ความหวังดีของธรรมชาติ ที่ช่วยสร้างความเก่งกาจให้ร่างกาย

 

วันนี้อยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับ ความหวังดีของธรรมชาติ ที่ช่วยสร้างความเก่งกาจให้ร่างกาย
เรื่องมีอยู่ว่า
จากการที่เราโชคดีได้มีโอกาสเรียนเฉพาะทางระบบประสาทที่สถาบันประสาทวิทยา กับท่าน อ.นพ.สุชาติ พุทธิเจริญรัตน์ ทำให้ได้พบความประหลาดใจของธรรมชาติหลายอย่าง
อาจารย์ได้สอนถึงการทำงานของระบบประสาทว่า ในส่วนตัวเซลประสาทนั้นเป็นส่วนที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้กุมอำนาจ แล้วมันจะส่งสัญญาณไปตามส่วนยื่นของปลายประสาทที่ยาว…มาก
ตัวนิวเครียสของเซลประสาทส่วนใหญ่นั้นอยู่ในสมอง สมองจึงกลายเป็นศูนย์รวมของอำนาจที่เราจะปล่อยให้ใครมาทำลายง่ายๆไม่ได้ ดังนั้นธรรมชาติจึงสร้างให้เรามีวิธีการในการป้องกันตัวเองสูงมาก   อาทิเช่น
๑.   การสร้างเกราะคุ้มกัน คือ กะโหลกศีรษะของเราที่มีความแข็ง และมีเยื่อหุ้มสมองอยู่หลายชั้น แต่ละชั้นก็มีหน้าที่มีคุณประโยขน์แตกต่างกัน 
๒.   การมีโครงสร้างของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองที่ไม่เหมือนร่างกายส่วนอื่น คือมันมีลักษณะเป็นวงเวียน (เรียกว่า The Circle of Willis) เพื่อประโยชน์ในกรณีที่หากมีเส้นเลือดเส้นใดเส้นหนึ่งอุดตัน มันก็จะปรับสภาพ ปรับวนทิศทางการไหลเวียนของเส้นเลือดใหม่ ซึ่งโดยสภาพปกติเลือดจะไม่ไหลทิศทางแบบนี้ ทำให้มีเลือดจากส่วนอื่นไหลไปเลี้ยงสมองทดแทน ทั้งนี้เพื่อให้สมองทั้งหมดไม่ขาดเลือดไปเลี้ยง จนสมองตายและเกิดอัมพาตในที่สุด
   การได้รับเลือดทดแทนจากการเปลี่ยนทิศทางการไหลเวียนนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติเพื่อมนุษย์        
อาจารย์ของเรา ท่านสอนระบบประสาทไปด้วย สอนให้เราเข้าใจชีวิตไปด้วย ท่านกล่าวว่าคนไข้บางรายโชคดีมากพบว่าเส้นเลือดสมองอุดตันถึงสามเส้นแต่ก็ยังไม่เป็นอัมพาต อันนี้คือความเก่งกาจของร่างกายเรา ในแง่โครงสร้างเป็นแบบนี้
๓. ความสามารถในการปรับตัวให้หดหรือคลายได้อัตโนมัติของหลอดเลือด เพื่อควบคุมให้ปริมาณเลือดไปเลี้ยงสมองนั้นมีความคงที่โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับของความดันเลือดที่เปลี่ยน ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะช็อค หรือ อยู่ในภาวะที่ความดันโลหิตสูงมากก็ตาม
 
จะเห็นได้ว่าร่างกายเราเก่งมากป้องกันสมองได้อย่างดี เราเรียนไปก็น่าประหลาดใจไป มีอะไรอีกมากที่น่าศึกษาในระบบประสาท
 
ทั้งหมดจึงอยากบอกว่า...ธรรมชาตินั้นอุตส่าห์มีความหวังดีต่อชีวิต เหมือนที่สร้างให้แมวมีหนวด ให้เต่ามีกระดองแข็ง ให้กุหลาบมีหนาม ให้ผู้หญิงมีมารยา อะไรประมาณนั้นค่ะ (เกี่ยวไหมนี่) แต่..ทำไม? ตัวเรากลับต้องทำร้ายตัวเราเองด้วยวิธีต่างๆนานา เช่น การกินเหล้า การสูบบุหรี่อย่างหนัก การอดหลับอดนอน  การปล่อยให้ร่างกายและจิตใจเครียดจนความดันโลหิตสูงขึ้น
เราควรหัดฝืนใจ และถนอมร่างกายเราไว้เพื่อทำสิ่งที่มีค่าต่อตัวเอง ต่อสังคม ต่อคนรอบข้าง เป็นการตอบแทนธรรมชาติบ้าง (อันนี้..เตือนตัวเองไปด้วยในตัวนะคะ)
 
หมายเหตุ: ขอขอบพระคุณคุณครู (อ.นพ.สุชาติ พุทธิเจริญรัตน์) อย่างสูง ขออนุญาตเอ่ยนามนะคะ ด้วยความเคารพ ส่วนรูปจากgoogle ค่ะ
ขอบคุณผู้อ่าน
๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๔