เมื่อตอนได้มีโอกาสร่วมกันอ่าน ร่วมกันดูงาน R2R มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ประทับอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจำชื่อนักพัฒนางาน R2R ท่านนี้ไม่ได้ แต่จำใบหน้าและที่ทำงานได้ งานวิจัยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำกับทุกข์ของผู้ป่วย

ทีแรกหลายๆ ท่านตั้งข้อสังเกตว่า

"อาการคันเพียง ๔๐ วินาที ไม่น่าจะมาเป็นประเด็นการทำ R2R เพราะมันเป็นระยะเวลาแป๊บเดียวไม่นาน"

แต่ ในความคิดของข้าพเจ้า ได้ตั้งคำถามต่องานชิ้นนี้ว่า

"อะไรคือ ประเด็นที่ซ่อนอยู่ในอาการคัน ที่คันเพียงแค่ระยะเวลา ๔๐ วินาที"

สาระในเรื่องนี้คือ คนหน้างานทำงานเกี่ยวข้องกับการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง และในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉีด Dexa นั้นจะมีอาการคัน ดังนั้นนักพัฒนางาน R2R จึงตั้งคำถามกับตนเองว่า จะต้องละลาย Dexa ให้เจือจางในปริมาณเท่าไร จึงจะสามารถช่วยลดอาการคันในผู้ป่วยได้

ในตอนที่อ่านงานนี้ ข้าพเจ้ามองว่า "ลำพังทุกข์จากการป่วยเป็นมะเร็งนี่ก็มากโขอยู่แล้ว และยิ่งมาถาโถมด้วยอาการคันแม้เราจะมองว่าเพียงระยะเวลาสั้น ๔๐ วินาที แต่นั่นในคนที่ทุกข์อาจจะเนิ่นนานมากก็ได้ ใครจะรู้"

หากเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นเราไม่รู้หรอกว่ามันทุกข์แค่ไหน

มันเป็นสภาวะทุกข์ซ้ำ กระหน่ำเข้ามา หากเราใช้มาตราฐานทุกข์ในใจเรา จะทำให้เราไม่เข้าใจในทุกข์ของคนอื่น แต่ หากเราใช้ความเข้าใจในทุกข์ของเรา เราจะทำความเข้าใจในทุกข์ของคนอื่นได้อย่างลึกซึ้ง

เป็นความโชคดีอย่างยิ่งเลย

ที่ในวันงานมหกรรม R2R ครั้งที่ ๔ ได้มีโอกาสนั่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันนักพัฒนางานท่านนี้ ทำให้ทราบว่า...

"ทุกข์ในอาการคัน ๔๐ วินาที นี่มาหนักหนาขนาดไหน"

เจ้าของงานเล่าให้ฟังว่า ในระยะเวลาของการทำงานคลุกคลีกับผู้ป่วยมะเร็ง ได้เรียนรู้ทั้งสภาวะการเจ็บป่วยทางกาย และการสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ จะเห็นว่าผู้ป่วยมะเร็งหลายรายต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์มากขนาดไหน

ในรายที่ได้รับยา Dexa ผู้ป่วยส่วนมากที่เป็นมะเร็งเต้านม นั้นจะมีอาการคัดปากช่องคลอด ซึ่งเป็นอาการคันที่ยากจะเกาได้ บางรายบอกว่า "มันทุกข์ยิ่งความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งเสียอีก" ดังนั้นในความที่ตนเองเป็นคนทำงานประจำในด้านนี้ อะไรที่พอจะช่วยบรรเทาทุกข์ของผู้ป่วยได้ จะรีบทำและไม่รีรอ

ความงามของเรื่องนี้;

คือ ความพยายามน้อมใจของตนเองเข้าไปทำความเข้าใจในทุกข์ของคนอื่น และหยิบยื่นแบ่งปันการช่วยเหลือเกื้อกูลกันเท่าที่มีโอกาสและศักยภาพจะทำได้

ไม่งอมืองอเท้า ...ไม่จมอยู่กับทุกข์ของตนเอง

หากว่านักพัฒนางาน R2R ท่านนี้นิ่งเฉย และคิดว่า "ลำพังงานตนเองก็มากพอ อาการคัน ๔๐ วินาทีก็ให้อดทนเอา" จะทำให้เขามีดวงจิตดวงใจที่เพิกเฉย และหลุดออกจากความอ่อนโยน

งานชิ้นนี้ถือว่า เป็น R2R ที่ทำภายใต้ "หัวใจและปัญญา" ...

หัวใจคือ ทำด้วยการใช้ใจลงไปทำความเข้าใจในปัญหาของผู้ป่วย "ทุกข์ของตนเองเก็บไว้ ทุกข์ของผู้ป่วยนั้นยิ่งใหญ่" มีจิตใจที่เสียสละ คิดค้น ศึกษาเพื่อหาแนวทางในการเยียวยาและแก้ไขบรรเทาทุกข์ให้ผู้ป่วย ในลักษณะนี้คือ การทำด้วย "ปัญญา"...

สำหรับข้าพเจ้าเอง...

ความยิ่งใหญ่ของ R2R ไม่ได้อยู่ที่ว่างานนั้นเลิศอลังการด้วยระเบียบวิธีวิจัย หรือเลิศด้วยความชาญฉลาดของนักวิจัย

แต่...ความยิ่งใหญ่ของงาน R2R ในทัศนะของข้าพเจ้านั้นคือ ความนอบน้อมเรียนรู้การแก้ไขปัญหา แม้เป็นงานเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ในความรู้ของผู้คน งานชิ้นนั้นถือว่าเยี่ยมยอดสำหรับข้าพเจ้าเสมอ

...

๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔