บทบรรณาธิการเรื่อง
Esaan being failed by inequities in education system ใน นสพ.
เดอะ เนชั่น เขียนได้ดีมาก ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า
เราต้องช่วยกันขจัดความไม่เสมอภาคทางการศึกษาให้ได้
มิฉะนั้นบ้านเมืองเราก็จะยิ่งลำบากขึ้นเรื่อยๆ
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ก.ค. ๕๔
I agree with the authors on many points: money spent on big roadside birthday cards, the promised farmer credit cards, and nothing about education. I may add 'all about money and power for one individual', but, nothing on health care and social development for the people.
Thailand's political agenda may be all about profit -- taking as much as possible, even if the sources of profit die in the exploit --. The concept of system's 'growth' and prosperity' is not understood nor practiced.
To paint simpler pictures of the two ways.
The final picture for profit is of great mansions on top of rubbish hills.
Everywhere you look, everywhere you go, everyday of your life you live among ruins.
Some people who have been lucky to look out of a balcony of a high-rise apartment in Mumbai, would see I mean.
The picture for system's growth is more like a villa in a garden on a bank of a flowing stream where kids swim.
There are birds in trees, bees on flowers, your kids and ours play together. They would grow up and make families together. Their children will be like our children - they will work and build our villa.
The output from the system feedback into the system (not taken away).
No, it is not the pictures for governments or politicians to consider. But all people to look and decide.
Once we know which picture is chosen to hang in our house. We can come together and make the picture a reality.
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ผมขอแสดงความเห็นผ่านไปถึงเจ้าของบทความที่ท่านอาจารย์อ้างถึงหน่อยนะครับ อาจจะแรงไปนิดแต่ก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งครับ
ผมเห็นด้วยกับที่ผู้เขียน(The Nation)นำเสนอมาโดยเฉพาะเรื่องความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษา แต่ก็คงต้องบอกว่าการนำเสนอข้อมูลเพียงบางส่วนและปกปิดข้อมูลบางส่วนไว้ไม่ใช่พฤติกรรมที่เราควรได้เห็นจากผู้ที่เรียกตัวเองว่าเป็น "สื่อ" ทั้งที่ยังมีข้อมูลอีกชุดใหญ่ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาทั้งหลายทั้งปวงแต่การเจตนาไม่นำมาเสนอไว้ด้วยนั่นแปลว่าอะไร ?
"The second piece of bad news came on Monday, when 200 students rallied in front of the Faculty of Mass Communication at the prestigious Chiang Mai University, demanding that the faculty's dean step down following her alleged poor management." ขณะที่ท่านกำลังโปรโมทสถาบันอุดมศึกษาที่รับนักศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตออกมาเพื่อเป็นสื่อสารมวลชน ถามจริงๆเถอะตรับว่าท่านเองเคยประเมินผู้ประกาศข่าวของท่านทั้งที่จัดรายการทางช่องทีวีผ่านดาวเทียมและฟรีทีวีบ้างหรือไม่ว่ามีคุณภาพสมควรกับคำว่าสื่อหรือไม่อย่างไร
"three pieces of good news" ที่ท่านว่ามันน่าปลาบปลื้มสักแค่ไหน ขณะที่กำลังพูดถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาท่านกลับยกย่องกลุ่มคนเพียงแค่หลักสิบหรือไม่กี่ร้อยซึ่งได้รับการสนับสนุนปัจจัยทุกด้านอย่างเหลือเฟือ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการมีความสำเร็จของคนกลุ่มนี้ แต่รู้สึกขมขื่นกับการได้เห็นความแตกต่างราวฟ้ากับเหวของการส่งเสริมเมื่อเทียบกับอีกกลุ่มใหญ่ซึ่งหากเอามาวางคู่กันแล้ว take limit กลุ่มนี้แทบจะกลายเป็นศูนย์ด้วยซ้ำไป
ผมสงสัยว่าทำไมสื่ออย่างท่านไม่นำเสนอด้วยว่าขณะที่รัฐก่อตั้งสถาบันส่งเสริมสารพัดความเป็นเลิศ ผุดองค์การมหาชนพวกนี้ขึ้นมาแทบจะเรียกได้ว่ามีอัตราสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของบริษัทจดทะเบียนเสียอีก แต่ไม่มีสักองค์กรที่ทำหน้าที่สร้างเสริมความเท่าเทียมกันของโอกาสทางการศึกษาที่เป็นรูปธรรมจริงๆที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการวัดหรือการประเมิน
"That the lowest IQ is seen in Isaan is no surprise - and it's not because children there have brain cancer, but because there are simply not enough decent schools, libraries, teachers and education funding, which children in Bangkok have easy access to."
"Over the past 20 years, Isaan's primary schools have remained just as shabby. New emerging universities there lack both quality and credibility. The education authorities are currently deciding whether to shut down E-sarn University in Khon Kaen after it was rocked by a scandal over the sale of teaching diplomas."
"students in the Northeast had the lowest average scores, with 95.99. In the South, students did a bit better, scoring 96.85. On average, Northern students' scores were 100.11 while students in the Central region achieved 101.29. Students in Bangkok averaged 104.5."
ก็สงสัยอีกเหมือนกันว่า 95.99 กับ 96.85 มันต่างกันเสียจนเรียกได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ดีหรือเลว กระนั้นเลยหรือท่านจึงจงใจโฟกัสเฉพาะ 95.99 ของอีสานซึ่งถือว่ามีคะแนนต่ำสุดจนละเลย 96.58 ซึ่งเป็นคะแนนรองต่ำสุดของภาคใต้ รวมถึงไม่พูดถึงสามจังหวัดชายแดน ซึ่งก็ไม่ยากนักที่จะหาข้อมูล ไม่พูดถึงคฤหาสน์หรูของนักการเมืองภาคใต้ นักการเมืองในกรุงเทพฯ และนักการเมืองภาคอื่นๆทั่วประเทศไทย
ถ้าอยากจะตั้งคำถามก็คงจะเป็นว่า วิธีการแจกเสื้อผ้า หนังสือสมุดดินสอกับเด็กนักเรียนทุกคน ทุกสถานที่เท่ากันหมดเรียกว่า "ทำเพื่อเท่าเทียม" แล้วใช่หรือไม่ เด็กๆสามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเสื้อผ้า รองเท้าใช่หรือไม่ วิธีการพัฒนาเด็กที่นั่งเมอะเซดีสเอสคลาสมาโรงเรียน กับเด็กที่เดินเท้าเปล่ามาโรงเรียนคือแจก 480 บาท สำหรับค่าเสื้อผ้านั่นถูกต้องที่สุดแล้วใช่ไหมครับ
.."เท่าเทียม" คือ "เท่ากัน" อย่างนั้นใช่ไหมครับ ?
สำหรับผมมันไม่ได้ต่างอะไรจากการซ่อมถนนโดยการพ่นด้วยสีสเปรย์ เพราะนอกจากมันจะทำให้ถนนสูงขึ้นมาครึ่งมิลลิเมตรเท่ากันหมด มองจากบนท้องฟ้ามีสีสันสวยงามราวกับถนนอย่างดีเหมือนกันหมด
..แต่ก็ไม่เคยมีสักหลุมที่ถูกถมให้เต็ม..!
สวัสดีครับท่านอาจารย์ ผมขอแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องบทความนี้นะครับ ความเสมอภาคของการศึกษาในประเทศไทยเรา และการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ในช่วงนี้เรามักจะทราบข่าวจากสื่อเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพด้อยลง ทั้งในระดับอุดมศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เช่นกรณีเกิดปัญหาที่ ม.อิสาน ต้องขอนุญาตเอ่ยนามครับ เกี่ยวกับการศึกษาระดับ ป.บัณฑิต
และในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีผลโรงเรียนที่มีผลโอเน็ตต่ำกว่าเกณฑ์ในหลายโรงเรียน และส่งผลถึงการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามนี้
เรื่องทั้งหมดนี้ รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับการศึกษาของเราที่ตกต่ำที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจาก กระบวนการที่เรานำมาใช้นั้นยังไม่ถูกต้อง และดีพอครับ รวมทั้งความเชื่อมโยงในกระบวนการต่าง ๆ ไม่สอดรับกันครับ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ หากเด็กนักเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศไทย ได้รับทรัพยากรต่าง ๆ ที่ดีเท่าเทียมกัน มีมาตรฐานอย่างเดียวกัน และเหมาะสม เด็กนักเรียนที่เป็น out put เหล่านี้ย่อมมีผลสัมฤทธิ์ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามที่กำหนดในนโยบายของกระทรวงศึกษา
แต่เราต้องยอมรับนะครับว่า โรงเรียนในประเทศไทยของเรามีความแตกต่างกันครับ เช่น โรงเรียนที่มีชื่อเสียงขนาดใหญ่ อยู่ในเมืองหลวง หรือจังหวัดใหญ่ จะมีทรัพยากรที่พร้อมและสมบูรณ์มากกว่า โรงเรียนขนาดเล็ก หรือโรงเรียนที่มีนักเรียนคละชั้นที่อยู่ต่างจังหวัดครับ
การบริหารงานใน 4 งานที่สำคัญของโรงเรียน คือการบริหารวิชาการ การงเงินงบประมาณ การบริหารบุคคล และการบริหารงานทั่วไป ก็มีความแตกต่างกันครับ ครูที่ทำหน้าที่ในโรงเรียนขนาดใหญ่ ทำหน้าที่สอนได้สมบูรณ์กว่าครูในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะงานการเงินงบประมาณ โรงเรียนขนาดใหญ่สามารถจัดหาบุคคลที่มีความสามารถในด้านการจัดทำบัญชี และการเงินมาจากภายนอกได้้โดยใช้เงินนอกงบประมาณที่มีผู้สนับสนุนมาให้ ส่วนครูในโรงเรียนขนาดเล็กต้องทำหน้าที่สอน และยังต้องมีภาระงานใน 4 งานนั้นด้วยครับ เช่น ครูต้องลงบัญชี ครูต้องทำงานธุรการ และงานอื่นที่ได้รับมอบหมายนอกเหนือจากการสอนแล้วครับ ซึ่งครูในโรงเรียนขนาดใหญ่ และที่ต่างประเทศไม่ต้องทำ เพียงเรื่องที่ผมยกตัวอย่างมานี้ เพื่อนสมาชิกก็จะทราบถึงความแตกต่างของการศึกษาของเรานะครับ ความจริงเรื่องเหล่านี้ จะยอมรับเฉพาะบุคคลากรที่ทำหน้าที่ทางการศึกษาเท่านั้น บุคคลภายนอกทราบข้อมูลนี้น้อยมากครับ จึงทำให้วงการศึกษาถูกบุคคลภายนอก และสื่อต่าง ๆ ตำหนิมาตลอดครับ ว่าการศึกษาของประเทศเราด้อยคุณภาพ ผมจึงอยากให้พวกเรา คนไทยทุกท่านได้ทราบความจริงทั้งหมดว่า ทุกวันนี้การศึกษาในโรงเรียนไม่เท่าเทียมกันครับ หากจะพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยเราให้ดีขึ้น พวกเราทุกคนต้องมาช่วยกันพัฒนาอย่างจริงใจ และเราต้องไม่บิดเบือนข้อมูลกันครับ
รวมทั้งเราต้องไม่ทำธุรกิจการศึกษา ประเภทจ่ายครบจบแน่ครับ ขอให้เรื่องที่ผ่านมาเป็นอุทาหรณ์ว่า เราจะพัฒนาให้คนไทยมีคุณค่าครับ ไม่ใช่เจตนามุ่งหาผลประโยชน์ และมอบกระดาษให้ผู้ที่อยากได้กระดาษเพิ่มวุฒิการศึกษาให้เขาเหล่านั้นครับ
ผมขอแสดงความเห็นเพียงเท่านี้ก่อนครับ และผมต้องขออภัยด้วยนะครับ หากข้อความที่แสดงความเห็นมานี้จะกระทบกระเทือนความรู้สึกของเพื่อนสมาชิกท่านใด แต่ด้วยความรักและห่วงใยการศึกษาของประเทศไทยเราครับ