ตำบลที่ ๑ ชาตสถาน (ที่พระพุทธเจ้าประสูติ คือ อุทยานลุมพินี)
ความสำคัญ
ลุมพินี ได้ค้นพบเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๘ โดย ท่านเซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม อธิบดีกรมการโบราณสถานของอินเดีย เพราะเหตุที่ได้พบหลักศิลาจารึกที่พระเจ้าอโศกมหาราชปักไว้ อักษรพราหมีที่จารึกถอดข้อความว่า “เทวาน ปิเยน ปิยทสินา ลาชินา วสติวสาภิเสเตน อตฺนอาตฉ มหียิตา หิทพุธ ชาเต สากยมุนีติ สิลาวิคฑภี จ กาลาปิต สิลากเภ จ อุสปาปิเต หิท ภควํ ชาเตติ ลุมพินีคาเม อุตลิเก อฏฐ ภาคิเย จฯ” แปลว่า “ในปีที่ ๒๐ แห่งราชการพระเจ้าเทวนัมปิยทัสสี พระองค์ได้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง กระทำสักการบูชา ณ สถานที่นี้ ซึ่งเป็นที่ประสูติองค์พุทธศากยมุนี ทรงสร้างรูปวิคฑะด้วยศิลา แบะทรงปักหลักศิลานี้ขึ้นไว้ เพื่อแสดงว่า สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสูติ ณ ที่นี้ โปรดให้งดเก็บภาษีอากรที่หมู่บ้านลุมพินี และโปรดให้เรียกเก็บพืชผลแต่เพียง ๑ ใน ๘ ส่วน”
สถานที่สำคัญ
มายาเทวีวิหาร เป็นอาคารใหญ่ สร้างครอบแผ่นศิลารอยพระพุทธบาทที่ขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และมีศิลาแกะสลักรูปการประสูติของสิทธัตถะกุมาร พระนางสิริมหามายาพุทธมารดายืนเหนี่ยวกิ่งสาละ
สระโบกขรณี เป็นสระน้ำใสสะอาด ได้รับการบูรณะดูและเป็นอย่างดี เชื่อว่าเป็นที่สรงสนานพระวรกายแห่งพระมหาบุรุษและพุทธมารดา ในวันประสูติกาล
ประวัติศาสตร์ลุมพินี
ลุมพินี คือ พุทธอุทยานแห่งชาติ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันอยู่ในตำบลรุมมินเด จังหวัดไพราว่า หรือสัทธัตถะนคร แต่ชาวบ้านก็เรียกว่าลุมพินีสมัยปฐมโพธิกาล ตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์และเทวทหะต่อกันก่อนพุทธศก ๔๐ ปีเศษ พระบรมศาสดาเสด็จผ่านเพื่อเดินทางไปกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อโปรดพระประยูรญาติประมาณ พ.ศ. ๒๓๘ พระเจ้าอโศกมหาราชได้เสด็จธรรมยาตร โดยมีพระโมคคัลลีบุตรสิสสเถระนำเสด็จมาสักการะสถานที่ประสูติของพระพุทธองค์ ปักเสาศิลาพร้อมสลักภาษาพราหมี พร้อมสร้างสถูปบูชาสักการะไว้
ประมาณ พ.ศ. ๙๔๒-๙๕๗ หลวงจีนถังซัมจั๋งมาสืบพระศาสนา เดินทางมาสักการะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า พบเสาอโศก บันทึกว่า เดิมมีรูปม้าหินตั้งอยู่บนฐานบัว เสาอโศกที่ลุมพินี ค้นพบครั้งแรกเมื่อ ๑ ธันวาคม ๒๔๓๘ โดย ดร.ฟีห์เรอร์ แฮนตั้น ขณะพบถูกอิฐ หิน ดิน ปูนเก่า ทับถมสูงหลายฟุต อักษรพรหมีอยู่สูงเหนือระดับดินปกติถึง ๑๔ ฟุต เสาสูง ๒๖ ฟุต ๖ นิ้ว, ๘ ฟุต ๖ นิ้ว ฝังอยู่ในดิน เดิมสูงถึง ๗๐ ฟุต ส่วนกลมวัดได้ ๗ ฟุต ๓ นิ้ว
พ.ศ. ๒๕๓๙ (๔ ก.พ.) รื้อมายาเทวีวิหารหลังเก่า เพื่อค้นหาโบราณวัตถุสำคัญ และพบแผ่นศิลาขนา ๕x๕ นิ้ว นักสำรวจเชื่อว่า เป็นหลักฐานสำคัญสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชสร้าง ยืนยันการเสด็จพระราชดำเนิน ๗ ก้าว ตอกย้ำความชัดเจนทางประวัติศาสตร์
พ.ศ.๒๕๔๗ เปิดมายาเทวีวิหารหลังใหม่ให้เจ้าสักการะ แผ่นศิลาพระพุทธบาทที่พระเจ้าอโศกมหาราชนำมาประดิษฐานไว้
บุคคลสำคัญ
๑. เจ้าชายสิทธัตถะกุมาร-พระนางพิมพา-พระราหุล
๒. พระเจ้าสุทโธทนะ-พระนางสิริมหามายา-พระนางปชาบดีโคตรมี
๓. เจ้าชายนันทะ ๔. กาฬุทายีอำมาตย์
๕. เหล่าศากยะออกบวช ๖. เจ้าหญิงโรหิณี
๗. อสิตดาบส ๘. พระเทวทัต
๙. สันดุสิตเทพบุตร ๑๐. พระอัญญาโกณฑัญญะ
๑๑. กบิลดาบส ๑๒. พระราชาสุปปพุทธะ
สารธรรมสำคัญ
๑. พระเวสสันดรชาดก ๒. บุพพนิมติ ๕
๓. มหาวิโลกนะ ๕ ๔. สุบินนิมิตของพระนางสิริมหามายา
๕. เหตุการณ์การประสูติกาล ๖. พระดำรัสตรัสเกี่ยวกับการประสูติ
๗. อาสภิวาจา ๘. การเสด็จพระราชดำเนิน ๗ ก้าว
๙. ทวีปใหญ่ทั้ง ๔ ทวีป ๑๐. ทำไมต้องเกิดที่ลุมพินีวัน
๑๑. บารมี ๑๐ (พุทธการกธรรม) ๑๒. โกลาหล ๕
๑๓. ปัญจมหาบริจาค
ทวีป ๔
ทวีป คือ เกาะหรือแผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์และสัตว์ ใน จูฬนิกาสูตรได้แสดงไว้ในจักรวาลมี ๔ ทวีป คือ
๑. ชมพูทวีป หรือประเทศอินเดียอยู่ทางทิศใต้ มีภูเขาสิเนรุเป็นจุดศูนย์กลาง ใบหน้ามนุษย์มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ลักษณะพิเศษ ๒ ประเภท
๑.๑ เป็นทวีปที่มีพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า
ได้มาบังเกิดในทวีปนี้เท่านั้น
๑.๒ เป็นประเทศที่มีต้นหว้าเป็นสัญลักษณ์
๒. อมรโคยานทวีป ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก ใบหน้าของมนุษย์มีลักษณะค่อนข้างกลม
๓. อุตตรกุรทวีป ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ใบหน้าของมนุษย์มีลักษณะ ๔ เหลี่ยม พระพุทธเจ้าเคยเสด็จบิณฑบาตมายังทวีปนี้
๔. บุพพวิเทหทวีป ตังอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ ใบหน้าของมนุษย์จะมีลักษณะเหมือนพระจันทร์ตัด หรือบาตรที่วางในลักษณะเอียงตะแคง
โกลาหล ๕ (ปัญจโกลาหล)
คำว่า “โกลาหล” คือ ความเอิกเกริกหรืออลหม่าน เกิดจากความสงสัยสับสนมี ๕ ประการ
๑. พุทธโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนพระพุทธเจ้าจะอุบัติ ๑ แสนปี
๒. กัปปโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนกัปจะพินาศ ๑ หมื่นปี
๓. มงคลโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล
ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะแสดงมงคล ๑๒ ปี
๔. จักรวรรดิโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล
ก่อนพระจักรพรรดิจะอุบัติขึ้น ๑๐๐ ปี
๕. โมเนยยโกลาหล คือ การเกิดความโกลาหล ก่อนที่จะมีคนถามถึงโมเนยยปัฏิบัติ ๗ ปี (พระนาลกะเป็นผู้ถามและปฏิบัติเพียงองค์เดียว เป็นพระอรหันต์ต่อจากกลุ่มปัญจวัคคีย์ และเมื่อปฏิบัติจนบรรลุพระอรหันต์แล้ว ก็นิพานหลังจากนั้นอีก ๗ เดือน)
ปัญจมหาบริจาค
๑. ทรัพย์ ๒. อวัยวะ ๓. บุตร ๔. ภรรยา ๕. ชีวิต
การได้รับพยากรณ์ พระสมณโคดม ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าในอดีต ๒๓ องค์
๑. ทีปังกร คราวเกิดเป็น สุเมธดาบส เมืองอมรวดี
๒. โกณฑัญญะ คราวเกิดเป็น พระเจ้าจักรพรรดิวิชิตาวี เมืองจันทวดี
๓. มังคละ คราวเกิดเป็น สุรุจิพราหมณ์ หมู่บ้านสุรุจิ
๔. สุมนะ คราวเกิดเป็น พญานาคอตุละ นาคพิภพ
๕. เรวตะ คราวเกิดเป็น อติเทวพราหมณ์ รัมมวดีนคร
๖. โสภิตะ คราวเกิดเป็น สุขาตพราหมณ์
๗. อโนมทัสสี คราวเกิดเป็น เสนาบดียักษ์
๘. ปทุมะ คราวเกิดเป็น สีหนาคราช
๙. นารทะ คราวเกิดเป็น ดาบสทรงอภิญญาสมาบัติ ๘
๑๐.สุเมธะ คราวเกิดเป็น อุตตรมาณพ
๑๑.สุชาติ คราวเกิดเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ
๑๒.ปิยทัสสี คราวเกิดเป็น พราหมณ์กัสสปะ
๑๓.อัตถทัสสี คราวเกิดเป็น สุสีมพราหมณ์
๑๔.ธัมมทัสสี คราวเกิดเป็น ท้าวสักกเทวราช
๑๕.สิทธัตถะ คราวเกิดเป็น มังคลพราหมณ์ สุรเสนนคร
๑๖.ติสสะ คราวเกิดเป็น สุชาตราชา ยสวดีนคร
๑๗.ปุสสะ คราวเกิดเป็น วิชิตาวีกษัตริย์ อมิทนคร
๑๘.วิปัสสี คราวเกิดเป็น พญานาคอตุละ
๑๙.สิขี คราวเกิดเป็น อมรินทรมราชา ปริภูตนคร
๒๐.เวสสภู คราวเกิดเป็น สุทัสสนราชา สรภดีนคร
๒๑.กกุสันธะ คราวเกิดเป็น เขมะราชา
๒๒.โกนาคมนะ คราวเกิดเป็น ปัพพตราชา มิถิรานคร
๒๓.กัสสปะ คราวเกิดเป็น โชติลมาณพ พาราณสีนคร
คบคนเช่นใด ก็เป็นคนเช่นนั้น
One comes to resemble one's acquaintances.
นัยสัตติคุมพชาดก / Neyyasatti gumbajataka