ้านที่แจ๊คสร้างเอาไว้) |
|
|
|
|
|
ข้อสั |
||||
ควรอ้างอิงแหล่งที่มาด้วย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสอบนะ