ผลหม่อน...ผลไม้จิ๋วแต่แจ๋ว

วิโรจน์  แก้วเรือง

         มัลเบอร์รี่(mulberry : Morus spp.) เป็นเบอร์รี่ไทย ผลไม้ชนิดผลรวมที่สามารถปลูกเป็นเชิงพาณิชย์ได้แล้ว แถมยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค ซึ่งชอบรับประทานผลไม้หรืออาหารเป็นยา หรือที่นักวิชาการเรียกเสียไพเราะเพราะพริ้งว่า “เภสัชโภชนาภัณฑ์”พูดง่ายๆคืออาหารที่เรารับประทานเข้าไปร่างกายจะย่อยเปลี่ยนเป็นสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ ที่มีสรรพคุณเป็นยาป้องกันหรือรักษาโรคได้ โดยเฉพาะสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สามารถป้องกันการเกิดโรคได้หลายชนิด รวมทั้งสร้างความสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติ จากการวิจัยของนักวิชาการกรมหม่อนไหมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2535 หรือเมื่อ 18 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งยังเป็นสถาบันวิจัยหม่อนไหม สังกัดกรมวิชาการเกษตร มัลเบอร์รี่หรือผลหม่อนได้ถูกนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มและอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น น้ำผลหม่อน  ไวน์หม่อน แยมหม่อน ไอศกรีมหม่อน  เชอเบทหม่อน และเยลลี่หม่อน ฯลฯ ต่อมาคณะนักวิจัยของกรมหม่อนไหมได้ร่วมวิจัยกับกรมวิชาการเกษตร คณะเภสัชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กระทั่งทราบว่าในผลหม่อนผลไม้สีแดงเมื่อห่ามมีรสหวานอมเปรี้ยว และเมื่อสุกเต็มที่จะมีสีม่วงเข้มจนเห็นเป็นสีดำ รสหวานจัด ผลหม่อนในระยะผลห่าม และผลสุกเหมาะสำหรับรับประทานผลสด หรือนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มและอาหารที่มีรสชาติดี สีสวย ชวนให้รับประทานยิ่ง

         มัลเบอร์รี่ หรือผลหม่อน ผลไม้พื้นบ้านของชาวไทยภูเขาในภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พอให้เด็กๆได้เก็บกินเพราะปลูกเป็นไม้ริมรั้ว หรือปลูกไว้ในบริเวณบ้านๆละ 1-2 ต้น กระทั่งมีชาวเมืองเชียงใหม่ นำมาปลูกเป็นไม้ประดับบ้าง ไม้ผลริมรั้วบ้าง แต่ไม่มีการผลิตผลสด หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์แต่อย่างใด ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ หลังสงครามอ่าวเปอร์เซีย ในปี 2534 เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมต้องเลิกเลี้ยงไหมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากราคารังไหมตกต่ำและ  ผ้าไหมจำหน่ายได้น้อย  เนื่องจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ผมและเพื่อนนักวิชาการจึงร่วมกันว่าเราควรหาวิธีการรักษาเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมไว้ กอปรกับในขณะนั้น นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีหม่อนไหม คนปัจจุบันได้นำพันธุ์หม่อนที่ให้ผลดกจากเชียงใหม่  มาปลูกที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุดรธานี ออกดอกออกผล เห็นไก่กระพือปีกขึ้นไปจิกผลหม่อน

         เป็นอาหารด้วยความอุตสาหะหาผลไม้รสเลิศกิน จึงเกิดความคิดว่า เราน่าจะหาทางใช้ผลหม่อนให้เป็นประโยชน์ในยุคที่เกษตรกรมีรายได้น้อยลงจากการเลี้ยงไหม ในปี 2535 ผลหม่อนก็กลายมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพ ต่อมาได้รับความสนใจในการนำมาแปรรูปเป็นอาหารและเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิด จากการเพียรพยายามในการเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รู้จักผลหม่อน ต่อมาอีก 5ปี ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลหม่อน เช่น น้ำหม่อน ไวน์หม่อน แยมหม่อน และเยลลี่หม่อน เข้าสู่ตลาดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ คณะผู้วิจัยไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ได้ร่วมกันหาคุณค่าของผลหม่อนทางการแพทย์กับ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้พบสารโพลีฟีนอล(polypenols)สารแอนโธไซยานิน (anthocyanin)ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ตลอดจนกรดโฟลิกและกรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด ทำให้ผลหม่อนเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ดังจะเห็นได้จากการออกร้านในงานเกษตรต่างๆ จะมีต้นหม่อน ผลสดจำหน่ายทุกงาน โดยจะเห็นได้จากงานเกษตรแฟร์ ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระหว่างวันที่ 29มกราคม ถึงวันที่  7 กุมภาพันธ์ 2553 มีร้านที่จำหน่ายหม่อนผลสดสายพันธุ์ต่างๆ ถึง 13 ร้าน ในราคาตั้งแต่ 40-300 บาท/ต้น แล้วแต่จะโฆษณาว่าพันธุ์หม่อนของตนผลดกหรือผลใหญ่อย่างไร แต่ผู้ที่ซื้อไปปลูกจะได้คือ ผลหม่อน...ผลไม้จิ๋วแต่แจ๋ว

         ภาคเหนือ แหล่งผลิตผลหม่อนที่มีคุณภาพและให้ผลผลิตสูง เนื่องจากมีอุณหภูมิที่เหมาะสม สภาพดินส่วนใหญ่เหมาะสมต่อการปลูกหม่อนผลสด และสามารถปลูกได้ดีตั้งแต่พื้นที่ราบจนถึงบนพื้นที่สูงประมาณ 1,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล การที่กรมหม่อนไหม โดยศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯน่าน ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯเชียงใหม่ ได้เข้าไปบุกเบิกส่งเสริมการปลูกหม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ พันธุ์ที่กรมหม่อนไหมได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงที่สุดในขณะนี้ เพียง 2 ปี หลังการส่งเสริมการปลูกหม่อนผลสดอย่างจริงจังในภาคเหนือ ผลิตภัณฑ์น้ำมัลเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่สกัด  มัลเบอร์รี่เข้มข้น ได้ออกสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ ที่จำเป็นต้องใช้คำว่า “มัลเบอร์รี่” แทนคำว่า “หม่อน” เนื่องจากเป็นกระแสของการนิยมบริโภคผลไม้ “เบอร์รี่” ที่พบว่ามีสารสีแดง สีม่วง นักวิทยาศาสตร์ไทยและเทศ พบว่า เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีคุณค่าอนันต์ ในการลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ ได้หลายชนิด และหม่อนเป็นเบอร์รี่ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเช่นนั้น จึงต้องใช้คำว่ามัลเบอร์รี่ เพื่อให้อยู่ในกระแสนิยมด้วยเช่นกัน และสามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในตลาดถึงทุกวันนี้ เราเดินทางไปชมการผลิตหม่อนผลสด ในภาคเหนือด้วยกันเลยนะครับ

        ภูพยัคฆ์ เป็นแห่งแรกที่มีการส่งเสริมการปลูกหม่อนผลสด ภูพยัคฆ์เป็นแหล่งพำนักของอดีตคอมมิวนิสต์ กลายเป็นแหล่งผลิตผลหม่อนสดรสเลิศ  ผลใหญ่ สะใจโก๋ ท่านจะได้สัมผัสกับทุกสิ่งที่กล่าวมาเมื่อท่านแวะมาที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านน้ำรี  หมู่12 ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งก่อตั้งขึ้นสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2546 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ป่าไม้ บริเวณภูพยัคฆ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีสภาพถูกบุกรุกแผ้วถาง เป็นป่าเสื่อมโทรมนับพันไร่ และมีแนวโน้มถูกบุกรุกเพิ่มขึ้น เนื่องจากราษฎรมีความต้องการใช้ที่ดินทำการเกษตร ในลักษณะทำไร่เลื่อนลอย พลเอก ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ กราบบังคมทูลถวายรายงานเพื่อทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงโปรดเกล้าให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริแห่งนี้ขึ้น

                ปัจจุบันสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่ และการเกษตรที่ยั่งยืน รวมถึงการทำการเกษตรปลอดสารและครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตและการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร โดยมีราษฎรเป้าหมาย  4 หมู่บ้าน ดังนี้

                1.บ้านน้ำรีพัฒนา หมู่ 12 จำนวน 198 หลังคาเรือน 849 คน

                2.บ้านน้ำช้างพัฒนา หมู่ 11 จำนวน 171 หลังคาเรือน 748 คน

                3.บ้านห้วยกานต์ หมู่ 1 จำนวน 113 หลังคาเรือน 516 คน

                4.บ้านกิ่วจันทร์ หมู่ 10 จำนวน 103 หลังคาเรือน 526 คน

ซึ่งราษฎรทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลั๊วะ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น หม่อนผลสด กาแฟ และพืชผักปลอดสาร รวมทั้งการทำนาแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นการอนุรักษ์หน้าดิน โดยราษฎรจะต้องมาลงทะเบียนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ

        ปัจจุบันการปลูกหม่อนผลสดของที่นี่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการส่งเสริมให้ราษฎรเพิ่มพื้นที่ปลูก เพราะหม่อนผลสดเริ่มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากยิ่งขึ้น  จนทำให้ผลผลิตที่ผลิตได้ในสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยทางสถานีฯจะรับซื้อ หม่อนผลสดจากราษฎรในราคากิโลกรัมละ 30 บาท เพื่อนำมาแปรรูปเป็นน้ำหม่อนเข้มข้น นอกจากนั้นยังมีการคัดผลเพื่อจำหน่ายผลสด ซึ่งจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีปัญหาเรื่องการขนส่ง เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล ทำให้ผลผลิตหม่อนผลสดช้ำและเสียง่าย นี่คือโจทย์วิจัยของพวกเรา

โปรดติดตามตอนต่อไปในครับ...