รายการสายใย กศน. 4, 11, 18, 25 ก.ค., 1 ส.ค. 54

4 ก.ค.54 เรื่อง “กศน.ดีเด่นด้านการดำเนินงานห้องสมุดประชาชน”, 11 ก.ค.54 เรื่อง “การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านร่วมกับภาคีเครือข่ายชุมชน”, 18 ก.ค.54 เทปซ้ำวันที่ 23 พ.ค.54 เรื่อง “รางวัล กศน.ดีเด่น ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น”, 25 ก.ค.54 เรื่อง “สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2554”, 1 ส.ค.54 เรื่อง “ปวช.ลำไย การศึกษาเพื่อชุมชนคนลำพูน”

รายการสายใย กศน. วันที่  1  สิงหาคม  2554

 

 

         เรื่อง “ปวช.ลำไย การศึกษาเพื่อชุมชนคนลำพูน”

 

         อัญชิษฐา  บุญพรวงศ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายแผน  เวชศิลป์  รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน
         - นายยิ่งศักดิ์  ยอดยัง  หัวหน้าแผนกวิชาพืชศาสตร์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน
         - นายสุรัตน์  รุกขรัตน์  นักศึกษา ปวช. ลำไย
         - นางอำภา  รุกขรัตน์  นักศึกษา ปวช. ลำไย

   

        หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ( ปวช. ) สาขาไม้ผล ( การผลิตลำไย ) ใช้เวลาเรียน 3 ปี  เน้นการปฏิบัติจริง และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มีการไปศึกษาดูงานจากแหล่งเรียนรู้ จากปราชญ์ จากเกษตรกรชาวสวนลำไยที่ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ เช่นการผลิตลำไยนอกฤดูให้มีคุณภาพ การตัดแต่งทรงพุ่มเพื่อให้เก็บเกี่ยวลำไยได้สะดวก การทำสาวลำไย เป็นต้น   เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปพัฒนาสวนลำไยให้ได้คุณภาพ   จัดโดยบูรณาร่วมกัน ( MOU ) ระหว่าง 4 หน่วยงาน คือ 1. สนง.ส่งเสริม กศน.จ.ลำพูน ( จัดวิชาสามัญ )  2. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน  3. สนง.เกษตรจังหวัดลำพูน  4. สนง.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน   ดำเนินการมาได้ 1 ปีการศึกษาแล้ว ( ปีการศึกษา 2553 ) มีผู้เรียน 229 คน ( เช่น อ.ลี้ 43 คน )  เรียนฟรีตามโครงการเรียนฟรีในระบบ ( ชุดนักศึกษาฟรีด้วย )   ได้รับความสนใจจากชาวสวนลำไยใน 8 อำเภอ ของจังหวัดลำพูน  กำลังจะเปิดรุ่นที่ 2   ( ในจังหวัดลำพูน มีการปลูกลำไยพันธุ์ ดอ  สีชมพู  เบี้ยวเขียว  แห้ว  โดยนิยมปลูกพันธุ์ดอไม่ต่ำกว่า 90 % เพราะแปรรูปแล้วสีไม่ดำ )

         ทั้ง 4 หน่วยงานที่ MOU กัน จะร่วมกันหานักศึกษาที่สนใจ มาถอดรหัสความรู้และความต้องการของนักศึกษาแต่ละอำเภอว่าต้องการเน้นการพัฒนาลำไยด้านไหน เช่น การทำลำไยอินทรีย์ การทำลำไยนอกฤดู การแปรรูปผลผลิตลำไย   และจัดการเรียนการสอนตามความต้องการ  เทอมที่ 1 เน้นเรื่องการดูแลรักษาสวนลำไยตลอดปี  เทอมที่ 2 เน้นเรื่องตามความต้องการ   โดยไปพบกลุ่มในสวนลำไย   ประเมินผลตามสภาพจริง   ปีที่ 2 จะมีแบบฟอร์มให้จดบันทึกรายสัปดาห์ ทั้ง 52 สัปดาห์ ( 1 ปี ) จะรู้ข้อมูลต่าง ๆ เช่น โรคแมลงเข้าช่วงไหน ช่วงไหนควรทำอะไร แก้ปัญหาอย่างไร

 

         นักศึกษามีการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ทุกระยะอย่างเป็นระบบ เป็นสถิติ ตั้งแต่เรื่องอากาศ สิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิกับการออกดอก โรค แมลง การเจริญเติบโต    เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาสวนลำไยแต่ละปีว่าแตกต่างกันอย่างไร เช่น ลดต้นทุนหรือไม่    มีการปลูกหญ้าแฝกในสวนลำไย รากหญ้าแฝกจะดูดซับธาตุอาหารไว้เลี้ยงรากลำไยทำให้ในฤดูแล้งก็ไม่ต้องรดน้ำลำไย   การทำลำไยอินทรีย์จะลดต้นทุนได้มากทำให้ได้กำไรมากกว่าถึงแม้จะมีผลผลิตน้อยกว่า   การตัดแต่งกิ่งที่ถูกวิธีจะช่วยให้ต้นไม่สูง สะดวกในการเก็บเกี่ยวลดค่าแรงในการเก็บเกี่ยว  ( ลำไยเริ่มให้ผลเมื่ออายุ 4-5 ปี แต่จะให้ผลผลิตดีในช่วงอายุ 7-20 ปี   ระยะเวลาตั้งแต่ออกดอกถึงผลแก่ 7 เดือน จึงมีผลผลิตปีละครั้งเดียว เฉลี่ยต้นละ 150-200 กก.  ไร่ละประมาณ 20 ต้น  ลำไยที่มีคุณภาพต้องผลใหญ่ 45-60 ผล/กก. )

 

         กำลังคิดจะเปิดหลักสูตร ปวช.มะม่วง  และ ปวส.ลำไย

 

 

 

 

รายการสายใย กศน. วันที่  25  กรกฎาคม  2554

 

         เรื่อง “สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ประจำปี 2554”

 

         นายอิทธิเดช  สุพงษ์  ดำเนินรายการ

         วิทยากรโดย
         - นายสุรนันท์  ศุภวรรณกิจ  ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
         - มนทา  เกรียงทวีทรัพย์  หัวหน้าส่วนวิชาการ
         - นายปัญญา  ศรีกระจ่าง  หัวหน้าส่วนท้องฟ้าจำลอง

   

         ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา เดิมมีเพียงแห่งเดียวอยู่ในกรุงเทพมหานคร  ต่อมา 16 ส.ค.2537 คณะ รัฐมนตรีอนุมัติให้กรมการศึกษานอกโรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ ขยายเครือข่ายศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาไปสู่ส่วนภูมิภาค  ปัจจุบันมีใน ภาคเหนือที่ ลำปาง นครสวรรค์   ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา   ภาคกลางที่ ประจวบคีรีขันธ์ รังสิต พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร กาญจนบุรี   ภาคตะวันออกที่ สระแก้ว   ภาคใต้ที่ ตรัง นครศรีธรรมราช ยะลา   และก่อสร้างเสร็จแล้วยังไม่ได้เปิดที่ ร้อยเอ็ด

         กิจกรรมของศูนย์วิทยาศาสตร์ทั้ง 16 แห่ง มีหลากหลาย เช่น นิทรรศการต่าง ๆ นิทรรศการถาวร นิทรรศการชั่วคราว นิทรรศการเคลื่อนที่สู่ชุมชน   การเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านธรณีวิทยา   กิจกรรมค่าย   ห้องเรียนวิทยาศาสตร์   การจัดประกวดสิ่งประดิษฐ์ โครงงาน   การแสดงท้องฟ้าจำลอง

         ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเป็นสถานศึกษา มีการประเมินการจัดกิจกกรรมพบว่าเป็นที่พึงพอใจของผู้รับบริการ หลายภาคส่วนเห็นว่าจัดกิจกรรมได้ดี

 

         วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เสด็จไปทอดพระเนตรสุริยุปราคาที่หว้ากอ ซึ่งพระองค์คำนวณเองล่วงหน้า 2 ปี ว่าจะเกิดสุริยุปราคา   ครม.จึงกำหนดให้วันที่ 18 สิงหาคม เป็นวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  และมีการจัดงานสัปดาห์วิทยาสตร์ในช่วงนั้น   ปี 2554 ศว.บางแห่งจัดงานไม่พร้อมกัน เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาไปดูได้หลายแห่ง 

 

         ศว.รังสิตจัดงานระหว่าง 2-6 ส.ค.54  มีการจัดกิจกรรมเป็น 3 ส่วน

         1. นิทรรศการ

             - นิทรรศการถาวรของ ศว.รังสิต

             - จากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี

             - จากสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ปทุมธานี  กรมพัฒนาที่ดิน
             - จากวิทยาลัยแพทย์แผนไทย
             - จากสำนักงานวิชาการพลังงานภาค ๑ จังหวัดปทุมธานี
             - จากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

         2. การประกวดแข่งขัน  ( คัดเลือกผู้ชนะเลิศไปประกวดที่อุทยานวิทยาศาสตร์หว้ากอ ประจวบฯ 21 ส.ค.54 เพื่อรับโล่จากท่านรัฐมนตรี )  แยกเป็น 3 ส่วน

             2.1  การประกวดแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นในระบบ เรื่อง “การอนุรักษ์พลังงาน”  รับเงินรางวัลพร้อมโล่เกียรติยศ
             2.2  การประกวด Science Show ( การแสดงทางวิทยาศาสตร์ : มายากลทางวิทยาศาสตร์ ) จากโรงเรียนต่างๆ ระดับประถมศึกษา ( เคมี )  กับระกับมัธยมศึกษาตอนต้น ( ฟิสิกส์ )  ใช้เวลาโชว์ไม่เกิน 15 นาที 
             2.3  การแข่งขันการประดิษฐ์ร่มชูชีพ (ปล่อยไข่-ไม่แตก) สูงประมาณ 3 เมตร  ทั้งระดับประถม ( 3 ส.ค. )  ม.ต้น ( 4 ส.ค. )  ม.ปลาย ( 5 ส.ค. )  ทีมละไม่เกิน 3 คน  ( เป็นการแข่งขันที่เพิ่งมีปีนี้เป็นปีแรก )  อาจารย์ ดร.สุธี เป็นที่ปรึกษา  และได้รับทุนการจัดแข่งขันจากสภาวิจัย 
             ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.rscience.net

         3. การอบรมสาธิต

             - สาธิตให้ความรู้การทำน้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างรถ  โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนธัญบุรี ปทุมธานี  5-6 ส.ค.
             - การอบรมการทดสอบสารสำคัญในพืชสมุนไพรและการทำผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร  โดยวิทยาลัยแพทย์แผนไทย  4-5 ส.ค.
             - การอบรมการทำสมุนไพรจากธรรมชาติ เช่น การทำสบู่ แชมพู  โดยมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา  2-3 ส.ค.
         นอกจากนี้มีนิทรรศการภาพวาดที่ชนะการประกวดวาดภาพส่งเสริมวัฒนธรรมไทยญี่ปุ่น ( ผลงานของเด็กประถมศึกษา )  แสดงถึงเดือนกันยายน

         ปีที่ผ่าน ๆ มา จะมีผู้มาร่วมกิจกรรมประมาณ 12,000-13,000 คน  โดยร้อยละ 90 มีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นไป  แต่มีการบ่นเรื่องสิ่งแสดงในนิทรรศการถาวรชำรุดบ้าง

 

         ท้องฟ้าจำลองที่ ศว.รังสิต เปิดให้บริการมาประมาณ 5 ปีแล้ว แต่ยังทันสมัยที่สุดในประเทศไทย   จัดใน 2 รูปแบบ เพราะมีเครื่องฉาย 2 ระบบ  คือรูปแบบบรรยายดาวให้เด็กรู้จักดวงดาวบนท้องฟ้า ( บรรยายอย่างมีปฏิสัมพันธ์ และให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย เช่นเด็กเล็กก็จะมีนิทานมาก แต่จะเน้นให้เห็นความเกี่ยวพันกับตัวเรา )  กับรูปแบบการฉายภาพยนต์เต็มโดม เป็นเหมือนห้องเรียนเสมือนจริง ( ปัจจุบันมี 6 เรื่อง เช่นเรื่อง ผู้พิทักษ์ท้องทะเล )

         พิเศษสำหรับการเข้าชมภาพยนตร์ภายในท้องฟ้าจำลองรังสิต ในช่วงงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2 - 6 สิงหาคม 2554  เพิ่มรอบการแสดงจากเดิมวันละ 6 รอบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง ( รอบละไม่เกิน 160 คน )  เป็นวันละ 12-14 รอบ รอบละ 30 นาที  และลดราคาจาก 30 บาท เหลือ 20 บาท ต่อ 1 คน ต่อ 1 รอบ

         ให้ติดต่อจองรอบล่วงหน้า

         และมีการตั้งกล้องดูดาวไว้ให้ดูดวงอาทิตย์ ( ปี 54-55 ดวงอาทิตย์มีจุดดับมาก )   และจะมีการตั้งกล้องดูดาวให้ทุก ๆ คืนวันศุกร์สิ้นเดือนตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน

 

         ในส่วนของการจัดกิจกรรมประจำวันของ ศว.รังสิต จะมีการจัด Super class room ( ห้องเรียนขนาดใหญ่ ) จัดกิจกรรมในลักษณะห้องเรียนตามเวลาที่ผู้รับบริการมี เช่น ครึ่งชั่วโมง 1 ชั่วโมง 2-3 ชั่วโมง    ปีนี้เริ่มจัดให้มีมุมนักวิทยาศาสตร์น้อย สำหรับเด็กอนุบาลถึงประถมต้น   ปีต่อไปจะมีนักวิชาการจัดกิจกรรมเวิร์คช็อปเล็กๆอยู่ในส่วนของนิทรรศการ  และจะพัฒนาหลักสูตรใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

 

 

 

 

 

รายการสายใย กศน. วันที่  18  กรกฎาคม  2554
 

         เทป ซ้ำวันที่ 23 พ.ค.54 เรื่อง “รางวัล กศน.ดีเด่น ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น” ( เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการชดเชยวันเข้าพรรษา )

 

 

 

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  11  กรกฎาคม  2554

 

 

         เรื่อง “การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านร่วมกับภาคีเครือข่ายชุมชน”

 
         ดำเนินรายการโดย นงนุช ประเสริฐวชิรกุล
         วิทยากร คือ
         - นายคมกฤช อภิชัยสรพันธุ์  ผู้อำนวยการ กศน. อำเภอสิเกา
         - กวินนาถ ช่วยสงค์  บรรณารักษ์ชำนาญการ ห้องสมุดประชาชนอำเภอสิเกา
         - ภาสินี ศรียาภัย  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สิเกา

         อำเภอสิเกา จ.ตรัง เป็นอำเภอเล็ก ๆ แต่ติดในระดับโลกเพราะมีปากเมงเป็นภูเขาที่อยู่ในทะเลรูปร่างคล้ายคนนอนอ้าปาก มีหาดปากเมง   ภูเขานี้เป็นหมู่บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นที่จะขึ้นเรือท่องไปในทะเล ( เกาะกระดาน เกาะมุก เกาะไหง เกาะรอก เกาะม้า ) และมีหาดที่จัดพิธีวิวาใต้สมุทรในวันที่ 14 ก.พ.ทุกปี, อ.สิเกามีสุสานหอย 75 ล้านปี, มีบ่อทวด ( บ่อน้ำริมทะเล แต่เป็นน้ำจืด )

         ห้องสมุดประชาชนอำเภอสิเกาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุด คนในชุมชนมาใช้บริการทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มีอาสาสมัครและสมาชิกเกือบสองพันคนแล้ว มีสมาชิกส่งเสริมการอ่านแป็นผู้ใหญ่บ้านผู้นำชุมชนสองร้อยกว่าคนแล้ว ( มีการมอบเสื้อสามารถส่งเสริมการอ่าน )  ได้ปรับปรุงตามนโยบาย 3 ดี และขยายไปในลักษณะภาคีเครือข่าย  

         มีเครือข่ายส่งเสริมการอ่านเช่น โรงพยาบาลสิเกา เริ่มจากเดิมคุณหมอและพยาบาลไปใช้บริการห้องสมุดมาก ห้องสมุดจึงไปจัดมุมหนังสือที่ รพ.สิเกา เริ่มวางที่หน้าห้องคลอด ( หนังสือแม่และเด็ก สุขภาพ อาชีพ ) และขยายไปที่ตึกผู้ป่วยนอก ( เน้นหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ อาชีพเกษตร ความสวยความงาม อาหาร นิยายละคร )  ตึกผู้ป่วยใน ( เน้นหนังสือบันเทิงประเภทพ็อกเก็ตบุ๊ค )  โดยพยาบาลจะแนะนำหนังสือแก่ผู้ป่วยและญาติ และพยาบาลเลือกมาอ่านให้ผู้ป่วยฟัง เช่นเรื่องไมเกรน ปัจจุบันมีมุมหนังสือในโรงพยาบาล 8 จุด ห้องสมุดไปเปลี่ยนหนังสือทุกสัปดาห์  พยาบาลทั้งหมดเป็นสมาชิกส่งเสริมการอ่านรุ่นสอง 

         เวลาจะซื้อหนังสือจะเชิญพยาบาล เจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หน่วยงานต่าง ๆ แม่ค้า ที่เป็นสมาชิกส่งเสริมการอ่าน มาช่วยกันเลือกหนังสือ  

         ห้องสมุดกำลังจะทำโครงการหนังสือเดลิเวอรี่ มีรถเข็นไปส่งหนังสือถึงเตียงผู้ป่วยโดยเปลี่ยนหนังสือทุกวัน

         ที่ห้องสมุด กำลังจะร่วมกับร้านหนังสือ-เครื่องเขียน ร้านอาหาร ที่พักรีสอร์ทโฮมสเตรย์ ลดราคา 10 % ให้กับผู้มีบัตรสมาชิกห้องสมุด เป็นการสมนาคุณสมาชิกห้องสมุดประชาชนอำเภอสิเกา  ( ร้านขายหนังสือจะสรุปสถิติข้อมูลให้ด้วยว่า สมาชิกชอบซื้อหนังสือประเภทไหน )   และกำลังมีแนวคิดจะจัดงานมหกรรมการอ่านหนังสือที่หาดปากเมงโดยให้สำนักพิมพ์ต่าง ๆ นำหนังสือมาให้ผู้ร่วมงานอ่าน ( ไม่ได้นำมาจำหน่าย แต่เก็บค่าอ่าน และค่าถ่ายเอกสาร ) เป็นงานประจำปี  สำนักพิมพ์ไหนสนใจติดต่อพูดคุยได้

         มีการนำหนังสือที่หายากมาก ทำเป็นไฟล์ pdf ให้ดาวน์โหลดในเว็บไซต์ เช่นหนังสือมหาจินดามณี ซุนวู ฯลฯ 40-50 เล่ม ( แต่มีปัญหาใช้พื้นที่มากทำให้เว็บล่ม )

 

         ห้องสมุดประชาชนอำเภอสิเกา มีอาสาสมัครส่งเสริมการอ่านคอยช่วยเมื่อมีปัญหาบุคลากรไม่พอ ( มีบรรณารักษ์คนเดียว )  จึงไม่มีปัญหาอุปสรรค   ที่โรงพยาบาลสิเกาก็เช่นกัน ทำด้วยใจรัก มีการจัดบอร์ดส่งเสริมการอ่าน โฟกัสประเด็นน่าสนใจจากหนังสือมาทำไฮไลท์จัดบอร์ด ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระหรือมีปัญหา

         คุณภาสินี (พยาบาล ) กล่าวว่า การอ่านทำให้ฉลาดรู้เยอะ เอาตัวรอดในสังคมได้  จากการที่เคยเรียนปานกลาง หลังให้ความสำคัญกับการอ่านทำให้เรียนได้ที่ 1 ตลอด   อยากให้พ่อแม่ทั่วประเทศส่งเสริมให้ลูกอ่าน

         ผอ.กศน.อ.สิเกา กล่าวว่า อยากให้สร้างชุมชนการอ่านเริ่มจากที่บ้าน  จะขยายออกไปเรื่อย ๆ   ที่บ้านควรกรองหนังสือที่มีสาระตรงประเด็น เหมาะกับสภาวะโลกปัจจุบัน

 

 

 

 

รายการสายใย กศน.  วันที่  4  กรกฎาคม  2554

 

 

         เรื่อง “กศน.ดีเด่นด้านการดำเนินงานห้องสมุดประชาชน”

 
         ดำเนินรายการโดย นงนุช  ประเสริฐวชิรกุล
         วิทยากร คือ
         - นายธฤติ ประสานสอน  รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี
         - นายทวีชัย ศรีลับศรี  ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมืองอุบลราชธานี

         ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี เป็นแห่งแรกที่ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงาน กศน.  ให้ร่วมกับสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ สบร. (OKMD)  จัดตั้งโครงการ “ศูนย์ความรู้กินได้” เพื่อพัฒนาห้องสมุดประชาชนเป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อการทำมาหากินของคนในชุมชน  ต่อยอดจากห้องสมุดมีชีวิต   โดยคำว่า “ศูนย์ความรู้กินได้” หมายถึง “นำความรู้ที่มีอยู่มาเป็นช่องทางในการทำมาหากิน หารายได้”   เปิดให้บริการเป็นศูนย์ความรู้กินได้เมื่อวันที่ 24 ก.ค.53   ซึ่งมีการพัฒนาในด้านกายภาพ ( ใช้งบประมาณ 7-8 ล้านบาท ) กระบวนการ นวัตกรรม และวิธีการต่าง ๆ  ทำให้มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นสี่พันกว่าคน  มีชาว กศน. และภาคีเครือข่ายมาศึกษาดูงานมาก  เปิดบริการทุกวันตลอด 365 วัน ไม่มีวันหยุดเลย   ระหว่างเวลา 07:30 - 20:00 น.  วันธรรมดามีผู้มาใช้บริการประมาณวันละ 500 คน  วันเสาร์อาทิตย์มีผู้มาใช้บริการร่วม 1,000 คน   เปลี่ยนกิจกรรมสัปดาห์ละเรื่อง เช่นกิจกรรมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.54 ที่ผ่านมาคือการวิ่งมินิมาราธอนหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายของห้องสมุดฯ   มีการเปลี่ยนนิทรรศการเรื่องละเดือน และเรื่องละ 3 เดือน

         ห้องสมุดฯมีค่าใช้จ่ายสูง เช่นต้องลงทุนในทุกปัจจัย  ค่าน้ำค่าไฟเดือนละเกือบ 30,000 บาท   คณะกรรมการห้องสมุดมี 2 ชุด ( ชุดบริหารงานมี ผวจ. เป็นประธาน ) ให้ความร่วมมือสนับสนุนดีมาก

         ภายในจัดบรรยากาศให้มีความอ่อนโยน เบา มีจุดให้พักผ่อน ไม่ให้คร่งเครียด   สำรวจความต้องการหนังสือจากผู้รับบริการ จุดขายคือเรื่องการทำมาหากินของชาวบ้าน และหนังสือที่น่าสนใจในตลาด   มี “กินได้คอร์เนอร์” ให้บริการ “กล่องความรู้กินได้” กล่องละเรื่อง เช่นเรื่องการเปิดร้านกาแฟ  ( กำลังจะขยายกล่องความรู้กินได้ไปยังห้องสมุดประชาชนอำเภอ-ตำบล  โดยให้แต่ละแห่งผลิตกล่องอาชีพให้สอดคล้องกับแต่ละแห่ง แล้วนำไปหมุนเวียนให้บริการกับแห่งอื่น ๆ )

 

         ข้อจำกัดในการดำเนินงาน คือ
         - บุคลากรน้อย ยากในการบริหารจัดการให้สามารถเปิดบริการ 07:30 - 20:00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุดเลย   ปกติมีบุคลากร 4 คน ( บรรณารักษ์ข้าราชการ 1 คน, บรรณารักษ์จ้างเหมาบริการ 2 คน, ลูกจ้างประจำ 1 คน )   และ สบร. (OKMD) นอกจากจะสนับสนุนงบประมาณค่าซื้อสื่อแล้วยังมีบุคลากรมาช่วย 3-4 คน ( สบร. กำลังจะถอยออกไป ให้ห้องสมุดฯดำเนินการเอง )   ซึ่งไม่เพียงพอ  ต้องใช้บุคลากรประเภทอื่น ๆ มาช่วย 11 คน   ต้องทำกิจกรรมหางบประมาณมาเป็นค่าใช้จ่ายบุคลากร

         - ได้รับงบประมาณค่าสื่อน้อย

         กำลังจะเพิ่มการประชาสัมพันธ์เพื่อขอรับการสนับสนุนจากเครือข่าย

 

         คำติชมจากผู้ใช้บริการ เช่น

         - สถานที่คับแคบ ไม่มีที่จอดรถ

         - อากาศร้อน ( ติดแอร์เพียงบางห้อง )

 

         "ห้องสมุดประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี” ได้รางวัลห้องสมุดประชาชนยอดเยี่ยมระดับประเทศ ประจำปี 2553  รับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) วันที่ 4 มี.ค.54  ( รวมทั้งได้รับรางวัล กศน.ดีเด่นด้านการส่งเสริมการอ่านด้วย )

 

         การส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่าน ต้องเริ่มต้นที่พ่อแม่ผู้ปกครองสนับสนุนให้ลูกรักการอ่าน เช่นใช้ Book start   แต่ละคนควรหันมามองตัวเองว่าให้ความสำคัญกับการอ่านแค่ไหน ตัวเราต้องมีนิสัยรักการอ่านด้วย   ห้องสมุดฯควรกระจายกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้ครอบคลุมทุกพื้นที่  บุคลากรต้องมีความตั้งใจมุ่งมั่น เมื่อประสบความสำเร็จขวัญกำลังใจจะตามมา

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การทำงานของ เอกชัย กศน. อ. ผักไห่



ความเห็น (14)

ขอบคุณ อ.เอกชัย ค่ะ ที่นำสาระดี ๆ มาเล่าสู่กันฟัง

เขียนเมื่อ 

ต้องขอบพระคุณอาจารย์เอกชัยเป้นอย่างยิ่งครับ เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อครู กศน./เจ้าหน้าที่ห้องสมุดฯ มากมายครับ และจะได้นำไปปรับใช้ในงานกศน.ต่อไปครับ

กัญญาภัค
IP: xxx.93.182.156
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ ที่สรุปให้ทุกครั้งขอไปใช้รายงานด้วยนะค่ะ

มาเยี่ยมชมผลงานและให้กำลังใจครับ

ขอบคุณท่าน ผอ. Ico48 มากครับ

สมรัตน์ อำภา
IP: xxx.93.182.72
เขียนเมื่อ 

สวัสดีอาจารย์เอกชัย ขอความกรุณาอาจารย์ขึ้นเว็ปรายการสายใย กศน. วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 ให้อ่านด้วยและขอขอบพระคุณเล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้

นับถือ

สมรัตน์ อำภา

ขึ้นเว็ปรายการสายใย กศน. วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 ให้อ่านแล้วนะครับ

  • สวัสดีค่ะอาจารย์เอกไม่ได้แวะมาทักทายนานแล้วค่ะต้องออกพื้นที่ทุกวันค่ะ
  • ขอบคุณมากนะค่ะสำหรับสรุปรายการสายใย กศน.ที่ผ่านมาค่ะ

ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันนะครับ Ico48 Ico48 Ico48

สมรัตน์ อำภา
IP: xxx.26.63.130
เขียนเมื่อ 

อาจารย์ครับช่วยลง รายการสายใย กศน. วันที่25ก.ค. ให้อ่านด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ

วันนี้ผมลงรายการสายใย กศน. วันที่ 25 ก.ค.54 ให้แล้วครับ

สมรัตน์ อำภา
IP: xxx.51.8.230
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากครับสำหรับวันที่25ครับ ขอให้อาจารย์ขึ้นเว็บสายใยกศน. ให้อ่านทุกวันจันทร์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

ในย่อหน้าแรกของบันทึกนี้ ผมบอกไว้แล้วนะครับว่า "สรุปเฉพาะวันที่ข้าพเจ้าได้ดู ไม่ได้ไปราชการ"

ณัฐวุฒิ
IP: xxx.53.188.66
เขียนเมื่อ 

ขอบคุงมากๆๆ ครับ

หมายเลขบันทึก

447307

เขียน

04 Jul 2011 @ 12:51
()

แก้ไข

11 Dec 2012 @ 13:47
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 2, ความเห็น: 14, อ่าน: คลิก