รัฐบาลใหม่ตั้งใจแน่วแน่ที่จะให้เด็กๆได้ใช้ Tablet PC อุปกรณ์หน้าตาคล้ายกระดานชนวนในยุคก่อน แต่เก่งกว่าเยอะ นัยว่าเพื่อให้เด็กๆได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งผู้เขียนเองก็ไม่ได้คิดจะคัดค้านอะไร แต่ก็อดคิดถึงอะไรๆหลายๆอย่างที่อาจเป็นผลพวงที่ประสงค์หรือไม่พึงประสงค์ อันเกิดจากการใช้เจ้ากระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนี้ไม่ได้..

Tablet PC จัดว่าเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดย่อม ที่สามารถพกติดตัวไปไหนๆได้อย่างสบายๆ ในเมืองไทยเราก็รู้จักกันในยี่ห้อ iPad, Sumsung Galaxy และอีกหลายๆยี่ห้อก็กำลังทยอยตามมา ดังรูป

เห็นแล้วก็เชื่อว่าหลายคนคงน้ำลายไหล อยากได้กับเขาบ้าง ผู้เขียนเองก็เช่นกันครับ ไม่ปฏิเสธ

แต่ก่อนอื่น เพื่อความเป็นธรรมก็อยากจะนำ vdo clip โฆษณา Tablet PC ของบริษัทหนึ่งในต่างประเทศ ที่นำมาใช้ในการเรียนการสอนมาให้ท่านดูว่าเขาใช้สอนเด็กๆกันอย่างไรบ้าง

 

ดู vdo clip นี้แล้ว ก็รู้สึกอยากให้เด็กไทยเรา ได้มีโอกาสแบบเด็กฝรั่งเขาบ้าง แต่ขณะเดียวกัน เราก็ต้องระมัดระวังด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นของใหม่ของเรา หากเราเชื่อว่าทุกอย่างล้วนเป็นดาบสองคม การใช้ Tablet PC นี้ ก็เช่นกัน

ผู้เขียนใคร่ขอนำเสนอประเด็นบางประการที่คิดได้ ดังนี้

1. หากใช้กับเด็กชั้น ป.1 จะเป็นการเร็วไปหรือไม่ เพราะเด็กวัยนี้ต้องการ การพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็นบางเรื่อง เช่น ทักษะการเขียนด้วยลายมือ จริงอยู่แม้เจ้า Tablet ตัวนี้จะมีโปรแกรมให้เขียนได้ก็จริง แต่ความรู้สึกสัมผัสในการเขียนก็ยังไม่เหมือนการเขียนบนกระดาษ ขณะเดียวกันการใช้ tablet ส่วนใหญ่มักจะเป็นการใช้นิ้วแตะ หรือการใช้ปากกา stylus (ปากกาสัมผัสหน้าจอ) จิ้ม มากกว่า ดังนั้นผู้เขียนก็รู้สึกกังวลว่า tablet นี้ จะเข้ามาขัดขวางพัฒนาการ การใช้กล้ามเนื้อของเด็กหรือไม่

2. ปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์เป็นอะไรที่ไม่ยากเหมือนแต่ก่อน เพราะมีโปรแกรมสำเร็จรูปออกมาให้ใช้มากมาย ซึ่งล้วนแต่พยายามทำให้ใช้งานง่ายขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการที่เราคิดว่าควรให้เด็กเล็กๆได้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านี้แต่เยาวัยนั้น เพื่อให้เขาได้เรียนรู้วิธีใช้แต่เนิ่นๆนั้น ผู้เขียนกลับรู้สึกมองเห็นอีกมุมหนึ่งว่าไม่จำเป็น เพราะความง่ายของ software หรือที่มักเรียกกันว่า Apps (Application) นั้น เด็กๆยุคนี้ได้สัมผัสเมื่อไร ก็ใช้เป็นเกือบจะทันที ดังนั้นเด็กวัย ป.1 จึงควรใช้เวลากับการพัฒนาความตื่นตัวและทักษะของกล้ามเนื้อต่างๆ การเรียนรู้และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนหรือสิ่งแวดล้อม การได้สัมผัสของจริงหรือประสบการณ์จริง การอ่านหนังสือเล่ม ฯลฯ มากกว่าการคอยจ้องแต่หน้าจออย่างเดียว

3.ปัญหาความพร้อมของตัวเครื่อง (Hardware) นั้น ผู้เขียนไม่กังวล เพราะรัฐบาลตั้งใจจะซื้อแจกเด็กอยู่แล้ว แต่ที่เป็นห่วงก็คือ Software หรือ Apps ที่เป็นภาษาไทยทั้งหลาย เรามีแผนเตรียมความพร้อมด้านนี้เพียงใด หากต้องใช้จริง เราต้องมี Apps ที่มีจำนวนมากและครอบคลุมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยที่ยังไม่ได้พูดถึงคุณภาพของ Apps ที่จะนำมาให้เด็กใช้เลย

4.การเตรียมความพร้อมของโรงเรียนและครู เพราะตรงนี้เป็นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เด็กได้ใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า หากครูมีความพร้อม มีแผนการสอนที่รองรับ Tablet PC และโรงเรียนมีความพร้อมด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายแล้ว ก็จะช่วยให้นโยบายนี้มุ่งสู่เป้าหมายได้ แต่ดูเหมือนประเด็นนี้น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ของโรงเรียนในชนบทห่างไกล ซึ่งผู้เขียนได้ยินคำให้สัมภาษณ์ของ รมต.ศึกษาคนใหม่ว่า จะให้กับนักเรียนและโรงเรียนที่มีความพร้อมก่อน ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็อาจกลายเป็นการถ่างช่องว่างของความเสมอภาคทางการศึกษาให้มากขึ้นก็เป็นได้

ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงบางประเด็นเท่านั้น หากท่านผู้อ่านมีความเห็นอย่างไร ก็ลองมาช่วยกันคิด ช่วยกันบอกกล่าว เพื่อว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา จะได้ไม่เป็นการสูญเปล่าครับ..