ภาวะผู้นำในดวงใจ ปัญญา นิรันดร์กุล เจ้าพ่อเกมส์โชว์

nipapas
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ภาวะผู้นำในดวงใจ

ภาวะผู้นำในดวงใจ  ปัญญา  นิรันดร์กุล 

 เจ้าพ่อเกมโชว์ ที่มีประโยคฮิตติดปาก "ถูกต้องนะครับ" 

ประวัติส่วนตัว  

ชื่อ-สกุล  : ปัญญา นิรันดร์กุล          ชื่อเดิม   เปียง แซ่อึ๊ง       
ชื่อเล่น    :  ตา
วันเกิด     :  24 มีนาคม พ.ศ. 2497    เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 4คนใน                    ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน 

บิดาชื่อ    : นายเต๊กกุ่ย        แซ่อึ้ง     มารดาชื่อ  : นางอำพัน นิรันดร์กุล       แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2546

ถิ่นกำเนิด  : กรุงเทพมหานคร 

คู่สมรส  : วาสนา นิรันดร์กุล           มีบุตร-ธิดา     :   รวม 4 คน

ที่อยู่        : 201/17 หมู่บ้านมหานครนิเวศน์ ถนนวิภาวดี รังสิต บางเขน กทม. 10210/  บริษัท เวิร์คพอยท์เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด 99 หมู่ 2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000  

ที่อยู่ปัจจุบัน :   บ้านพักอยู่ภายในหมู่บ้านเมืองเอก ย่านรังสิต ใกล้กับ เวิร์คพอยท์สตูดิโอ ที่ทำการใหม่ของ บมจ.เวิร์คพอยท์ฯ มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสตูดิโอถ่ายทำรายการโทรทัศน์ และละครโทรทัศน์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

การศึกษา : - มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนธำรงวิทย์

                 - มัธยมศึกษาปีที่ 4-5 โรงเรียนนนทรีวิทยา แผนกวิทยาศาสตร์

                 - ปริญญาตรี สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

                 - ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากม.ศรีปทุม

กิจกรรมที่กำลังศึกษา  :  ระหว่างเรียนทำกิจกรรมหลายอย่าง รวมทั้งเล่นละครตลกคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเช่นเรื่องโรมิโอจูเลียต โรบินฮู้ด ปี 2521 ขณะเรียนชั้นปีที่ 5 กำลังทำวิทยานิพนธ์ ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ เป็นคนชวนให้มาเล่นละครทีวีเรื่องศรีธนญชัย 21 ก็เลยเริ่มเข้าสู่วงการอาชีพตั้งแต่นั้นมาโด่งดังมากเมื่อรับเชิญจากเจ.เอส.แอล.เป็นพิธีกรรายการพลิกล็อคในปี2524
ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง:  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ

ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ :
               เข้าสู่วงการบันเทิงครั้งแรก ด้วยการแสดงภาพยนตร์ไทย เรื่องแรกคือ สืบยัดไส้ ในปี พ.ศ. 2521 ในบทบาทนักแสดงประกอบ และต่อมาในปีเดียวกัน ปัญญาจึงได้แสดงละครในบทพระเอกเป็นเรื่องแรกคือ ศรีธนญชัย ทางไทยทีวีสีช่อง 3 จากการชักชวนของภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ และยังได้รับโอกาสแสดงบทพระเอกในภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง โดยมีชื่อเสียงคู่กับอรพรรณ พานทอง และเพ็ญพิสุทธิ์ คงสมุทร
รายการโทรทัศน์  ต่อมา  ในปี พ.ศ. 2527 ปัญญาร่วมเป็นสมาชิกยุคบุคเบิกของรายการเพชฌฆาตความเครียด ทางไทยทีวีสีช่อง 9 โดยใช้ชื่อว่า ซูโม่ตา มีบทบาทซึ่งสร้างชื่อเสียงเป็นที่จดจำของผู้ชมคือ การแสดงเป็นพิธีกรรายการ ภาษาไทยคำละวัน ล้อเลียนรายการ ภาษาไทยวันละคำ ของอาจารย์กาญจนา นาคสกุล และต่อมาในปีเดียวกัน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 - พ.ศ. 2532) ปัญญาเข้าร่วมเป็นพิธีกรรายการ พลิกล็อก (ในชื่อ คู่หูพลิกล็อก , พลิกล็อกเพชร และ พลิกล็อกเหนือเมฆ) , ยุทธการขยับเหงือก , มหัศจรรย์วันเสาร์ ของเจเอสแอลทาง ททบ.5 เป็นต้น   ในปี พ.ศ. 2532   ปัญญาลาออกจากทุกรายการของเจเอสแอล แล้วร่วมกับ จิก-ประภาส ชลศรานนท์ อดีตสมาชิกวงเฉลียง ก่อตั้ง บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (อังกฤษ: WorkPoint Entertainment Co., Ltd.) เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ และละครโทรทัศน์ โดยรายการแรกของบริษัทคือ เวทีทอง ทางช่อง 7 สี ต่อมา ผลงานรายการ และละครของเวิร์คพอยท์ฯ ได้สร้างชื่อเสียงโด่งดังแก่บริษัทฯ อย่างมาก จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2547 เวิร์คพอยท์ฯ ก็เข้าจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การก่อตั้งบริษัท :  เริ่มก่อตั้ง บริษัท เวิร์คพอยท์ เอนเตอร์เทนเมนท์ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2532 ผลิตรายการโทรทัศน์ และผลิตผลงานละครเรื่องหลากเรื่อง เปิดตัวนิตยสารชื่อ แก้จน และเปิดบริษัท หัวฟิล์ม ท้ายฟิล์ม เพื่อรับผลิตงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ และบ้านอิทธิฤทธิ์ รับทำงานด้านเอฟเฟกต์ ส่วนด้านโทรทัศน์เปิดบริษัท บั้งไฟ สตูดิโอ ร่วมกับหม่ำ (เพ็ชรทาย วงศ์คำแหลา) และบริษัท โต๊ะกลมโทรทัศน์ ร่วมกับสังข์ 108 มงกุฏ (ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม)ผลิตรายการโทรทัศน์

เอกลักษณ์ประจำตัว : เอกลักษณ์และลักษณะท่าทางประจำตัวของปัญญา คือ การยื่นมือที่กางนิ้วหัวแม่โป้งและนิ้วชี้ออกไปข้างหน้า พร้อมทำปากไปด้วย ก่อนจะพูดประโยค “ถูกต้องนะคร้าบ” ด้วยเสียงดังและยาวนาน ส่วนมากจะใช้กับรายการเกมโชว์ควิซโชว์ที่ปัญญาเป็นพิธีกร ในการเฉลยคำถาม โดยรายการแรกที่ปัญญาใช้ประโยคนี้ คือรายการ แฟนพันธุ์แท้ ซึ่งถือว่าโด่งดังมาก จนกลายเป็นประโยคฮิตติดปาก จนผู้คนมักเลียนแบบไปใช้เล่นกับคนรอบข้าง ซึ่งในระยะแรก ประโยคนี้จะใช้เฉพาะในรายการแฟนพันธุ์แท้เท่านั้น แต่ต่อมา ปัญญาได้นำไปใช้ในรายการเกมโชว์ควิซโชว์อื่นๆ ที่ตนเป็นพิธีกรด้วย เอกลักษณ์อีกประการหนึ่งในการจัดรายการระยะหลังก็คือ การตะโกนพูดด้วยเสียงดัง เพื่อกระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นให้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการ เช่น รายการ ยกสยาม เป็นต้น

ผลงานพิธีกรรายการ  :  ยกสยาม (18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน)/หลานปู่ กู้อีจู้ (2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน)/ชิงร้อยชิงล้าน (17 มกราคม พ.ศ. 2533 - 2 เมษายน พ.ศ. 2551) / (14 เมษายน พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน)/เพชฌฆาตความเครียด (พ.ศ. 2527)/คอนเสิร์ต-คอนเทสต์ (พ.ศ. 2528 - พ.ศ. 2530)/มหัศจรรย์วันเสาร์ (พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2532)/พลิกล็อก (พ.ศ. 2527 - พ.ศ. 2532)/ยุทธการขยับเหงือก (พ.ศ. 2532)/เวทีทอง (พ.ศ. 2532)/เกมแก้จน (4 ตุลาคม พ.ศ. 2541 - 28 ธันวาคม พ.ศ. 2546)/อยากออกทีวี (พ.ศ. 2542)/เกมทศกัณฐ์ (1 เมษายน พ.ศ. 2546 - 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551)/เกมทศกัณฐ์เด็ก (3 เมษายน พ.ศ. 2547 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551)/อัจฉริยะข้ามคืน (3 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 - 5 มีนาคม พ.ศ. 2550)/กล่องดำ/กล่องดำ รักแท้ (1 มกราคม พ.ศ. 2548 - 23 มีนาคม พ.ศ. 2551 / 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2551- 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551)/แฟนพันธุ์แท้ (1 กันยายน พ.ศ. 2543 - 20 เมษายน พ.ศ. 2550)

ผลงานละครโทรทัศน์  :  ศรีธนญชัย (พ.ศ. 2521)/จดหมายจากเมืองไทย (พ.ศ. 2525)/คุณยายกายสิทธิ์ (พ.ศ. 2526)/ขบวนการคนใช้ (พ.ศ. 2526)/นายแพทย์สนุกสนาน (พ.ศ. 2527)/เทวดาตกสวรรค์ (พ.ศ. 2529)/ใจ (พ.ศ. 2529)/หนุ่มทิพย์ (พ.ศ. 2530)/อีสา (พ.ศ. 2531)/รักประกาศิต (พ.ศ. 2531)/มุกดามะดัน (พ.ศ. 2531)/รัตนาวดี (พ.ศ. 2531 - พ.ศ. 2532)/สมการวัย (พ.ศ. 2532)/คู่กรรม (พ.ศ. 2533)/ปีศาจแสนกล (พ.ศ. 2533)/โหด เลว อ้วน (พ.ศ. 2533)/ตะวันชิงพลบ (พ.ศ. 2534)/ผีขี้เหงา (พ.ศ. 2534 - พ.ศ. 2535)/ลอดลายมังกร (พ.ศ. 2535)/วิมานมะพร้าว (พ.ศ. 2537)/ขอหมอนใบนั้นที่เธอฝันยามหนุน (พ.ศ. 2538)/เจ้าสัวน้อย (พ.ศ. 2543)/ผู้หญิงที่อยากกอดตลอดชีวิต (ละครพิเศษเทิดพระเกียรติ พ.ศ. 2547)/คือสายใยแห่งรัก (ละครพิเศษเทิดพระเกียรติ พ.ศ. 2550)

ผลงานภาพยนตร์ไทย : สืบยัดไส้ (พ.ศ. 2521)/ถ้าเธอยังมีรัก (พ.ศ. 2524)/หนูเป็นสาวแล้ว (พ.ศ. 2526)/ไอ้ถึกเกณฑ์ทหาร (พ.ศ. 2527)/กองพันทหารเกณฑ์ (พ.ศ. 2527)/ลูกหนี้ทีเด็ด (พ.ศ. 2527)/ข้ามากับดวง (พ.ศ. 2528)/ผู้การเรือเร่ (พ.ศ. 2528)/รักตะลุมบอน (พ.ศ. 2528)/ลูกสาวป้าแช่ม (พ.ศ. 2528)/รักพลิกล็อก (พ.ศ. 2529)/เจ้าสาวมะลิซ้อน (พ.ศ. 2529)/ลูกทุ่งฮอลลิเดย์ (พ.ศ. 2529)/ข่าวหน้า 1 (พ.ศ. 2529)/เกมมหาโชค (พ.ศ. 2529)/ผู้พันเรือพ่วง (พ.ศ. 2530)/กะชุ่มกะชวย (พ.ศ. 2531)/ผมรักคุณน่ะ (พ.ศ. 2531)/รักด้วยชีวิต (พ.ศ. 2531)/บ้านเล็กบุกบ้านใหญ่ (พ.ศ. 2532)/หัวใจ 4 สี (พ.ศ. 2532)/วิมานมะพร้าว (พ.ศ. 2534)/ไอ้คุณ ผี (พ.ศ. 2534) (นักแสดงรับเชิญ)/โหน่งเท่งนักเลงภูเขาทอง(พ.ศ.2549)(นักแสดงรับเชิญ)

ผลงานโฆษณา  : โตโยต้า ไฮลักซ์วีโก้/แป้ง ตรางู เซ็นลุกซ์/แชมพู ตรางู เซ็นลุกซ์/ธนาคาร ออมสิน

รางวัลที่ได้รับ  :  2532 ผู้แต่งกายดีเด่น (ภาคบันเทิง)/รางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ในงาน Asian Televison Awards 1999 ครั้งที่ 4 จากรายการเกมจารชน ที่ประเทศสิงคโปร์/ละครพ่อ เรื่อง ชีวิตที่พอเพียง ของบริษัทเทเลไฟว์ ติด1 ใน 4 ละครทีวีดีเด่น จากงาน Asian Televison Awards 1999 ครั้งที่ 4 ที่ประเทศสิงคโปร์/รางวัลพิธีกรดีเด่น จาก สยช./โล่ประกาศเกียรติคุณ "สื่อมวลชนนิยมไทยดีเด่น" ประเภทสื่อโทรทัศน์ จากพล.อ.เปรม/รางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ในงาน Asian Televison Awards 2003 จากรายการเกมทศกัณฐ์ และแฟนพันธุ์แท้ ที่ประเทศสิงคโปร์/รางวัลลูกกตัญญู จากสภาสังคมสงเคราะห์ ประจำปี 2547/รางวัลผู้ดำเนินรายการและผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น ทางสื่อวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์/รางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ในงาน Asian Televison Awards 2004 จากรายการแฟนพันธุ์แท้ และเกมทศกัณฐ์เด็ก ที่ประเทศสิงคโปร์/รางวัลรายการส่งเสริมความรู้ดีเด่น, รายการปกิณกะดีเด่น, รายการเกมโชว์ดีเด่น, รางวัลพิธีกรดีเด่น ในงานรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ประจำปี 2547/รางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ในงาน Asian Televison Awards 2005 จากรายการกล่องดำ และรางวัลพิธีกรยอดเยี่ยม จากรายการ กล่องดำ เกมทศกัณฐ์ และแฟนพันธุ์แท้ที่ประเทศสิงคโปร์/2549 รางวัลบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านธุรกิจบันเทิงจรรโลงสังคม และประสบความสำเร็จสูงสุดเป็นเวลาต่อเนื่อง ในรางวัล Ent Biz Award ครั้งที่ 2 จากดร.โพธิพงษ์ ล่ำซำ/รางวัลเกมโชว์ยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย ในงาน Asian Televison Awards 2005 จากรายการเกมทศกัณฐ์เด็ก และรายการ สู้เพื่อแม่/รางวัลกิตติคุณสัมพันธ์สังข์เงิน ครั้งที่ 22 ของสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

จากการเลือกคุณปัญญา  นิรันดร์กุล เป็นผู้นำในดวงใจ ซึ่งศึกษาจากประวัติ  ผลงานและความสามารถ  ซึ่งสามารถบอกลักษณะของภาวะผู้นำได้ 2 แบบ ดังนี้

  1. แบบลักษณะผู้นำคุณภาพ

              ผู้นำคุณภาพ ( Quality Leadership ) ควรมีลักษณะเป็นผู้นำวิสัยทัศน์ผู้นำด้านนวัตกรรมและและเทคโนโลยี การบริหารยึดถือความจริงมากกว่าความรู้สึก มีความสามารถในการสื่อสารใช้แรงจูงใจในการบริหาร รวมทั้งเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและที่สำคัญผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นในการบริหาร โดยเน้นผลงานเป็นหลัก ผู้นำคุณภาพจำเป็นต้องยึดลูกค้าเป็นสำคัญเพื่อตอบสนองความต้องการ ความจำเป็น ตลอดจนสร้างความประทับใจเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ โดยเฉพาะเป็นคนสำคัญ ผู้นำคุณภาพจึงต้องมีเป้าหมายในการพัฒนา โดยยึดลูกค้าเป็นหลักโดยมีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง    โดยใช้หลักการทางสถิติและข้อมูลในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริง      และสามารถทัดเทียมกับสากลปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ       ซึ่งลักษณะของผู้นำคุณภาพมีดังต่อไปนี้

                1. เป็นผู้นำวิสัยทัศน์ (visionary Leadership) และสามารถกระจายวิสัยทัศน์ไปยังบุคคลต่าง ๆ ได้   ในคัมภีร์ไบเบิลกล่าวว่า " Without vision the people perished" โดยให้ความสำคัญของวิสัยทัศน์ว่า " ถ้าผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ประชาชนก็สาบสูญ " ซึ่งนับว่าวิสัยทัศน์มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหาร  ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์จึงต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการบริหารเป็นอย่างดี  ต้องรู้จักสะสมความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ  มั่นศึกษาค้นคว้าหาความรู้อย่างสม่ำเสมอรวมทั้งต้องมองการณ์ไกล สามารถวางแผนระยะยาว (Longterm plan ning) สามารถแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด   เปลี่ยนวิกฤติสู่โอกาสได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญ  สามารถวางแผนกลยุทธ์เพื่อปรับปรุงองค์การให้เจริญก้าวหน้าและอยู่รอดปลอดภัย สามารถต้านทานต่อวิกฤติการณ์ที่มากระทบได้อย่างมั่นคง  ผู้นำวิสัยทัศน์จึงมีลักษณะดังนี้

       1.1 ผู้นำต้องกำหนดวิสัยทัศน์ได้อย่างชัดเจน และสามารถกระจาย

            วิสัยทัศน์ไปยังบุคลากรอื่นเพื่อให้เกิดการยอมรับ

      1.2 ผู้นำสามารถกำหนดเป้าหมายร่วมกับบุคคลากรได้อย่างชัดเจน
      1.3 ผู้นำร่วมกับบุคคลากรกำหนดพันธกิจร่วมกัน  เพื่อเป็นทิศทางใน

      การดำเนินงาน
      1.4 ผู้นำร่วมกับบุคคลากร กำหนดยุทธศาสตร์ที่สามารถแก้ไข

      ปัญหาได้ตรงประเด็น

                2. ใช้หลักการกระจายอำนาจ (Empowerment) และการมีส่วนร่วม (Participation)  ผู้นำคุณภาพ  คงมิใช่ผู้นำแบบอัศวินที่มีลักษณะเก่งคนเดียว  ทำงานคนเดียว  ผู้นำจึงถือคติที่ว่า " Two   heads  are  better  than  one." รู้จักทำงานเป็นทีม   ซึ่งที่จริงแล้วการทำงานเป็นทีมเป็นจุดแข็งของคนไทยทีเดียว  เพราะได้รับการสั่งสมจากวัฒนธรรมประเพณีแต่ดั้งเดิม   สังเกตการทำงานจะช่วยเหลือกันอุปถัมภ์ค้ำจุนกัน   รวมทั้งประเพณีไทยต่าง ๆ เน้นความสามัคคี  และทำงานเป็นกลุ่มทั้งสิ้น   แต่เมื่อเรารับอารยธรรมตะวันตกมามาก    ทำให้คนไทยเป็นปัจเจกชนมากขึ้น  ทำงานแบบตัวใครตัวมัน  ผู้นำจึงสมควรส่งเสริมให้บุคคลากรทำงานเป็นทีม   โดยเฉพาะผู้นำคุณภาพจะต้องเป็นผู้จุดประกายในด้านนี้  ในขณะเดียวกันผู้นำต้องหยั่งรู้ลักษณะบุคคลากรว่าแต่ละคนมีประสบการณ์ความคิด   ความเชื่อ   ความสามารถในด้านใด     เพื่อมอบหมายงานให้ตรงกับความถนัดของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม   สามารถกระจายงาน   กระจายอำนาจให้ทั่วถึงและเป็นธรรมรวม   ทั้งมีหลักเกณฑ์การพิจารณา    เพื่อให้ทุกคนยอมรับและที่สำคัญการเปิดโอกาศให้บุคคลากรมีส่วนร่วมในการทำงาน   ก็นับว่าเป็นการผูกมัดใจให้ทุกคนทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อพัฒนาองค์กรไปสู่เป้าหมาย   ผู้นำคุณภาพจึงต้องให้ความสำคัญของลูกค้าเป็นพิเศษ (Customer Focus) ทั้งในด้านการฟังเสียง  การฟังความคิดเห็น รวมทั้งเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการดำเนินการพัฒนาองค์กร แต่ขณะเดียวกันผู้นำพึงตระหนักในงานและควรจัดลำดับความสำคัญไว้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ    หรือในเรื่องคอขาดบาดตายก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้นำในการตัดสินใจชี้ขาดและคงไม่โยนภาระหน้าที่ไปให้บุคคลากรทุกเรื่อง

  3.เป็นผู้มีความสัมพันธ์กับบุคลากร ทั้งภายในและนอกองค์กร             การสร้างความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับบุคลากร ทั้งภายในและภายนอกองค์กร ช่วยสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อหน่วยงานเป็นผลทางด้านจิตวิทยา   ทำให้ทุกคนเกิดการยอมรับ ศรัทธา   การสร้างความสัมพันธ์กับบุคลากร ทำให้ทราบถึงความรู้สึก  ความคิด  ความเชื่อ  ของแต่ละคน  ช่วยลดช่องว่างและความขัดแย้งในการบริหารการจัดการ    การใช้เทคนิคแบบ MBWA (Managing by Wandering Around)  นับว่าสามารถนำไปใช้ได้เป็นอย่างดี    ซึ่งผู้บริหารจะต้องไม่ยึดติดกับห้องแอร์   ต้องหมั่นเดินดูการปฏิบัติงานของบุคลากร    รวมทั้งคอยให้คำชี้แนะและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด    ซึ่งเป็นการเดินอย่างมีจุดหมาย เพื่อสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนางานให้เจริญก้าวหน้า โดยมิได้มุ่งจับผิดแต่ประการใด

      4.  มีความมุ่งมั่นในการทำงาน       ขงจื้อกล่าวว่า " แม่ทัพที่มีความสามารถอาจถูกแย่งไปด้วยกำลัง แต่ความมุ่งมั่นไม่สามารถแย่งชิงไปได้ "   ผู้นำคุณภาพจึงต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงาน   ขณะเดียวกันต้องตั้งความหวังไว้สูง (High   Expectation) เพื่อให้เกิดผลงานที่ดีที่สุด   นอกจากนี้การทำงานต้องเน้นที่ผลงานเป็นหลัก (Result Oriented)  สังเกตจากผู้นำที่ประสบความสำเร็จ   จะต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย    ความมุ่งมั่นจะประกอบด้วยความวิริยะ  อุตสาหะ  เพราะในการทำงานย่อมมีอุปสรรคและปัญหาคอยทำลายความตั้งใจ และสมาธิ   แต่ผู้นำคงไม่ย่อท้อต่อขวากหนามที่มาขวางกั้น   พึงระลึกถึงคำกล่าวของหลวงวิจิตรวาทการที่ว่า " ชีวิตคือการต่อสู้  ศัตรูคือยากำลัง  อุปสรรค  และปัญหาคือหนทางแห่งความสำเร็จ "  ซึ่งต้องเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรเราต้องมองว่าคนที่ไม่เห็นด้วยกับเรานั้น เป็นไม้บรรทัดวัดความอดทนและความมุ่งมั่นในการทำงานของเรา นอกจากนี้ลองสังเกตง่ายๆ ว่า ถ้าว่าวจะขึ้นได้ต้องมีลมต้าน ปลาเป็นย่อมว่ายทวนน้ำ    มีแต่ปลาตายเท่านั้นที่ลอยตามน้ำ    ถ้าผู้นำใช้ความมุ่งมั่นและทุ่มเท โดยดำเนินงานไปสู่เป้าหมายได้ก็นับว่าเป็นผู้นำคุณภาพอย่างภาคภูมิใจ

             5.  ผู้นำคุณภาพจะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีและใช้ข้อมูลสถิติในการวิเคราะห์และตัดสินใจ           ซึ่งมีลักษณะเป็นผู้นำนวัตกรรม (Innovation leader ship) มีความสามารถในการจัดการกับความรู้  (Knowedge Mangement) และใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ   รวมทั้งใช้ข้อมูลทางสถิติและงานวิจัยมาประกอบในการตัดสินใจ    ผู้นำต้องใช้การบริหารที่ยึดความจริงเป็นหลัก   โดยไม่ใช้ความรู้สึก  (Leading by fact, not leading by feeling) ต้องกล้าพูดความจริงเกี่ยวกับปัญหาไม่ปิดปัญหาการบริหาร   แบบปัดฝุ่นไว้ใต้พรมต้องหมดไป   ผู้นำต้องนำปัญหามาวางแผนแก้ไขโดยใช้งานวิจัยเป็นตัวตั้ง   การแก้ไขแบบสร้างวิมานในอากาศคงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก   การใช้คำขวัญและคติพจน์  สุภาษิต  เป็นเพียงแรงเสริมกระตุ้นให้เกิด   ความรู้สึก และกำลังใจในการปฏิบัติงาน ซึ่งไม่สามารถบ่งบอกทิศทางในการบริหารได้อย่างแม่นยำ  แต่สิ่งที่นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการบริหารและการจัดการ คือ  การเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วนตามระยะเวลาที่เหมาะสม  และนำมาวิเคราะห์อย่างชาญฉลาดด้วยเครื่องมือที่น่าเชื่อถือและเที่ยงตรง   เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพยากรณ์   ด้วยอาศัยหลักแห่งความน่าจะเป็น นับว่ามีประโยชน์ต่อการบริหารอย่างแท้จริง และเพียงระลึกเสมอว่า "คุณภาพมิใช่เรื่องบังเอิญ   แต่คุณภาพเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ "
               6. ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้อง  ลักษณะของผู้นำคุณภาพที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ  ต้องสนับสนุนและช่วยเหลือลูกน้องทั้งในด้านส่วนตัวและส่วนรวม    ในด้านส่วนตัวผู้นำต้องให้ความช่วยเหลือในกรณีที่ลูกน้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ    ผู้นำต้องหาความช่วยเหลืออย่างทันที   ในกรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือด้วยตนเอง   ก็ควรแนะนำและชี้ทางให้ ไม่ควรปฏิเสธอย่างขาดเยื่อใย    เพราะการที่คนเราจะขอความช่วยเหลือจากใคร มิใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะนิสัยของคนไทยเป็นคนที่เกรงใจผู้อื่นการที่เขาขอความช่วยเหลือจากเรา   แสดงว่าผู้นำได้รับความไว้วางใจจากลูกน้องเป็นอย่างดี    นอกจากนี้ในด้านหน้าที่การงานผู้นำต้องเปิดโอกาสให้ลูกน้องทำงานและสนับสนุนให้ความก้าวหน้าเป็นลำดับ  และต้องตัดสินด้วยความยุติธรรม   โดยวางมาตรฐานเปรียบเทียบไว้อย่างชัดเจน (Benchmarking) เพื่อให้ทุกคนไปสู่มาตรฐานนั้น   ถ้าใครไปถึงก็สนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าตามลำดับ    ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคน    โดยไม่ให้อภิสิทธิ์เฉพาะกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งและที่สำคัญ   มาตรฐานการเปรียบเทียบนั้นต้องได้รับการยอมรับอย่างทั่วถึง   มิใช่เป็นการสร้างเกณฑ์เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ

                7. มีความสามารถในการสื่อสาร         ผู้นำจะต้องสามารถสื่อสารกับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การทำงานต้องอาศัยหลักการประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจสำนวนที่ว่า " ตีฆ้องร้องป่าว" นับว่าเป็นสิ่งที่ดี   เพราะนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์งานแล้ว   ยังแสดงถึงความโปร่งใส (Transparency) ของการทำงานที่มิได้งุบงิบกันทำ    นอกจากนี้ยังช่วยสร้างทัศนคติที่ดีต่อการทำงานและหน่วยงาน   เพื่อให้ทุกคนยอมรับศรัทธาหน่วยงาน   และพร้อมที่จะทำงานด้วยความสุขและปราศจากความกลัว   การสื่อสารที่ดีที่สุด คือ การพูดคุยเจรจาแบบปากต่อปากเพื่อให้เห็นถึงบุคลิกภาพ  ความรู้สึกที่จริงใจต่อกัน    การใช้หนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษรในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้น   การใช้อวัจนภาษานับว่าเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารเป็นอย่างดี   ผู้นำจึงต้องมีบุคลิกภาพที่ดีมีการพูดจาที่น่าเชื่อถือ   มีวาทศิลป์สามารถพูดจูงใจได้ขณะเดียวกัน   ควรมีลักษณะอ่อนน้อมอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ   ซึ่งเป็นบุคลิกภาพที่ดีต่อการบริหารและการจัดการ   ซึ่งผู้นำที่เข้มแข็งมิได้หมายถึงผู้นำที่แข็งกระด้าง

                8. มีความสามารถในการใช้แรงจูงใจ         การใช้แรงจูงใจในการทำงานนับว่ามีความสำคัญต่อการบริหารและการจัดการเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย    ซึ่งแรงจูงใจนั้นมีทั้งแรงจูงใจภายในและภายนอก   แรงจูงใจภายในจะเกี่ยวกับเรื่องของ    จิตวิญญาณของแต่ละคน ตลอดจนความรู้สึกนึกคิด   ซึ่งไม่สามารถหยั่งรู้ได้อย่างชัดเจน  แต่แรงจูงใจภายนอก    พอจะสามารถแยกแยะได้ว่า บุคคลใดมีความสนใจในเรื่องใด   ซึ่งผู้นำจะต้องศึกษาครูอาจารย์ในฐานะที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา   ว่าเขามีความต้องการสิ่งใดและตอบสนองความต้องการในเรื่องนั้น   เพราะการที่คนจะทำงานเต็มศักยภาพนั้นต้องมีแรงจูงใจเพื่อกระตุ้นให้ทำ    บางคนต้องมีสิ่งของรางวัลมายั่วยุจึงจะเกิด   บางคนต้องการความก้าวหน้าในตำแหน่ง   บางคนต้องการความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ แต่บางคนต้องการลาภ ยศสรรเสริญ และได้รับการยกย่องจากบุคคลทั่วไป   ผู้นำจึงต้องวิเคราะห์แยกแยะบุคลากร  และใช้ความสามารถในการใช้แรงจูงใจ  เพื่อผลักดันให้บุคคลทำงานอย่างเต็มกำลังสามารถ
                9. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Chang Leadership )         ผู้นำคุณภาพจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง  โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไปสู่ความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่   ความคิดที่ออกนอกกรอบหรือกฏเกณฑ์เดิม   เพื่อประยุกต์งานให้เกิดความก้าวหน้า  อัลเบิร์ต  ไอน์สไตน์  กล่าวว่า " การแก้ปัญหาในเรื่องเดิม จะต้องใช้วิธีการใหม่เท่านั้นจึงจะประสบผลสำเร็จ " ถ้าเรายังมัวย่ำอยู่กับปัญหาเดิม ๆ   โดยไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการมีแต่จะสะสมปัญหาไปเรื่อย ๆ เหมือนดินพอกหางหมู   และในที่สุดก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง     การเปลี่ยนแปลงจึงต้องอาศัยผู้นำที่มีความกล้าหาญและอาศัยความเสี่ยง   เพราะคนที่อยู่รอบข้าง    ย่อมเกิดความกลัวในเรื่องการเปลี่ยนแปลง   บางคนกลัวเสียผลประโยชน์บางคนกลัวว่าจะทำให้การปฏิบัติงานเกิดความยุ่งยากขึ้น บางคนกลัวผลกระทบกับหน้าที่การงานซึ่งผู้นำจะต้องวางแผนระยะยาว   เพื่อแก้ปัญหาในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงลงไป    เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

            ผู้นำจึงต้องอาศัยความเสี่ยงในการตัดสินใจต่อความเสี่ยงนั้นจะทำให้งานเกิดความก้าวหน้ายิ่งขึ้น   เพราะการทำงานนอกเหนือจากหน้าที่แล้วได้ผลดี   ถือว่าเป็นงานชิ้นโบแดงที่ควรแก่ความ    ซึ่งเป็นการใช้หลักของการบริหารความเสี่ยงเพื่อให้เกิดชัยชนะเป็นต้น    ผู้นำคุณภาพ (Quality Leadership) ควรมีลักษณะเป็นผู้นำวิสัยทัศน์ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี    การบริหารยึดถือความจริงมากกว่าความรู้สึก  มีความสามารถในการสื่อสารใช้แรงจูงใจในการบริหา รวมทั้งเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดการพัฒนา   และที่สำคัญผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นในการบริหาร    โดยเน้นผลงานเป็นหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้นำคุณภาพจำเป็นต้องยึดลูกค้าเป็นสำคัญ    เพื่อตอบสนองความต้องการ  ความจำเป็น    ตลอดจนสร้างความประทับใจเพื่อให้เกิดความพึงพอใจ    โดยเฉพาะลูกค้าเป็นคนสำคัญ   ผู้นำคุณภาพจึงต้องมีเป้าหมายในการพัฒนา  โดยใช้หลักการทางสถิติและข้อมูลในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดคุณภาพอย่างแท้จริง    และสามารถทัดเทียมกับสากลปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ

2. แบบภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์( Strategic Leadership)

      ภาวะผู้นำจะต้องรับรู้สาระสำคัญของการบริหารยุคใหม่ภายใต้ภูมิทัศน์ใหม่ หมายถึง การบริหารองค์การภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมใหม่ จะต้องรู้จักออกแบบองค์การเพื่อการรองรับผลกระทบจากภายนอก (Designing Organizations for the International Environment) ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 4 ประการ คืออินเตอร์เน็ต (Internet) โลกาภิวัฒน์ (Globalization) , การบริหารความรู้ (Knowledge management) และความร่วมมือกันข้ามพรมแดนภายในและระหว่างองค์กร(Collaboration across “boundaries”)

          ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์- ผู้นำที่จะนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จได้อย่างชาญฉลาด หัวใจของความสำเร็จในการทำงาน คือการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นไปอย่างรวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน เพราะเป้าหมายของการบริหารงานคือ การทำให้องค์กรคงอยู่ต่อไปและพนักงานในองค์กรสามารถสร้างความรุ่งเรืองที่ยั่งยืนให้กับองค์กรได้ เราจึงต้องมีผู้นำที่มี “ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์” (Strategic Leadership ) ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้ที่สามารถสร้างงานที่มีคุณภาพ เป็นผู้ที่มีสมรรถนะในการทำงาน มีทักษะ มีความรู้ความสามารถและมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะพาพนักงานในองค์กรเดินไปในทิศทางไหนและเพื่ออะไร ผู้นำเชิงกลยุทธ์ต้องสามารถสื่อสารและสร้างความหมายให้กับผู้คนทั้งในและนอกองค์กรให้ได้

กลยุทธ์ เป็นผลของการอ่านเกม,เห็นภาพรวม เห็นความเชื่อมโยงทั้งภายในและภายนอกองค์กรแล้วสามารถกำหนดวิธีการเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ ความมีกลยุทธ์คือความไม่นิ่ง ไม่ตายตัว คาดคะเนไม่ได้ รู้เขารู้เราและพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ความมีกลยุทธ์หมายถึงผู้นั้นจะต้องสามารถเดินหมากในเชิงรุกหรือรับได้ทันการ

การบริหารกลยุทธ์คือ การที่สามารถอ่านภาวะแวดล้อมอย่างเข้าใจแล้วฉลาด รู้จักเลือกใช้คน วิธีการและทรัพยากร ปัจจัยพื้นฐานของการบริหารจัดการที่มีกลยุทธ์ ได้แก่ ความสามารถในการคิดอย่างมีกลยุทธ์ มีเจตจำนงที่แน่วแน่ มีพันธมิตรที่เกื้อหนุน รวมทั้งสามารถจัดแถวความคิดและจัดแถวแนวปฏิบัติซึ่งปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้จะส่งผลให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรม ก่อให้เกิดผลของการทำงานที่เชื่อได้ว่า “ แตกต่างและดีกว่าเก่า” (Strategic Innovation )

คุณสมบัติหลักของผู้นำเชิงกลยุทธ์

1. ความสามารถในการคิดอย่างเป็นกลยุทธ์ พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการสร้างความคิดอยู่ที่หลักคิดและวิธีคิด ผู้นำควรช่างคิด ช่างวิเคราะห์ มีความคิดริเริ่มและมีความสามารถในการคิดสังเคราะห์ด้วยแบบแผนความคิดในเชิงกลยุทธ์ของผู้นำต้องมีมุมมองที่เป็นระบบ คิดทันการสามารถช่วงชิงโอกาสอย่างฉลาด ผู้นำต้องชอบตั้งและทดสอบสมมติฐานเพื่อปรับกลยุทธ์ได้อย่างทันท่วงที

2. การมีเจตจำนงที่แน่วแน่ เจตจำนงที่แน่วแน่จะเป็นสิ่งเร่งเร้าให้พนักงานทุกระดับเกิดความรู้สึกว่าอยู่หรือทำแบบเดิมๆ ไม่ได้ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปรับปรุงสภาพที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้นเปิดโอกาสให้มีการสำรวจตัวเองเพื่อเตรียมความพร้อม และทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจที่ตรงกันก่อนลงมือร่วมกันผลักดันองค์กรสู่เป้าหมาย

3. การมีพันธมิตรที่เกื้อหนุน ผู้นำเชิงกลยุทธ์ต้องมีความสามารถสร้างเครือข่ายได้ตั้งแต่ต้นเป็นผู้ปฏิบัติคนแรกขององค์กร หาเวที หาทีม เพื่อทำงานร่วมกัน เกื้อกูลกันเพื่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน nipapasbuu

คำสำคัญ (Tags)#ภาวะผู้นำทางการศึกษา

หมายเลขบันทึก: 450091, เขียน: 20 Jul 2011 @ 17:05 (), แก้ไข: 23 Jun 2012 @ 22:44 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

สุลีรัตน์
IP: xxx.173.104.233
เขียนเมื่อ 

เริ่งแคลงใจในจีิยธรรมของคุณปัญญา