การแห่เทียนจำนำพรรษ ปี 2554

กศน. อำเภอแก่งกระจาน  ร่วมกับ วัดแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี จัดกิจกรรมแห่เทียนเข้าพรรษา  ประจำปี ๒๕๕๔ 

                          เมื่อวันที่ ๑๔  กรกฎาคม  ๒๕๕๔   นางสุนันทา การะเวก ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอแก่งกระจาน มอบหมายให้ นางสาวสุรีย์ จันทร์ปรุง  นางเสงี่ยม  สัมพันธารักษ์  องค์กรนักศึกษา และ นักศึกษา กศน. ตำบลแก่งกระจาน  อำเภอแก่งกระจาน  จังหวัดเพชรบุรี  จัดกิจกรรมแห่เทียนเข้าพรรษาร่วมกับ วัดแก่งกระจาน ณ วัดแก่งกระจาน หมู่ ๑  ตำบลแก่งกระจาน  จังหวัดเพชรบุรี  ซึ่งมีหน่วยงานราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนตำบลแก่งกระจานเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

                   วัดแก่งกระจาน ตั้งอยู่บ้านแก่งกระจาน ถนนเขื่อนเพชร - แก่งกระจาน หมู่ที่ ๑ ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๒ ไร่๒ งาน ๗๙ ตารางวา

                    อาณาเขต ทิศเหนือจดภูเขาตะเคียน ทิศใต้จดถนนเขื่อนเพชร - แก่งกระจาน ทิศตะวันออกจดโรงเรียนชลประทานแก่งกระจาน ทิศตะวันตกจดที่ทำการอำเภอแก่งกระจาน

                   อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อโบสถ กว้าง ๘.๖๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นอาคารคอนกรีตเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๓๔ เมตร พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์กว้าง ๑๕.๒๐ เมตร ยาว ๒๑.๕๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๖ หลัง เป็นอาคารไม้ ๒ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔ หลัง ศาลาอเนกประสงฆ์ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๓๔ เมตร เป็นอาคารไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยไม้ นอกจากนี้มี โรงครัว ๑ หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ

                   วัดแก่งกระจาน ตั้งเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๒๙ วัดตั้งอยู่บนภูเขาในเนื้อที่ ๒๒ ไร่ ๑ งาน ๙๗ ตารางวา ตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านว่า "วัดแก่งกระจาน" เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๕๐๔ รัฐบาลได้มีการสร้างเขื่อนกันแม่น้ำเพชีบุรี โดยมีนายช่างประสาทศรีได้สร้างทีพักสงฆ์ และได้อาราธนาพระสงฆ์จากวัดท่าคอยมาอยู่จำพรรษา คือ พระครูสังฆรักษ์วิเชียร ธมฺมรกฺขิตฺโต ต่อมาท่านได้มรณภาพ พระกิ่ง สารสมฺปนฺโน เป็นผู้ดูแลท่านได้ลาสิขา พระวินัยปิยธโร เป็นผู้ดูแล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ได้รับอนุญาตตั้งวัดชื่อว่า "วัดแก่งกระจาน" ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๕.๘๐ เมตร ยาว ๓๙.๓๐ เมตร

                  การบริหารและการปกครอง มีพระครูอุปถัมภ์วัชรกิจ พ.ศ. ๒๕๒๕ - ปัจจุบัน

                  การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๙ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖

           เข้าพรรษา  ที่แปลว่า พักฝน คือ วันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเวลา ๓ เดือน ตามพระธรรมวินัยบัญญัติ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่นซึ่งจะเรียกกันว่า "จำพรรษา" โดยคำว่า "จำ" แปลว่า "อยู่" ส่วนคำว่า "พรรษา" แปลว่า "ฤดูฝน" จะเริ่มนับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ จนมาสิ้นสุดในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ซึ่งสามารถแบ่งการเข้าพรรษาได้เป็น ๒ ประเภท  ๑.ปุริมพรรษา คือ การเข้าพรรษาแรก เริ่มตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ จนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หลังจากออกพรรษาแล้ว พระที่อยู่จำพรรษาครบ ๓ เดือน ก็มีสิทธิที่จะรับกฐิน ซึ่งมีช่วงเวลาเพียงหนึ่งเดือน นับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงเดือน ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒   ๒. ปัจฉิมพรรษา คือ การเข้าพรรษาหลัง ใช้ในกรณีที่พระภิกษุต้องเดินทางไกล หรือมีเหตุสุดวิสัย ทำให้กลับมาเข้าพรรษาแรกในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ไม่ทัน ต้องรอไปเข้าพรรษาหลัง คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๙ แล้วจะไปออกพรรษาในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ซึ่งเป็นวันหมดเขตทอดกฐินพอดี ดังนั้นพระภิกษุที่เข้าปัจฉิมพรรษาจึงไม่มีโอกาสได้รับกฐิน แต่ก็ได้พรรษาเช่นเดียวกับพระที่เข้าปุริมพรรษาเหมือนกัน ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบัญญัติพระวินัยให้พระสงฆ์อยู่ประจำพรรษา เหล่าภิกษุสงฆ์จึงต่างพากันออกเดินทางเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตามที่ต่างๆ โดยไม่ย่อท้อทั้งในฤดูหนาว ฤดูร้อน และฤดูฝน ซึ่งการไม่หยุดพักแม้กระทั่งในฤดูฝน จึงทำให้เกิดเสียงติเตียนจากชาวบ้านว่าอาจจะไปเหยียบย่ำข้าวกล้าและพืชพันธุ์อื่นๆ ของชาวบ้านจนเสียหาย หรืออาจไปเหยียบย่ำโดนสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ออกหากินเข้าได้ เมื่อพระพุทธเจ้าทราบเรื่อง จึงได้วางระเบียบให้ภิกษุประจำอยู่ที่วัดเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งพระสงฆ์ที่เข้าจำพรรษาแล้วจะไปค้างแรมที่อื่นไม่ได้ แต่ถ้าหากเดินทางออกไปแล้วและไม่สามารถกลับมาในช่วงเวลาที่กำหนด คือ ก่อนรุ่งสาง ก็จะถือว่าพระภิกษุรูปนั้น "ขาดพรรษา" ประเพณีหล่อเทียนเข้าพรรษา เป็นประเพณีที่กระทำเมื่อใกล้ถึงฤดูเข้าพรรษาซึ่งเป็นเวลาที่  พระภิกษุจะต้องอยู่ประจำวัดตลอด ๓ เดือน การหล่อเทียนเข้าพรรษานี้มีอยู่เป็นประจำทุกปี  เพราะในระยะเข้าพรรษานี้  พระภิกษุจะต้องมีการสวดมนต์ทำวัตรทุกเช้าเย็นและในการนี้จะต้องมีธูป  เทียนจุดบูชาด้วย พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันหล่อเทียนเข้าพรรษาสำหรับให้พระภิกษุจุดเป็นการกุศลทานอย่างหนึ่งเพราะเชื่อกันว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่าง จะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญาหูตาสว่างไสว 

                                                           

 

กศน.อำเภอหัวหินและกศน.อำเภอสามร้อยยอด  นำคณะอาสาสมัครศึกษาดูงาน กศน. อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

               เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม  2554  นางสุนันทา การะเวก ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอแก่งกระจาน นางเสงี่ยม สัมพันธารักษ์   นางพิทยาภรณ์ ชมยิ่ง และนางสาวน้ำเพชร เกิดช่าง องค์กรนักศึกษา กศน. ตำบลแก่งกระจาน   ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จากกศน.อำเภอหัวหินและกศน.อำเภอสามร้อยยอด นำโดยนางสาวสุธิกานต์   แย้มนิล ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอหัวหิน การศึกษาดูงานในครั้งนี้ ประกอบด้วย ครู กศน.ตำบลและอาสาสมัคร กศน. ซึ่ง กศน. อำเภอหัวหิน จำนวน  ๔๑  คน  และกศน. อำเภอสามร้อยยอดจำนวน ๑๘ คน จัดอบรมอาสาสมัคูรู กศน. เพื่อให้อาสาสมัครู กศน.อำเภอหัวหินและกศน.อำเภอสามร้อยยอด  มีความรู้ ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ปฏิบัติงานได้ตามความต้องการของชุมชน

              ศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงอำเภอแก่งกระจาน บ้านน้ำทรัพย์ หมู่ ๙ ตำบลแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี  โดยมีนายชูชาติ วรรณขำ ผู้ใหญ่บ้านน้ำทรัพย์และคณะได้เป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่องของการพัฒนาหมู่บ้าน  โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา 

                จากนั้นศึกษาดูงานที่ กศน. ตำบลแก่งกระจาน มีนางเสงี่ยม สัมพันธารักษ์ ครูอาสาสมัครู กศน.ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องการดำเนินงาน กศน.ตำบลและมีนางพิทยาภรณ์ ชมยิ่ง อาสาสมัคร กศน.อำเภอแก่งกระจานได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินงาน กศน. ของอาสาสมัคร กศน.      นางพิทยาภรณ์  ชมยิ่ง  เป็นอาสาสมัคร กศน.อำเภอแก่งกระจาน   เป็นผู้มีจิตอาสา เป็นผู้รู้และภูมิปัญญาศิลปประดิษฐ์แป้งปั้นจิ๋ว  ได้อาสาสมัครเข้ามามีบทบาทในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในชุมชน เช่น  ร่วมสำรวจข้อมูลชุมชน  แหล่งเรียนรู้  ภูมิปัญญา  และเป็นผู้สื่อสารข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนตำบลวังจันทร์และนำข้อมูลความต้องการการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชน ร่วมทำงาน ครู กศน.ในพื้นที่ กศน.ตำบลและร่วมกิจกรรมอื่น ๆ ในชุมชน