จากสองกรณีศึกษาที่นักกิจกรรมบำบัดควรเน้นการตรวจปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติและการควบคุมการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตจากระบบจิตประสาท
กรณีศึกษาอายุ 9 ปี - มีประสบการณ์โดนบังคับให้เคี้ยวอาหารจากคุณแม่ อาหารแข็งติดคอตอนอายุ 3 ปี และมีนิสัยชอบอมและเคี้ยวอาหารปนน้ำนานเกือบหนึ่งชั่วโมงจนอาหารเหลวและไหลลงลำคอนาน 6 ปี
กิจกรรมบำบัดที่ ดร.ป๊อป ประเมินและทดสอบการรู้คิดของเด็กใน 3 ชม. คือ
- ประเมินกลไกการนำอาหารเข้าปาก การเคี้ยวอาหาร การกลืนอาหารในส่วนที่ควบคุมกลไกได้ การดูดอาหาร การอมอาหาร และการรู้คิดตลอดกระบวนการกินอาหาร พบว่า เด็กไม่ชอบใช้กล้ามเนื้อในการกลืนอาหาร ไม่ชอบใช้กล้ามเนื้อในการเคี้ยวก่อนการกลืน และหันเหความสนใจง่าย (ชอบวิ่งเล่นมากกว่านั่งทานอาหารบนโต๊ะ)
- การปรับอาหารที่ข้นและนิ่ม เพื่อให้เคี้ยวไม่เกิน 5 ครั้ง สลับจากกรามข้างขวาและซ้าย อนุญาตให้ใช้น้ำจิบได้ พร้อมกระตุ้นนวดกล้ามเนื้อในการกลืนแบบกดเป็นจังหวะของการเคี้ยว เน้นให้เด็กมีสมาธิสนใจในการทานก่อนไปเล่นแบบวางเงื่อนไขเชิงจิตวิทยา มองวิธีการทานอาหารของต้นแบบที่ดีจากพ่อแม่ ให้กำลังใจโดยการชมเชยมากกว่าพูดเน้นปัญหา
- ลองทดสอบกระบวนการสอนและการเรียนรู้ระหว่างพ่อ แม่ ลูก เน้นเป้าหมายของการทานอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีความสุขมากกว่ารูปแบบการบังคับทาน
- นัดติดตามความก้าวหน้าใน 2 อาทิตย์ พบว่า อาการอมอาหารลดลง
กรณีศึกษาอายุ 40 ปี - มีไทรรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ (ได้รับยาตอน 3 ปี) ไม่ดูดนมตอนหนึ่งเดือนแรกหลังคลอด (แม่หยอดนมใส่ปาก) มีการเดินได้ช้าตอนอายุ 3 ปี ปัจจุบันให้ช่วยงานที่บ้านแต่คิดเลขไม่คล่อง เขียนตัวหนังสืออื่นไม่ได้ เขียนชื่อตนเองได้ช้า รับรู้ข้อมูลในการรู้คิดระดับที่ต้องกระตุ้นซ้ำและมีคนช่วยจัดการข้อมูล มีอาการกระตุก 1-2ครั้งต่อวันโดยรู้สึกสัมผัสไวจากขา-ลำตัว-แขน-หน้า
กิจกรรมบำบัดที่ ดร.ป๊อป ประเมินและทดสอบการรู้คิดของคุณ ส. ใน 1 ชม. คือ
- ปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติในระบบการทรงท่า การทรงตัว การกลอกตา การใช้มือ การใช้ลิ้น มีความไวน้อยกว่าปกติ นั้นคือ การพัฒนาเด็กระบบประสาทช้ากว่าวัย ซึ่งความก้าวหน้าทางการบำบัดฟื้นฟูน่าจะไม่ดีนัก เพราะอายุของคุณ ส. เข้าสู่วัย 40 ปี
- เน้นครอบครับที่อบอุ่นของคุณ ส. ช่วยกระบวนการรู้คิดผ่านการบอกเวลาโดยมองเข็มนาฬิกาข้อมือ การใช้เครื่องคิดเลขขนาดใหญ่กดบวกเลข คิดคำตอบในใจ แล้วตรวจสอบจากคำตอบในเครื่องคิดเลข รวมทั้งการฝึกดูดน้ำจากหลอดแบบงอได้-อมน้ำก่อนกลืน การสลับลืม-หลับตาร่วมกับการขยับลิ้นไปที่กระพุ้งแก้มซ้ายขวา (อาจอมน้ำแข็งจนละลาย) การแลบลิ้นแต่ปลายช้อน มีการกดไม่ให้ลิ้นโก่งในขณะหลับตา และการฝึกเขียนลอกแบบตัวหนังสือ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ ทำไม่เกิน 5 ครั้งต่อหนึ่งรอบ เพราะคุณ ส. มีความล้าทางการรู้คิด
- เน้นการฝึกการบูรณาการจิตประสาทการเคลื่อนไหวในหลายรูปแบบๆ ละ 5 ครั้ง ได้แก่ ท่ากางแขน กำมือชูนิ้วโป้ง เหลือบตามองปลายนิ้วโป้ง (ไม่ใช้การหมุนศรีษะ) โดยขยับแขนและมือเข้าหาลำตัวเรื่อยๆ จนลานสายตาเห็นทั้งซ้ายและขวา กับท่ากางแขนและแยกขาตามความกว้างของไหล่ทั้งสองข้าง เอนตัวไปข้างซ้าย/ขวา โดยให้ขาสองข้างติดพื้น พร้อมเหลือบตามองปลายมือด้านตรงข้ามกับทิศทางที่เอนตัวไป กับท่ากางแขนยกขาขึ้นหนึ่งข้าง ทรงตัว นับ 1-20 สลับยกขาอีกข้างหนึ่งเช่นกัน
- นัดติดตามความก้าวหน้าใน 1 อาทิตย์ พบว่า อาการกระตุกลดลง
ขอบคุณครับคุณมะปรางเปรี้ยว