เมื่อคราวไปร่วมประชุมที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งได้จัดประชุมประจำปีเรื่องการวิจัยด้านสุขภาพ "Global Forum For Health Research"  โดยใช้ชื่องานว่า “10/90 gap in health research” ในตอนที่กำลังเรียน ป.โท หลักสูตรวิจัยและพัฒนาระบบสาธารณสุข มอ. มีการแยกย้ายกันเข้าห้องต่าง ๆ ที่เป็นห้องย่อย ผมได้รับมอบหมายให้เข้าไปในห้องที่ว่าด้วยเรื่อง Gender Bias ในระบบสุขภาพ ซึ่งมีประเด็นมากมาย ล้วนแต่น่าจะนำมาขยายผลต่อเพื่อตอบประเด็นคำถามนั้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดบริการโดยเกิดอคติด้วยเพราะเพศ อย่างไม่ตั้งใจ หรือเป็นเพราะตั้งใจแต่คาดผิดไป จนมีผลในเรื่องความเป็นธรรม ฯลฯ

     วันนี้ได้อ่านบันทึกเรื่อง ผู้ชายโดนรังแก...ไม่มีแน่หรือ? (ในสังคมนี้) และผมได้ไปให้ คห.ไว้แล้ว (ไม่ขอยกมากล่าวถึงที่นี่ในประเด็น คห.) ก่อนหน้านี้ก็ได้เคยอ่านในหลาย ๆ บันทึก จึงมานั่งทบทวนเมื่อคราวนั้นที่ได้รับความรู้จากการเข้าประชุม มีผลการวิจัยยืนยันหลายต่อหลายชิ้นว่าส่วนใหญ่เป็นการ Bias โดยไม่ตั้งใจ หรือตั้งใจให้ไม่ Bias แต่กลับยิ่ง Bias มากยิ่งขึ้น ในที่ประชุมครานั้นได้ตั้งเป็นโจทย์ว่า “โลกจะแสวงหาความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการโดยไม่เกิด Gender Bias ในทุกกรณีได้อย่างไรบ้าง” ซึ่งเหล่านักวิชาการชั้นหัวกะทิของแต่ละประเทศก็ได้เสนอกันออกไปมากมาย หากแต่ผมฟังทันบ้าง ไม่ทันบ้าง (นั่งน่าสงสาร...นิ ในตอนนั้น) เท่าที่ฟังมาได้ เช่น ผู้ให้บริการต้องฝึกฝนการวางตัวแบบไร้เพศ หรือการใช้หลักคุณธรรมจริยธรรม (อาจจะฟังมาผิด เลยจำมาผิดนะครับ อย่าเพิ่งเชื่อ) เป็นต้น

     เมื่อหันกลับมามองในสภาพบ้านเราจริง ๆ มันเป็นไปโดยไม่รู้ตัว หรือพยายามที่จะไม่ให้เกิด Bias แต่กลับเป็นการ Bias หนักเข้าไปอีก มีเยอะจริง ๆ มีประเด็นไหนบ้างลอง ลปรร.กันดูนะครับ แล้วผมจะมาต่ออีกทีนึงในส่วนที่เป็นตัวอย่างที่พอจะยกมาได้ครับ