ขอบคุณกรณีศึกษาวัย 27 ปี เคยอยากทำงาน แต่ใจสั่น ชอบอยู่นิ่ง ความจำสั้น เลยอยากอยู่บ้านเฉยๆ ครอบครัวอยากให้ชีวิตของกรณีศึกษามีเป้าหมายเลยปรึกษากิจกรรมบำบัดจิตสังคม

ความบกพร่องทางจิตสังคมที่เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีขณะทำงาน อาจมีผลจาก ได้แก่ หูแว่ว คิดว่าจะมีคนทำร้าย/นินทา แยกความเป็นจริงไม่ได้ ไม่ไว้วางใจใครยกเว้นครอบครัว ไม่เข้าสังคม ไม่ดูแลตนเอง ไม่ชอบอาบน้ำ เมื่อพบเพื่อนจะมีอาการกดดันตนเองและเปรียบเทียบกับเพื่อน

ปัจจุบันมีอาการคิดฟุ้งซ่าน จินตนาการเรื่องอดีต ซึ่งคิดเข้าข้างตนเอง เสียใจในอดีตถึงปัญหาความเครียดที่ทำงานและเรียน + อกหัก คิดกระวนกระวาย (ร้องไห้สลับหัวเราะ) ไม่รู้สึกตัว ต้องคอยเรียกแบบเขย่าตัว บางครั้งได้ยินแต่ไม่ตอบรับ ใจลอยเดินไปที่อ่านล้างหน้าแทนที่จะไปที่กดน้ำดื่ม คุยกับหมอได้ปกติแต่อยู่คนเดียวแบบซึมเศร้า

การประเมินและการให้คำปรึกษาทางกิจกรรมบำบัดจิตสังคม ประกอบด้วย

1. การประเมินสุขภาวะของการทำงานของสมองสองซีกในกิจกรรมการดำเนินชีวิต พบว่า มีความไม่สมดุลของการใช้สมอง เน้นกิจกรรมที่ไม่เคลื่อนไหว และรับรู้ข้อมูลจากสมองที่เด่นทางระบบการมองเห็นและระบบการได้ยิน แต่ใช้จริงไม่มากนัก

ดร.ป๊อป จึงแนะนำให้ปรับกิจกรรมการดำเนินชีวิต โดยระดมสมองจากครอบครัว และวางแผนใน 3 เดือนเพื่อการพัฒนาทักษะชีวิตและฟื้นพลังชีวิตให้พร้อมที่จะกลับไปทำงานได้จริง เช่น ตื่นนอนแต่เช้า ฝึกดูแลตนเอง (อาบน้ำแต่งหน้าแต่งตา) มีการติดตารางเพื่อบันทึกความถี่ที่ทำกิจกรรมสำเร็จอย่างน้อย 90% (มีครอบครัวคอยเป็นพี่เลี้ยงไม่เกิน 10%) มีการใช้เวลาว่างออกกำลังกายด้วยการทำงานบ้าน-การเลี้ยงหลาน-การทำครัว เป็นช่วงๆ ให้โอกาสได้พักบ้าง มีการติดตามการกินยาอย่างต่อเนื่อง มีการพูดคิดให้กรณีศึกษาได้คิดถึงความดีของตนเองในแต่ละวัน การวางแผนทำอาหารเริ่มจากการจ่ายตลาด-การไปเรียนทำอาหารนอกบ้าน-การทำอาหารให้ที่บ้านทาน เป็นต้น ระหว่างนี้ให้ญาติปรึกษาหน่วยงานที่ควรให้โอกาสผู้ที่กำลังบกพร่องทางจิตสังคมได้ฝึกฝนทักษะการทำงานในที่ทำงานจริง ตามพรบ.สุขภาพจิตแห่งชาติ  

2. ประเมินกิจกรรมความรู้ความเข้าใจ: แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครอบครัวถึงการปรับตารางชีวิตให้ไม่จำเจ มีการเคลื่อนไหวทางความคิดสลับการเคลื่อนไหวทางร่างกายและสลับการพักผ่อนไม่เกิน 20 นาที ซึ่งกรณีศึกษาไม่สามารถต่อรองความคิดได้ดีนัก จดจำบางข้อมูล ต้องมีนักกิจกรรมบำบัดจิตสังคมช่วยมากกว่า 10% เขียนหนังสือได้แต่มือสั่นเล็กน้อย มีอาการง่วงนอนและปวดหัว แต่ได้ทำตามที่ ดร.ป๊อป แนะนำถึงการเดินอยู่กับที่พร้อมหายใจเข้าทางจมูกออกทางปาก และออกกำลังกล้ามเนื้อตาทั้งสองข้างด้วยการปิดตาข้างหนึ่ง ลืมหลับตาอีกข้างหนึ่ง 5 รอบ ต่อด้วยการมองนิ้ว (ดึงหว่างคิ้วขึ้น) ที่ปลายนิ้วชี้ของเพื่อนข้างหน้าวนจากจุดตรงกลางเล็กๆ จนถึงวนนิ้วเป็นวงกลมใหญ่ๆ สุดท้ายคือหลับตากระพริบตาถี่ๆ 5 ครั้งแล้วลืมตากว้าง

3. ประเมินการรับรู้พลังชีวิตด้วยความหวัง: กรณีศึกษามีความหวังบ้างในกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ครอบครัวพร้อมช่วยเหลือ แต่ต้องให้ครอบครัวช่วยกระตุ้นถ้ากรณีศึกษาไม่มีแรงหรือไม่อยากทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต ตอนนี้ไม่อยากทำงาน แต่ถ้ามีครอบครัวคอยกระตุ้นความหวัง ก็อาจจะมีพลังในการทำงานได้บ้าง ความหวังตอนนี้มีไม่เกิน 4/10 เพราะรู้สึกล้า เหนื่อยงาน และยอมรับว่างดยาเองมา 8 เดือนนั้นมีผลข้างเคียง จึงจะตั้งใจกินยาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกำลังจะตรวจเช็คผลของต่อมไทรอยด์ด้วยเพราะมีอาการใจสั่น อาการล้า และตาโปน ...ดร.ป๊อป จึงนัดที่คลินิกเพื่อเรียนรู้โปรแกรมการจัดการความล้าเพิ่มเติม และแนะนำให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการจัดการความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตหลังโรคจิตเภทด้วย