การทำ "สิ่งที่สำคัญ" 20% จะได้ 80% ของผลสำเร็จ การทำสิ่ง "ปลีกย่อย" 80% จะได้ 20% ของผลสำเร็จ

สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่หลวงของการเริ่มเขียน manuscript คือ "การเริ่มต้น" เพราะเรามักผัดวันประกันพรุ่ง (Procrastinating) ด้วยเห็นความเหนื่อยยากรออยู่ตรงหน้า..เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์ "กะว่า" จะลงมือ แต่พอเข้าดูอีเมล์หน่อย ก็เฉไฉไปโน่นนี่อยู่เรื่อย

จึงขอเสนอ 7 วิธีสร้างวินัยการทำงานที่ใช้ได้ผลกับตัวเองดังนี้คะ
1. จัดโต๊ะเขียนหนังสือ ให้โล่งที่สุด
2. พับเก็บคอมพิวเตอร์ เพื่อป้องกัน distraction จากการเข้าอีเมล์, facebook etc.
3. ใช้กระดาษ จัดลำดับสิ่งที่จะเขียนก่อนหลัง พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลา เขียนเสร็จแล้วแปะไว้ข้างฝา
4. กระดาษอีกใบ ทำ mind map ของแต่ละส่วน - เช่น mind map ของ introduction, mind map ของ result เป็นต้น เนื่องจาก ความคิดเรามักไม่เป็น linear แต่จะโผล่มาเป็นจุดๆ  ค่อยมาเชื่อมโยงทีหลัง
5. จะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อลงมือพิมพ์ ต่อเมื่อง mind map นั้น "saturated" ขณะพิมพ์งานควรปิดช่องทางติดต่ออินเตอร์เนตชั่วคราว (ถอดสาย LAN, ปิด wifi)
6. หากพิมพ์ไปแล้วติดขัด คิดไม่ออก ให้ใส่เครื่องหมาย *** ไว้ แล้วท่องในใจ "just do it" อย่าเพิ่งเปิด หนังสือ อย่าเพิ่งเข้าอินเตอร์เนต จนกว่าภาพรวมจะเสร็จ ค่อยมาเพิ่ม/ขัดเกลาทีหลัง
7. คนเรามักมีสมาธิไม่เกิน 1 ชั่วโมง ดังนั้น เราควรแบ่งย่อยงานออกเป็นขั้นย่อยๆ เช่น การใช้วิธี "หักแต่ละกิ่ง" ของ mind map..เราจะไม่ยอมทำอย่างอื่นหรือปล่อยให้ความคิดเรื่องอื่นเข้ามาแทรกจนกว่าจะเสร็จแต่ละส่วน  แต่เมื่อเสร็จแต่ละส่วน ก็ให้รางวัลตัวเอง เช่นออกไปเดินเล่น, ดูทีวี, ช้อปปิ่งออนไลน์ 

--------------------------------------------------------------
 
เราควรเริ่มต้นจากส่วนไหนดี ?

มีผู้สัดทัดกรณี แนะนำว่า ให้เริ่มจากส่วนที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ "น้อยที่สุด" ( คือเขียนบรรยายไปตามสิ่งที่เกิด) ไปหา "มากที่สุด" (ต้องแปลผล เปรียบเทียบ เสนอแนะ) ดังนี้

1. Methods
2. Results
3. Introduction - ต้องชักนำเข้าสู่ 1 และ 2
4. Discussion - มักต้องการ brain stroming จากการรวบรวม 1,2,3

ในแต่ละส่วน ควรแบ่งเป็นประเด็นเกรด A  กับ เกรด B
การทำงานอย่างมี ประสิทธิภาพ ( Efficience หรือ Effective = Output/input) โดยพิจารณา ตามกฎ 80 <- 20  คือ 80% ของผลสำเร็จ มักเกิดจาก 20% ของการทำสิ่งที่สำคัญ คือประเด็นเกรด A  - ส่วนที่เหลือเพื่อให้เต็มร้อยนั้นเกิดจาก 80% ของการทำรายละเอียดปลีกย่อย คือ ประเด็น เกรด B
 
แต่ละวัน ช่วงที่สมองแจ่มใส ควรเลือกทำประเด็นเกรด A ก่อน.. 

 

#####

Update 2 ต.ค. 2554

ข้อ 6 การหักใจเพื่อลงมือ  "just do it" นั้น ข้าพเจ้าพบว่า บางครั้ง เมื่องานซับซ้อน ความกลัวนั้นมหึมาเกินกว่าจะเอาชนะด้วยคำพูดบอกตัวเองเช่นนี้..วิธีที่ละมุนละม่อมซึ่งข้าพเจ้าอ่านพบในหนังสือของ Robert Murer คือให้กำลังใจตัวเอง ว่าทุกสิ่งที่เริ่มต้น แม้เล็กน้อย เช่นวันแรกเขียนได้แค่ 1-2 บรรทัด   ก็เป็นหนทางไปสู่เป้าหมาย แล้วเราก็จะไม่ "กลัวการเริ่มต้น" อีกต่อไป