มีป่า ก็มีน้ำ มีนก มีผลไม้ มีความร่มเย็น มีชีวิต

ลองสังเกตุ ดูเอาเถิดว่า เรื่องจริงคืออะไร 

ด้วยความที่อยากได้ผลผลิตข้าว เอามากๆ เอาเมล็ดพันธุ์ลงนาไปเยอะๆ บำรุงน้ำ บำรุงปุ๋ย บำรุงยาเคมี

+เมล็ดพันธุ์หว่านลงนาไปจำนวนมาก ทำให้เบียดเเย่งแสง แย่งอาหาร มีภาวะการเเข่งขัน ต้นลีบ รากลอย ข้าวไม่ค่อยแตกกอ

 

-สิ่งที่ได้คือ ความอ่อนแอ ของต้นข้าว ไม่ต้านทานโรค-แมลง และ "แรงลม" 


อะไรที่เค้าว่าดี เอามาใส่ แต่ไม่ได้สังเกตุว่าต้นข้าว นั่นต้องการหรือไม่

 

+พื้นดิน "อิ่มน้ำ" มากเกินไป ก็เหลว นาเป็นหล่ม เป็นบ่อเกิดของการหมัก และเกิดก๊าซมีเทนข้าวเป็นโรค เกิดโลกร้อน 

 

+ต้นข้าว "อิ่มน้ำ" กินไป ก็ไม่กิน "ปุ๋ย" ระบบรากไม่ทำงาน ให้10 กินได้ 3 หายไปไหน 7 ???

 

+ต้นข้าว "อิ่มปุ๋ย" เกินไปก็ไม่เเข็งแรง อวบอ้วน "เพลี้ยลง"

 

+ต้นข้าว "อิ่มยา" เกินไปก็ตกค้าง ถึงคนทำนา ปลาในน้ำ และห่วงโซ่อาหารถึงปลายทาง

 

+ต้นข้าว "อ่อน บอบบาง" และดินเหลว เป็นหล่ม พอมีผลผลิต  ก็ไม่สามารถทานแรงลม  ที่โถมพัดพาเข้าใส่ "ต้นข้าว ล้มทั้งเเปลงนา" 


+++สูญเสียผลผลิตเวลาเก็บเกี่ยว +++ 

โอย  Q _ Q ฟูมฟักมาตั้งนาน ข้าวร่วงหล่น อยู่เต็มผืนนา  น้ำตาจะไหลริน 

 

ปัญหานี้แก้ได้แต่อยู่ที่ว่า  

"ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ" 

ลองไปชมกันดูครับ เกษตรกรมืออาชีพ ที่ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว สังเกตุ เเลกเปลี่ยนเรียนรู้  และลงมือทำแล้ว ไม่ต้องไปรอ งบประมาณใคร ทำได้เองที่เเปลงนา 

 

................................

3.ต้องมี "ป่าล้อมนา" จะเป็นไม้ยืนต้น ผลไม้ และไม้ไผ่ 

   -เป็นแนวกันลมที่จะพัดพาเอาเมล็ดหญ้าขนาดเล็กที่ลอยติดลมบน มาปะทะต้นไม้ก่อนลงเเปลงนา 

   -ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ให้กับผืนนา

   -เป็นที่อยู่อาศัยของ "นกสำหรับกินแมลง"

   -เป็นไม้ผล สำหรับการบริโภค และแปรรูป กินและจำหน่าย

   -เป็นไม้ใช้ เช่นไม้ไผ่ ทำไม้ค้ำค้างถั่ว ต้นกล้วย ไม้ยืนต้น 

   -เป็นแนวกันลม ไม่ให้ข้าวล้ม ตอนให้ผลผลิตด้วย


ลองตามไปศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ ว่าด้วยการปลูกข้าว

 


 

 

ผลผลิตที่ได้

 

คนกินข้าว ต้องทำความเข้าใจถึงวิธีการเพาะปลูกข้าว อย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก การจัดการ ในเเปลงนา เพิ่มคุณค่าผลผลิต

 

 ป่าล้อมนา นาลุงมี