ทิศทางเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปี 2554
เศรษฐกิจโลกในปี2554 ยังคงขยายตัวต่อเนื่องแต่ยังคงเปราะบางจากทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความ ผันผวน ความเสี่ยงจากปัญหาวิกฤติหนี้สินยุโรปลุกลาม
การดำเนินนโยบายเข้ม งวดสกัดเงินเฟ้อของเอเชีย ความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูปได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะมี อัตราการขยายตัวที่ระดับร้อยละ 3.3-3.4 อัตราการขยายตัวของปริมาณการค้าโลกชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 6-7% ในปี 2554 หลังจากเติบโตสูงถึง 11% ในปี 2553 สหรัฐอเมริกาจะมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องที่ระดับ 2.9-3.0% ในปี พ.ศ. 2554 ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปี พ.ศ. 2553 ผลของการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing) ทำให้ดอลลาร์อ่อนลงช่วยปรับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐอเมริกาดีขึ้น ทำให้ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจด้านการค้าและภาคเศรษฐกิจแท้จริงของโลกดีขึ้น เพียงเล็กน้อย ขณะที่กลับทำให้เกิดความไม่สมดุลในระบบการเงินโลก เงินทุนระยะสั้นไหลออกจากยุโรปและสหรัฐฯที่มีผลตอบแทนต่ำทะลักเข้าเอเชียที่ มีผลตอบแทนสูงกว่า จนทำให้ค่าเงินเอเชียแข็งค่าอย่างรวดเร็วพร้อมกับเริ่มเกิดภาวะฟองสบู่ใน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และตลาดหุ้นในบางประเทศ เป็นแรงกดดันสำคัญให้ประเทศในเอเชียจำต้องดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่เข้ม งวดมากขึ้นในปี พ.ศ. 2554 การขาดดุลการค้าของสหรัฐอเมริกาจำนวนมหาศาล การเกินดุลการค้าจำนวนมากของจีนและประเทศเอเชียตะวันออก ไม่ได้เป็นผลจากปัจจัยค่าเงินเพียงอย่างเดียว หากเป็นผลจากตัวแปรทางด้านเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ต้นทุนการผลิต ซึ่งการปรับเปลี่ยนตัวแปรหรือปัจจัยเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ขณะที่วิกฤตการณ์หนี้สินยุโรปมีแนวโน้มลุกลามไปยังประเทศโปรตุเกส สเปน และ ฝรั่งเศส อาจจะเกิดการปะทุขึ้นอีกระลอกหนึ่งภายใน 6 เดือนแรกของปีหน้า (2554) การทยอยปรับลดอัตราเครดิตประเทศยุโรปจะทำให้เกิดความผันผวนขึ้นในตลาดตราสาร หนี้ บางประเทศอย่างไอร์แลนด์ถูกบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือปรับลดมากถึง 5 ขั้นเกินกว่าตลาดคาดการณ์