สาลวโนทยาน ปรินิพพาน เมืองกุสินารา ความไม่ประมาท

ตำบลที่ ๔ ปรินิพพุตสถาน (ที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน คือ ที่สาลวโนทยานเมืองกุสินารา)

ประวัติ

เมืองกุสินาราเป็นเมืองหลวงแคว้นมัลละ พระศาสดาทรงเสด็จมาหลายครั้งหลังจากพระบรมศาสดาทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้วประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ปี จึงได้ตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นมคธ สถานที่ปรินิพพานชื่อ สาลวโนทยาน เป็นอุทยานต้นสาละของเจ้ามัลละกษัตริย์แห่งกรุงกุสินารา ปัจจุบันตั้งอยู่ตำบลกาเซีย จังหวัดกุสินาคาร์ รัฐอุตตรประเทศ ภายในมีสถูปสร้างสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

พ.ศ. ๙๕๐ อุบาสกชื่อ ถินา ชาวเมืองมถุรา ได้สร้างพระสพุทธรูปปางอนุฎฐานสีหไสยาสน์ อุบาสิกาโอปูคยู ได้สร้างวิหารครอบพระพุทธรูปปางนี้

พ.ศ. ๒๒๗-๒๔๑ พระเจ้าอโศกมหาราชทรงเสด็จมาสักการะและสละทรัพย์ทองคำ จำนวนแสนตำลึงสร้างพระเจดีย์และปักเสาหิน ๓ ต้นพ.ศ. ๙๕๐ สร้างประปางปรินิพพานจากหินแดงก้อนเดียว ขนาดยาว ๒๓ ฟุต กว้าง ๕ ฟุต ๖ นิ้ว องค์พระยาว ๑๐ ฟุต สูง ๒ ฟุต ๑ นิ้ว นายช่างผู้สร้างคือ นายถินา แห่งเมืองมถุรา พ.ศ. ๑๑๖๓ -๑๑๘๗ พระถังซัมจั๋ง เดินจาริกที่นี่แล้วบันทึกไว้ว่า สภาพหักพัง

แล้วมีคนอาศัยอยู่น้อย เห็นเสาอโศก ๓ ต้น (ที่ปรินิพพาน-โทณพราหมณ์เจดีย์-มกฎพันธนเจดีย์)

พ.ศ. ๑๗๐๐ ถูกทำลายจากอิสลาม

พ.ศ. ๒๓๙๕ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ได้ค้นพบกุสินารา

พ.ศ. ๒๓๙๗ ท่านวิลสัน ได้ทำการพิสูจน์ว่าเป็นเมืองกุสินาราเดิมหรือไม่

พ.ศ. ๒๔๐๔ อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม ค้นพบ “มถากัวร์” พบพระพุทธปฏิมาปางภูมิสัมผัส สมัยพระเจ้ากนิษกะ สูง ๕ ฟุต ๖ นิ้ว

พ.ศ. ๒๔๑๘-๒๔๒๐ A.C.I. คาร์เลย์ พบพระพุทธปฏิมาปางปรินิพพานหักเป็น ๖ ท่อน กองอยู่ห้องสี่เหลี่ยม ณ ห้องสถูปปรินิพาน สถูปสูง ๑๙.๘๑ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๐.๓๖ เมตร ภายในสถูปเล็กสภาพสมบูรณ์ สูง ๒.๘๒ เมตร ภายในสถูปเล็กบรรจุพระพุทธปฏิมาปางสมาธิ

พ.ศ. ๒๔๔๓ หิรนันท์ ศาสตรี ได้ขุดพบมกฎพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

พ.ศ. ๒๔๖๗ บาบา ระฆะวะทัส ได้มาแสวงบุญ ณ เมืองกุสินารา

พ.ศ. ๒๔๗๐ อูโปคยู กับ อูโปเหล่ง สร้างสถูปปรินิพพานวิหารประกอบพิธีเปิด   วันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๐   มีพระสงฆ์ ๑๗ รูป   นำโดย อูจันทรมณี เจ้าอาวาสวัดพม่า ท่านนำ ทอง เงิน ทองแดง แผ่นศิลาจารึกอธิบายรายละเอียดการขุดค้นฝังไว้

พ.ศ. ๒๔๗๙ ท่านอู จันทรมณี สร้างโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนา

พ.ศ. ๒๔๘๕ ยุคล กิษอเร สร้างเบอร์ล่า ฮินดูธรรมศาลา

พ.ศ. ๒๔๘๙ นายอนาคาริก วิปศยนะ สร้างเนปาลีธรรมศาลาพุทธอาศรม

พ.ศ. ๒๔๙๘ อินเดีย ตั้งคณะกรรมการพัฒนาสาลวโนทยานเตรียมฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ

พ.ศ. ๒๔๙๙ สถูปและวิหาร ถูกบูรณะครั้งใหญ่

พ.ศ. ๒๕๐๗ สถูปได้พังลงมา

พ.ศ. ๒๕๑๘ อินเดียได้บูรณปฏิสังขรณ์

พ.ศ. ๒๕๒๔ ญี่ปุ่นให้ทุนในการตกแต่งจึงมีสภาพที่สมบูรณ์ได้ทุกวันนี้

สถานที่สำคัญ

          ๑.  มหาปรินิพพานวิหาร          ๒.  มหาปรินิพพานสถูป

          ๓.  มกุฎพันธเจดีย์                ๔.  มถากัวร์+โทณพราหมณ์เจดีย์

          ๕.  แม่น้ำหิรัญญวดี               ๖.  แม่น้ำกกุธานที

          ๗.  เมืองกุสินารา                  ๘.  เมืองกาเซีย

          ๙.  หมู่บ้านอนุรุทธวา             ๑๐.เมืองโครักขปูร์

          ๑๑.เมืองปาวา                      ๑๒.บ้านนายจุนทะ

          ๑๓.แม่น้ำอโนมานที

บุคคลสำคัญ

          ๑.  พระเจ้ามหาสุทัสสนะจักรพรรดิ        ๒.  พันธุละเสนาบดี

          ๓.  มัลลิกาเทวี                              ๔.  โทณพราหมณ์

          ๕.  สุภัททปัจฉิมสาวก                      ๖.  จุนทกัมมารบุตร

          ๗.  มัลลกษัตริย์                              ๘.  ท้าวสักกเทวราช    

          ๙.  ทัพพมัลลบุตร                           ๑๐.พระเจ้าอโศกมหาราช

          ๑๑.หลวงจีนฟาเหียน                        ๑๒.หลวงจีนถังซัมจั๋ง

          ๑๓.ท่านเซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม

 

 

ที่ลับสำหรับทำความชั่วไม่มีในโลก
In the world, there is no place to hide, for the does of evil.
พุทธพจน์ / Sayings of the Buddha