แนวคิดที่มีต่อทัศนะในทางศิลปะ

Version:1.0 StartHTML:0000000167 EndHTML:0000036503 StartFragment:0000000457 EndFragment:0000036487

บทสัมภาษนักศึกษาชั้นปีที่1 และนักศึกษาชั้นปีที่4 สาขาทัศนศิลป์

แนวคิดที่มีต่อทัศนะในทางศิลปะ ความคิดเห็นของ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กับชั้นปีที่ 4ที่มีความคิดที่แตกต่างกัน อันเป็นผลจากการเรียนรู้ จากประสบการณ์ ซึ่ง อาจเกิดจากความรู้สึกชอบ หรือไม่ชอบ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย การสัมภาษณ์ในครั้งนี้ คือน้องใหม่เฟสรซี่ปี 1ชื่อ น้อง บอล และ น้อง ตุ้ม ต้ม สาขาทัศนศิลป์ เอก จิตรกรรมไทย ชั้นปีที่4

 

 

 

 

ผม: ชื่ออะไรครับ

บอล :ชื่อบอลครับ อยู่ปีหนึ่ง สาขาทัศนะศิลป์ครับ

ผม :แล้วชื่อคณะชื่ออะไรครับ

บอล :พี่คณะเค้ายังไม่ตั้งให้ครับ

ผม: ผมอายุปีนี้ ยี่สิบเอ็ดครับ

ผม: ตอนนี้อยู่ในช่วงเข้าเชียร์ ใช่มั้ยครับ

บอล: ครับ

ผม :แล้วรู้สึกเหนื่อยมากมั้ย มันมีผลต่อการเรียนเราหรือเปล่า

บอล :เหนื่อยมากครับ บางที่ ก็ไม่ไหว นะครับ แต่ผมอาศัยใจทนนะครับ แต่ก็เข้าตลอด แต่วันใหนผมไม่สบาย ผมก็ไม่เข้าครับ

ผม แล้วมีความรู้สึกว่าเชียร์ หนักเกินไปหรือเปล่า

บอล: ผมอยากให้ แบบรุ่นพี่ปกครองรุ่นน้อง แบบนี้ดีกว่า แต่นี้เฮ้ย!!!นี้มันอยู่ในแก๊งอันถพาลหรือเปล่า

ผม: แล้วมันมีผลกับการเรียนเราบ้างหรือเปล่า

บอล :ถ้าแบ่งเวลาเป็น ก็ไม่นะครับ เพราะว่าอย่างบางก็คนเผางาน ทั้งๆที่เค้าให้เวลามาสองสัปดาห์ แต่ถ้ามันแบบไม่เข้าเชียร์ ก็คงทันส่ง ครับ

ผม: ช่วยเล่าประวัติตัวเอง ก่อนมาเรียนที่นี้ให้ฟังได้มั้ยครับ

บอล: ผมเป็นคนจังหวัดสุพรรณ ครับ เริ่มแรก ผมก็เรียนสายสามัญ แต่ว่าด้วยผมเป็นคนเกเร เรียนไม่จบ นะครับ ผมเลยมาเรียนสายอาชีพ แล้วแบบ เรียนได้ประมาณสิบวัน เหมื่อนไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยออก ครับ เรียนที่เทคนิค ครับ

ผม: เรียนสาขาอะไรครับ

บอล: เรียนช่างอีเล็คครับ

บอล : ผมก็เลยดลใจว่า ผมอยากเรียนต่อ ศิลปะ ถึงแม้ว่ามันจะเน้น ปฎิบัติ แต่ก็ ผมใจรักนะครับ ผมก็เลยตัดสินใจไปเรียนที่ ก ส น ครับเรียนที่ ก ส น สองปีนะครับ เพราะว่าวุฒ ม ห้า ผมไม่ได้น่ะครับ คือออกมาเลยนะครับ และผมมีรุ่นน้องเรียนอยู่ที่นี้ด้วนะครับ สายทัศนะ เนี่ยล่ะครับ เค้าชวนมาเรียนที่ครับ เค้าบอกว่าเรียนที่นี้ได้อะไร มากกว่าที่คิด ด้วยที่ผมอยากเรียน อยากกลับตัวเป็นคนดี ให้คุณพ่อคุณแม่ เพราะเกเรมากมาก ฮ่าๆ

ผม: เกเรแบบใหนครับ หัวเราะ

บอล: เกเรแบบว่า มีเรื่องชกต่อยนี้ครับ เค้าเชิญให้ไปลาออก ก็เลยไม่จบ สายสามัญ

ผม: แล้วทำไมถึงอยากเรียนสายศิลป์ครับ

บอล: เหมื่อนแบบว่าผมอยู่กับศิลปะ ผมศิลปะใจเย็น ผมเป็นคนใจร้อนมากน่ะครับ แต่ก่อนใจร้อน มีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ บ้างที่ผมวาดรูปแล้วรู้สึกว่าเวลาผมผ่านไปเร็วมาก ๆ ผมก็เลยค้นพบความจริงว่า ตัวเอง ว่าตัวผมชอบศิลปะนะ แต่เหมื่อนผม มาค้นพบทีหลัง แบบช้าไป เลยไม่ได้ฝึกทักษะมามากเท่าไร

ผม: แล้วมาเรียนที่นี้รู้สึกอย่างไรบ้าง มีการเปลี่ยนแปลงในการใช้ชีวิต ที่นี้มากหรือเปล่า

บอล :ผมรู้สึกตัวว่า ผมเริ่มมีความรับผิดชอบ มากกว่าเดิม ครับ เพราะผมมาอยู่ที่นี้ ผมคิดว่า ผมได้นะครับ ผมห่างการเรียนไปเยอะ เมื่อก่อน เกเรแบบเที่ยวด้วย แต่มาอยู่นี้ต้องตื่นเช้า เข้าประชุม ไปเรียน ถึงขนาดผมตกข่าวสารต่างๆ ขนาดหนังทานร์ฟอมเมอร์ภาคสามเข้าฉาย ผมยังไม่รู้เลยครับพี่!!! เอ่อมันมุ้งแต่งานจริงๆ แม้กระทั้งการเลือกตั้ง ผมเพิ่งมารู้ ว่ามีเลือกตั้ง ก็ตอนที่แม่ผมโทรมาบอกแค่ สัปดาห์เดียวเองครับ

บอล: ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนมากครับ เมื่อก่อนผมมีปัญหากับพ่อแม่ ผมจะหนีออกจากบ้าน ไปอยู่กับเพื่อนๆ ไปต่างจังหวัด ก็อาศัยว่า เคยไปอยู่หลายจังหวัด มีเรื่องชกต่อย ไล่ฟัน เข้าแก๊งมอไซ อะไรแบบนี้ครับ หัวเราะ ผมก็ไม่รู้ว่าผมเข้าไปอยู่แบบนั้นได้ไง มันก็เริ่มจากเล็กๆ พวกผมจากแข่งรถก่อน แล้วมันก็มีเพื่อนเยอะขึ้นเรื่อยๆนะครับ ผมอยู่ในแก๊งได้สามปี ผมเลยออกมาเพราะว่าแม่ขอ ผมเคยสัญญากับแม่ว่า ผมอายุ ยี่สิบชีวิตผมจะให้แม่ แต่เมื่อก่อนผมทะเราะกับพ่อแม่ ผมเลยคิดว่าชีวิตนี้ผมให้เพื่อน และให้มาตลอด พอเริ่มคิดได้ ผมทิ้งทุกอย่าง ทิ้งเพื่อน โทรศัทพ์นี้เปลี่ยนใหม่หมดเลยครับ เพื่อมาอยู่ที่นี้ครับ ผมก็ไม่รู้ว่าชีวิตผมวุ่นวาย มีแต่เรื่อง ไปเอาเค้า เค้าก็มาเอาคืน มันวนเวียนไปมาอยู่ แบบเนี่ยยล่ะครับ มันไม่จบสิ้น สักทีครับ ผมอยากจะพอแล้วครับ

ผม: อืมมมม!!!!!ครับ

ผม :ใครเป็นแรงบันดาลใจให้เราชอบศิลปะ หรือเป็นแบบอย่างให้ตัวเรา

บอล :ผมเห็นงานของ อาจารย์ถวัล นะครับ แบบว่างานส่วนใหญ่ อาจารย์เป็นสีดำๆ ดูแล้วมันน่าหลงไหลนะครับ มีชิ้นหนึ่งผมชอบมาก ชื่องาน มารผจญ ที่เป็นคล้ายๆเสือ เป็นรุปดุๆ นะครับ เพราะมันเป็นงานชิ้นแรกที่ทำให้ผมรู้จักแก ครับ ผมก็เริ่มติดตาม ศึกษา ประวัติอาจารย์ ผมก็เริ่มรู้ ว่าอาจารย์เคยไปศึกษาอยู่เมืองนอกด้วย ฉะนั้นผมก็ เลยเอาอาจารย์เป็นแบบอย่าง ผมก็เริ่มหัดวาด จริงๆจังๆ ผมสามารถ อยู่กับการวาดรูปได้เป็นวันๆ ผมก็ไม่รู้ผมอยู่ได้ยังไง ผมก็เลยตัดสินใจเรียน ด้านนี้เลย คือผมก็ไม่รู้ว่าผมจะไปทางใหนได้อีกแล้ว

ผม :ศิลปินต่างชาติมีใคร ที่เราติดตามผลงานอยู่ บ้าง หรือชื่นชอบคนใหนบ้างครับ

บอล: ผมดาวินชี ครับ แต่ถ้่าแรงบันดาลใจ ผมชอบ ศิลปินไทย มากกว่า ครับ ผมชอบดาวินชี เพราะว่า เค้าเก่งหลายอย่าง เค้าทั้งออกแบบรถถัง เครื่องบิน อึ้งมาก!!! แต่ผมก็ไม่ได้ศึกษามากมาย คือช่วงที่ชอบไม่ได้ศึกษาศิลปะมากมายครับ

ผม: คิดว่าสังคมไทยกับศิลปะ มัน เปิดกว้างมากมั้ย

บอล ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ตอนแรกผมคิดจะเรียนพ่อแม่ผมต่อต้าน มากเลยครับ แล้วบังเอิญผมสอบได้ ผมทำให้เค้าเห็นว่า ผมสอบได้ เค้าเลยอนุญาต ให้ผมเรียน ถ้าคนไม่ชอบก็ ไม่รู้เหรอกครับ เหมื่อนเค้าจะไม่สนับสนุน ศิลปะมากเท่าไหร ถ้าเกิดว่ามีงานวิชาการหรือ ส่งเด็กไปเรียน หมอเรียน แพทย์ เค้าจะสนับสนุนทางนั้นมากกว่า ศิลปะ ผมไม่เคยได้ยินข่าวเลยด้วยช้ำว่าเค้าสนับสนุนศิลปะ ผมอยากให้เปิดกว้างมากกว่านี้ ว่าศิลปะมันก็มีดีนะ เอ่อยังไง ล่ะ อะไรก็แพทย์ อะไรก็ วิศวะ

ผม :ถ้าเราเรียนจบเราอยาจะทำอะไร ในทางของเรา

บอล :ที่ผมเรียนผมอยากเป็นตัวเอง เพราะมันทำให้ผมสงบลง ผมอยากเสพศิลปะให้มากสุด อยากรู้ให้เยอะสุด แต่ถ้าตอนทำงาน เพราะว่าพ่อผมมีธุระกิจเป็นของตัวอยู่แล้ว ผมไม่ต้องไปดิ้นรน อะไรแล้ว และอีกอย่าง ผมอยากได้ปริญญาไปโชว์แม่ เอ่อ ว่าผมทำได้ ผมไม่ได้อยากได้ร่ำรวยอะไร ผมติดดิน ฮ่าๆๆ

ผม ขอบคุณมากกับการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ครับ

บอล ยินดีครับสวัดดีครับ

ผม: ก่อนเลยครับน้องชื่ออะไรครับ

น้องตุ้ม: ผมชื่อ ตุ้มๆ ครับ ชื่อเล่น เป็นคนจังหวัด หนองบัวลำภู ครับ

ผม: ช่วยเล่าประวัติส่วนตัวของ น้องตุ้มๆ ก่อนที่จะมาเรียนที่นี้ว่าทำอะไรมาบ้าง

น้องตุ้ม: พูดจริงๆมันก็ยาวผ่านมาเยอะ ฮ่าๆๆคือผมไปเรียนสายอาชีพมาสองปีเรียน ปวส ผมก็จบมาเฉยๆแต่ผมไม่ชอบ

ผม: สายอาชีพ ที่ตุ้มๆเรียนมา คือสาขาอะไร

น้องตุ้ม: สาขาอิเล็กทอนิคครับ

ผม: แล้วคิดยังไงถึงได้เปลี่ยนสายเรียน

น้องตุ้ม: ผมชอบศิลปะอยู่แล้ว อันที่ไปเรียนสายช่าง อะไรนำพาผมไปก็ไม่รู้ จบมาเฉยๆไม่ได้อะไรเลยครับ

ผม: แล้วทำไมไม่ได้อะไรเลยอ่ะครับ

น้องตุ้ม: มันไม่เอาน่ะครับ คือมันเรียนไปแล้วปีหนึ่ง แล้วมันไม่ใช่ตัวเองน่ะครับ เหลืออีกปีหนึ่ง ก็เลยเรียนให้มันจบ จบปี50 แล้วมาต่อที่นี้ครับ เลือก วิชาเอก ศิลปะไทย ครับ

ที่มาเรียนที่นี้ก็ไปเลือกอยู่หลายสถาบันอยู่เหมือนกันครับ ทั้ง มช ไปสอบสัมภาษณ์แต่ก็ไม่ผ่าน ราชพัดเลย ก็ได้ แต่ก็ไม่ไปครับ สุดท้ายก็เลยมาเรียนที่สารคาม เพราะว่ามีเพื่อนเยอะและเพื่อนแนะนำมาเรียนที่นี้ ครับ

น้องตุ้ม: ที่มาเรียนที่สารคาม ว่าคณะเรามีชื่อเสียงมากน้อยแค่ไหน อันนี้ผมไม่รู้เรื่อง แค่ว่าผมต้องการอยากเรียนศิลปะที่ไหนก็ได้ครับ

ผม: ตอนนี้อยู่ปีสี่แล้ว คิดยังไงกับสิ่งที่เราเรียนในสายศิลปะ

น้องตุ้ม: ผมว่าศิลปะเรียนแล้วมีความสุขครับ อย่างแรกก็คือเราชอบ เราได้แสดงความรู้สึกของเราออกมาเป็นรูปประธรรม

ผม: ตอนที่เรียนปีหนึ่ง กับตอนเรียนปีสี่ มีความรู้สึก แตกต่างยังไงบ้างเกี่ยวกับศิลปะ

น้องตุ้ม: ตอนปีหนึ่งเข้ามา คิดว่า ศิลปะ คงมีแค่เขียนรูปอ่ะครับ แต่เข้ามาเรียนจริงๆมันไม่ได้มีแค่นั้น มันมีเยอะ และมีกว้าง เพราะศาตร์ทางศิลปะมันมีเยอะ ที่เลือกเอก ศิลปะไทย ก็ชอบ ถึงจะไม่ใด้ชอบงานจิตรกรรมไทย แต่ก็ชอบงานวัสดุ ก็เลยเลือกศิลปะไทย ครับ

ผม: แล้วชอบศิลปินคนไทยคนไหนบ้าง ที่เป็นแรงบัลบาลใจให้กับเรา

น้องตุ้ม: อาจารย์ประสิทธ์ วิชายะ นี้ล่ะครับ ก็ชอบเทคนิค แนวความคิด และกระบวนการทำงาน วิธีการสอนของอาจารย์ครับ

ผม: ชอบงานศิลปะแนวลัทธิต่างๆ

น้องตุ้ม; ชอบความเหมื่อนจริงครับ คือผมชอบทำงานเก็บรายละอายอยู่แล้ว ก็เลยชอบงานประเภทนี้ ที่ใช้สมาธิ

ผม: มีความคิดยังไง เกี่ยวกับสังคมไทยที่มีต่อศิลปะ

น้องตุ้ม: ผมว่าสังคมไทย เราน่าจะสนับสนุนศิลปะให้มันมากกว่านี้ ให้มันมากๆๆ เพราะว่าเค้ามองข้ามศิลปะเป็นเรื่องที่ไกลตัว เป็นเรื่องไร้สาระ รัฐบาลก็น่าจะช่วย ในการสนับสนุนศิลปะ เพราะว่าศิลปะมันสำคัญนะครับ เพราะชิวิตทุกคนก็ต้องเกี่ยวกับศิลปะอยู่แล้ว คือเราไม่ควรมองข้าม แต่ว่าจะให้เค้าเข้าถึงศิลปะ จริงๆเราควรจะมี อืมมม!!!อะไรล่ะ อย่างเช่น เวลาเราไปแสดงงาน เราควรจะมีโบร์ชัวแนะนำให้เค้า หรือมีคำอธิบายให้เค้า เพราะว่าส่วนมากคนทั่วไป เค้าจะไม่รู้จักศิลปะ ว่าเค้าทำอะไรมา เค้าแค่ดูแล้วผ่านๆไป แค่นั้นครับ คือไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจความหมาย ในงานศิลปะ น่ะครับ

ผม: ปัญหาเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ศิลปะ ของน้องตุ้มๆ มีมากน้อยแค่ใหน

 

น้องตุ้ม: มีบ้าง ครับ ก็มี อาจจะคิดมากเกินไป มันตันน่ะครับ หัวเราะ มันเรื่องง่ายๆแต่คิดมากเกิน น่ะครับ

ผม: แล้วเรียนปีสี่ มีวิชาเรียนมากน้อยแค่ใหน แล้วมีเวลาให้การการทำงาน มากน้อยแค่ใหนครับ

น้องตุ้ม: วิชาเรียน ส่วนตัวผม ผมเก็บวิชานอกคณะหมดแล้ว ผมก็มีเวลากับงานมาขึ้นครับ

ผม: แล้วถ้าเราจบเราอยากจะทำอะไร ต่อไปหลังจากเรียนจบ

น้องตุ้ม: ผมอยากเรียนต่อครับ แล้วก็อยากเป็นค่าราชการ เป็นอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับศิลปะครับ

ผม : ครับ ขอบคุณน้องตุ้มมาก ๆในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ขอให้น้องตุ้ม สร้างสรรค์ผมงานศิลปะ บรรลุเป้าหมาย ตามที่น้องน้องต้องการไว้น่ะครับ ขอบคุณครับ

 

สรุป

จากการสัมภาษณ์ของนักศึกษาปีหนึ่งกับปีสี่ มีความแตกต่างทางความคิด กับประสบกาณ์ ความเป็นอยู่ ที่แตกต่างกัน ไปตามพื้นฐานของแต่ล่ะคน แต่โดยรวม พื้นฐานจากทั้งสองคน คือ มีความชื่นชอบศิลปะ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเกิดเป็นแรงบัลบาลใจ ในการสร้างสรรค์ศิลปะ ในรูปแบบเฉพาะตัว