เรื่องเล่าจากพี่อ้อ กับการก้าวเข้ามาทำงาน ComMedSci
อีกก้าว......ของศูนย์วิทย์ฯ ที่ ๖ ขอนแก่น
ศุภลักษณ์ พริ้งเพราะ.....ผู้เขียน
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม และได้ฟังผลการสรุปเกี่ยวกับโครงการวิทยาศาสตร์การ แพทย์ชุมชน อะไรกันนี่เริ่มทำโครงการนี้ตั้งแต่ปี 45 จนกระทั่งถึงปีนี้
ทำไมนานจัง คิดว่าเริ่มทำได้ไม่นานนี่เอง จะครบรอบ 10 ปีแล้ว (ปีหน้าคงได้ฉลองใหญ่)
จะว่าไปแล้วก็เหมือนกับว่ายังไม่ค่อยได้ทำอะไรสักเท่าไร เท่าที่ผ่านมายังจับต้นชนปลายไม่ถูก เวลาทำอะไรก็จะมีหัวหน้าทีมว่าทีมเราจะต้องทำอะไร ตามโครงการและตอบตัวชี้วัด ให้ทำ ก็ทำ
จนกระทั่งเมื่อปี 52 รู้สึกเบื่อหน่าย และเหนื่อยกับงานโครงการนี้มาก
ประกาศลั่นทั่วห้องว่า
“จะไม่ทำงาน Com Med Sci อีกแล้ว จะเป็นนักวิทย์ฯที่ทำแลปอย่างเดียว”
(มั่นใจมากถึงมากที่สุดว่าจะไม่ทำ) และแล้วที่เขาบอกว่า
“เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น”
ก็มาถึง เมื่อประกาศออกมาว่างาน Com Med Sci จะทำเกี่ยวกับสมุนไพร ไป ๆ มา อีท่าไหนก็ไม่ทราบได้ กลายมาเป็นกลุ่มงานยาและเครื่องสำอางเป็นคนรับผิดชอบ ซึ่งแต่ละกลุ่มงานก็มีคนน้อยอยู่แล้ว ท้ายที่สุด
อ้อ......ก็สมัครเป็นทีมงานอีกครั้ง (ไม่มีใครบังคับ แต่....ต้องรับผิดชอบ)
ก็ผ่านไปด้วยดีในปี 53 ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรสักเท่าไร ก็คงจะเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา (ที่ไม่เข้าใจนะ อ้อคนเดียวนะคะ)
จากที่ทำมาหลายปีก็ก่อเกิดความฝันเล็ก ๆ ว่าเราน่าจะทำอะไรให้ดีขึ้น เหมือนกับที่ใคร ๆ ชอบพูดว่า
“ทำอะไรก็ได้ให้ยั่งยืน”
ฟังเหมือนง่าย ๆ ยิ่งกว่าปอกกล้วย...(ดิบ) แต่จะทำอย่างไรละ ที่ทำ ๆ ก็ลองทำแล้ว แต่ไม่ยักจะถึงคำว่ายั่งยืน เมื่อเราถ่ายทอดทุกหน่วยงานก็อยากให้เราแจกชุดทดสอบฟรี ทางศูนย์วิทย์ฯก็คิดว่าแจกแล้ว ๆ ยังงัยต่อ พอหมดชุดทดสอบ ก็จบกันไป เป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน
เริ่มปีงบ 54 เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายจากโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
(คิดในใจจัดประชุมและถ่ายทอดอีกแล้ว....เหรอ)
แล้วความฝันเล็ก ๆ ก็ได้เลือนลางจางหายไปพร้อมกับสายลมและแสงแดด และแล้ว......อยู่มาวันหนึ่ง
เมื่อลืมตาขึ้นมาได้พบกับแสงเล็ก ๆ รอดผ่านมันสมองน้อย ๆ ขึ้นมา เมื่ออดีตท่านอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์
มาหยิบยื่นให้คนหมดฝันและหมดหนทางที่จะฝ่าฝันเพื่อหนทางแห่งความยั่งยืน
ได้เข้าไปเรียนรู้ว่าจริง ๆ ความยั่งยืนมันทำได้ง่าย เอาลองไปเรียนรู้ด้วยกัน
จริง ๆ แล้วอ้อเป็นคนกลัวผู้บริหารอย่างเป็นที่สุด แค่หัวหน้าเรียกก็สั่นแล้ว แต่นี่เป็นอดีตท่านอธิบดีไม่ต้องพูดถึง
อยากรู้ก็อยากรู้ กลัวก็กลัว (ไม่รู้จะทำยังงัยดี)
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไปเรียนรู้คนเดียว มีน้องติ๋วเป็นเกราะกำบังให้ ไม่มั่นใจก็แอบอยู่ด้านหลัง (ก็เป็นคนชอบแถวหลังอยู่แล้ว)
เริ่มจากบทที่หนึ่ง ท่านมาเยี่ยมศูนย์วิทย์ฯและเรียกเจ้าหน้าที่เข้าประชุม ให้ท่าน ผอ.โรงพยาบาลกระนวนมาพูดเกี่ยวกับกรมวิทย์ฯ
อ้อก็ยังเฉย ๆ แต่ว่าไปแล้วก็เริ่มจะเห็นแสงจ้าเพิ่มมากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่คลิ๊กเท่าไร
วันต่อมาท่านก็พาออกพื้นที่ไปที่ รพ.สน.ตำบลในเมือง จ.ขอนแก่น เท่านั้นแหล่ะ ว้าว ! สุดยอด มันง่ายจัง

ท่านจักรธรรม ธรรมศักดิ์ ตรวจเยี่ยม สอน.ต.ในเมือง แล้วเปิดโอกาสทีมศูนย์วิทย์ฯให้ได้ร่วมเรียนรู้ด้วย 17 ธ.ค. 2553

แต่จะให้แน่นอีกหน่อยก็คงต้องไปต่ออีกสักแห่งและแห่งสุดท้ายของวันนั้นก็คือ รพ.สน.นาม่วง จ.อุดรธานี เท่านั้นแหล่ะค่ะ แสงเจิดจ้า ตาเป็นประกาย

สอน.นาม่วง จ. อุดร 17 ธ.ค. 2553

กลับมาอ้อกับติ๋วก็เดินสายทำตามรอยท่าน ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะที่ไหน
ว่าไปแล้วก็ไม่เกี่ยวกับอ้อและติ๋วหรอกเหมือนกับได้อาศัยใบบุญจากท่าน เพราะว่าท่านเป็นตัวแทนของ มูลนิธิ สอน. ออกไปเยี่ยม รพ.สน. แต่ละพื้นที่ท่านก็พูดแทนคนกรมวิทย์ฯ
ทำให้ท่าน ผอ.แต่ละแห่งเข้าใจบทบาทหน้าที่ และทำให้คนศูนย์วิทย์ฯเข้าไปร่วมทำงานได้ง่ายขึ้น
ทำให้ทางทีมเข้าใจงานของพื้นที่มากขึ้น เรียนรู้กระบวนการการทำงานของผู้ที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมออนามัย” ได้อย่างลึกซึ้ง
เห็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ของวิถีชุมชน เราจึงได้มีโอกาสทำงานหลากหลายรูปแบบ ไร้กระบวนท่า และปรับเปลี่ยนตามพื้นที่แต่ละแห่ง เกิดการเรียนรู้อย่างหลากหลาย นี่คือบทเรียนที่ศูนย์ขอนแก่นได้รับ
(บทเรียนแต่ละบทจะตามมาภายหลัง) จะอย่างไรก็ขอกราบขอบพระคุณท่านจักรธรรม ธรรมศักดิ์ เป็นอย่างยิ่ง สำหรับบทเรียนนอกห้องแลป