ข้าพเจ้าขับรถสบายๆ...ออกจากบ้านแบบไม่เร่งรีบอาการ ลมเกิน ที่เกิดขึ้นแล้วทำให้เวียนหัวตั้งแต่เช้ามืดไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิต...

ทุกอย่างยังดำเนินไป ขณะขับรถก็ได้พิจารณาร่างกายไปด้วย หากว่ากายก็เป็นไปตามห่วงบ่วงเหตุ และเขาพยายามปรับสมดุลทางธรรมชาติด้วยตัวเขาเอง ... นี่แหละคือ การเยียวยา

แต่คนเรานั้นอาจหวาดวิตก...เพราะความกลัวอันละเอียดครองใจเราอยู่

หากเราเข้าใจกลไกของกายและจิต...มันก็เป็นเพียงความเป็นเท่านั้นเอง

สองข้างทางโล่งไม่ค่อยมีรถ ข้าพเจ้าเดินทางไปตามการนัดหมาย ที่อำเภอไทยเจริญซึ่งครั้งนี้ถือว่า...แตกต่างจากการไปครั้งก่อน (สุนทรียะ R2R แห่ง รพ.สต.หนองคูน้อย) เพราะครานี้มุ่งเข้าตัวอำเภอเลย ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เดินทางไปแม้ว่าจะเป็นคนยโสธรเอง แต่พื้นที่ไม่เคยได้ไปเยือนเลย ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่ง

ข้าพเจ้านั้นไม่ได้ตั้งอยู่ในความประมาท หากแต่ระลึกรู้อยู่ตลอดเวลาว่าสภาวะ ลมเกิน นั้นเป็นอย่างไรบ้าง หากย้อนมาที่ใจมันคอยแต่จะเคลื่อนไปยึดกาย หากแต่เราตามดูไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ได้มีอะไร

ทางเข้าต้องเลี้ยวแยกออกจากถนนใหญ่เข้าไปไม่ลึกมากนัก สองข้างทางเขียวขจีทุ่งนาและต้นไม้ในฤดูฝนดูชุ่มฉ่ำหัวใจ และที่สำคัญอากาศไม่ร้อน

ก่อนได้คุยในกลุ่มใหญ่ข้าพเจ้ามีโอกาสสนทนาแบบเบาๆ กับหัวหน้า สสอ.ท่านพรชัย แต่ข้าพเจ้าจะชอบเรียกท่านว่า...พี่พรชัย และน้องกิ่ง เป็นบทสนทนาที่สุนทรียะอย่างมาก เพราะใช้หัวใจมองเรื่องรอบด้านด้วยใจที่รื่นรมย์ มองเรื่องการพัฒนาภายใต้ความงาม และยิ่งมาทราบว่าหลายๆ เรื่องพี่พรชัยได้แนวคิดต่อความเป็นมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นจาก อ.นพ.เฉก...หรืออีกหลายท่าน มันทำให้เกิดความงามของการขับเคลื่อนเครือข่าย R2R ได้ดี และที่สำคัญข้าพเจ้าสัมผัสได้ถึงหัวใจของความเป็นนักพัฒนาสาธารณสุขอย่างเต็มเปี่ยมจากพี่พรชัย

น้องกิ่งที่เพิ่งกลับมาจาก...การไปเรียนรู้วิปัสสนากรรมฐาน ใบหน้าเบิกบานดูมีพลัง พี่พรชัยเล่าว่า มักสนับสนุนและส่งเสริมน้องๆ ไปเรียนรู้พัฒนาจิตใจเพื่อที่ว่าเขาจะได้มีพลังในชีวิต และมีความสุขกับการทำงาน ใช้วิถีแห่งความเรียบง่ายผนวกกับการสร้างเสริมสุขภาวะ...

เราคุยกันได้สักพัก...พี่นัทก็เข้ามาสมทบ

"พี่อยากให้เกิดปรากฏการณ์สักอย่างที่เป็นการกู้ใจคนอกหักจากการทำวิจัย"

"พี่ไม่อยากให้คนทำงานต้องมาทุกข์จากการถูกซักเรื่องวิจัยแบบเอาเป็นเอาตาย อยากให้เหมือนกับงานมหกรรม R2R ที่เป็นพื้นที่เกิดการเรียนรู้ดีมากเลย"

พี่นัท...พูดด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่นหากแต่นุ่มนวล...และมีใจเต็มร้อยที่จะสานต่อ "Happiness R2R" บนพื้นที่อันชุมฉ่ำนี้...

ย้อนกลับมาสู่อาการทางร่างกายข้าพเจ้า...พิจารณาเป็นระยะๆ ก็ยังเห็นการเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น อาการวิงเวียนศีรษะไม่มี แต่ยังคงอาการผอืดผะอม...แต่ ณ ขณะนั้นสภาวะนี้ไม่ได้มีอิทธิพลเหนือความเป็นชีวิตของข้าพเจ้า

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เริ่มต้น

เราสนทนากันแบบเบาเบาในภาพสะท้อนที่ได้ไปผ่านการเรียนรู้ R2R ทั้งในงานมหกรรม R2R ประจำปีที่เมืองทองธานี และของที่จังหวัดจัด....

เราพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า... "อยากทำ R2R แบบมีความสุข"... "ไม่อยากเครียด"

ก็ถือว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นกังวลใจ เพราะหากว่าคน run งานนี้ไม่เข้าใจ "หัวใจของ R2R" แล้วจะพาคนหมู่มากหลงทางไปสู่มิติเดิมที่คร่ำเคร่งเอาเป็นเอาตายกับการค้นหาข้อผิดพลาดจากงานวิจัยผ่านการซักถาม มากกว่าจะเป็นการชื่นชม ต่อเติมเสริมสร้างงานให้สมบูรณ์ด้วยหัวใจอันพองโต

การเรียนรู้วันนี้ มีหลายงานที่มองเห็นความก้าวหน้า และเป็นงานที่ก่อเกิดมาจากงานประจำที่ทำอยู่ทุกวันๆ...

มื้อเที่ยงร่างกายไม่รับอาหาร ...อาเจียนไปหนึ่งครั้ง พอได้อาเจียนออกมา ร่างกายกลับรู้สึกสบายขึ้น อ๋อ...นี่น่ะคือ การปรับสมดุลด้วยตัวเองตามวิถีธรรมชาติ

ข้าพเจ้ารู้สึกดีขึ้น ยิ่งช่วงบ่ายน้องกิ่งทำน้ำหมากเม่าให้ดื่ม ยิ่งสดชื่น

พลังสดใส...toxin ต่างๆ ที่เกิดในร่างกายคลายลง ...ข้าพเจ้ามาพิจารณาสาเหตุว่าน่าจะมาจากที่เมื่อวานไปเป็น case นวดให้น้องนักศึกษา แต่น้องลืมเปิดประตูลม ทำให้...ลมไหลวนคลั่งอยู่ในร่างกาย...

แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปเกือบสิบเจ็ดนาฬิกา ...

แต่ก็ไม่มีใครที่จะลุกหนีเดินไปก่อน เราทุกคนยังนั่งพูดคุยด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เฉกเช่นเดิม...

วันนี้มีทั้งงานที่สำเร็จแล้ว...อันเป็นความสำเร็จแบบเล็กๆ...แต่งดงามมาเล่าสู่กันฟัง ในขณะเดียวกันหลายๆ คนช่วยชื่นชม ชี้ และช่วยเติมเต็มงานให้สมบูรณ์ มีการต่อยอดกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกันนั้นข้าพเจ้าก็แทรกองค์ความรู้และหลักการทางวิจัยไปเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับงานที่น้องๆ ทำ...

วันนี้ได้เรียนรู้ว่า...

R2R...คือ ความงามของชีวิตและการเรียนรู้

...

ทุกอย่างที่เกิดนั่นคือ "อิทัปปจยตา"

๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔