สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง
'Black men survive longer in prison than out: study' =
"คนดำ (อาฟริกัน-อเมริกัน, ผิวดำ) อยู่รอดนานขึ้นในคุก
(มากกว่าข้างนอก: การศึกษาพบ)" หรือ "ติดคุกทำคนดำอายุยืน",
ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
ปี 2008/2551 คนอเมริกัน 305
ล้านคนติดคุก 2.424 ล้านคน (0.79%) = 126 คนติดคุก 1
คน [
exteen ]; [
PRB ]; [
wiki ]
.
ช่วงอายุที่คนอเมริกันติดคุกมากที่สุด
คือ 25-29 ปี, ช่วงอายุนี้คนผิวขาว 100 คนมีโอกาสติดคุก 1 คน,
คนผิวดำมีโอกาสติดคุกมากเป็น 10 เท่า คือ 10 คนมีโอกาสติดคุก 1
คน
.
การศึกษาใหม่ทำในกลุ่มตัวอย่างคนคุก (inmates)
รัฐนอร์ต แคโรไลนา อายุ 20-79 ปี 100,000
คน ในจำนวนนี้ 60% เป็นคนดำ
.
ผลการศึกษาพบว่า
คนดำมีโอกาสอายุยืนมากเป็น 2 เท่าถ้าติดคุก
- [ inmate ] > [ อิ๊น' - เหมท - t ] > http://www.thefreedictionary.com/inmate > noun = คนคุก นักโทษในเรือนจำ
คนดำที่อยู่นอกคุกมีโอกาสเสียชีวิตจากการดื่ม
(แอลกอฮอล์) หนัก, ถูกทำร้าย ทะเลาะวิวาท ยาเสพติด อุบัติเหตุ
และโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ฯลฯ
มากกว่าคนดำที่อยู่ในคุก
.
ตรงกันข้าม, คนขาว (ผิวขาว /
ฝรั่ง) มีโอกาสตายเร็วขึ้นในคุก
.
คนคุกอเมริกันตายจากมะเร็ง
โรคหัวใจ-หลอดเลือดมากกว่า 1/2
ของสาเหตุทั้งหมด คล้ายประชากรทั่วไป
.
คนผิวขาวที่ติดคุกตายจากมะเร็งมากขึ้น
(โรคหัวใจเท่าคนไม่ติดคุก)
.
คนผิวดำที่ติดคุกมีโอกาสตายจากเบาหวาน
ดื่มหนัก ยาเสพติด โรคทางเดินหายใจ อุบัติเหตุ ฆ่าตัวตาย
และถูกคนอื่นฆ่า น้อยลง ทำให้โอกาสเสียชีวิตที่อายุเท่ากันลดลงประมาณ
1/2
.
คนผิวขาวมีโอกาสตายในคุกเพิ่มขึ้น 12% จากโรคติดเชื้อ เช่น เอดส์
ตับอักเสบ ฯลฯ โดยตายเพิ่มในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป
.
ภาพพจน์คนอาฟริกัน-อเมริกัน
(ถ้าไปเรียก 'blacks' อาจทำให้คนผิวดำไม่พอใจได้)
ในสายตาชาวโลกมักจะเป็นคนเก่งกีฬา ดนตรี เต้นรำ ร้องเพลง
และการแสดง
.
ทว่า...
ชีวิตจริงของคนอเมริกันผิวดำมีสุขภาพเฉลี่ยแย่กว่าคนผิวขาว
โดยเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ อ้วน โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ฯลฯ
มากกว่ากันเยอะเลย
.
ถึงตรงนี้...
ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
-
Thank Reuters > SOURCE: bit.ly/o7a7st Annals of Epidemiology, online July 7, 2011.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 15 กรกฎาคม 2554.
-
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
-
ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
>