นิทานพัฒนาคนตอนที่ 11 นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน
ใกล้เวลาของการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรมาทุกขณะ ข่าวเหตุการณ์ความรุนแรงที่คาดว่า จะมีฉนวนเหตุจากการเลือกตั้งดูเหมือนมีเพิ่มขึ้นทุกระยะ เพียงเพื่อต้องการอำนาจ ?? ความแค้นจากการแปรพักตร์ ?? จากมิตรเป็นคู่แข่งและศัตรู ?? หรือเป็นจริงที่ว่า การเมืองไม่มีมิตรหรือศัตรูที่แท้จริง ?? ตอนนี้แม้มิใช่หัวคะแนนของกลุ่มการเมืองใด แต่เวลาคุยกันเรื่องการเมืองก็จำต้องพึงระวังเพราะอาจขัดเคืองความรู้สึกเนื่องจากความนิยมชมชอบต่างกัน....
ทำให้นึกถึงนิทานแปลเรื่อง “นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน” ซึ่งเขียนโดยหลุยส์ เซปุล์เบดา ที่สะท้อนถึงมิตรภาพต่างเผ่าพันธุ์ ความรักเมตตาที่ไร้ขีดจำกัด และการรักษาสัจจะของผองสัตว์ …ดังสรุปย่อต่อไปนี้
เคงกาฮ์ นกนางนวลตัวเมียที่ออกบินพร้อมฝูงนางนวลจากอ่าวแม่น้ำแซนไปยังช่องเขากาเลส์ เพื่อวางไข่ ระหว่างทางฝูงนกนางนวลแวะจับปลาที่ใกล้ท่าเรือ...แต่โชคร้าย นกนางนวลหลายตัวรวมทั้งเคงกาฮ์ถูกคลื่นน้ำทะเลที่เต็มด้วยคราบน้ำมันซัด ทำให้คราบน้ำมันหนืดเหนียวเกาะตามลำตัวยากแก่การขยับปีกบินต่อไป หลายตัวพ่ายแพ้ยอมจมไปกับน้ำทะเลแต่เคงกางฮ์พยายามที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อออกลูก จึงพยายามโผบินด้วยเรี่ยวแรงสุดท้ายจนกระทั่งถึงยังหอคอยของโบสถ์เมืองฮัมบูรก์ และหมดแรงร่วงสู่พื้นระเบียงโบสถ์
ขณะนั้นซอร์บาส แมวตัวผู้อ้วนพีสีดำกำลังนอนอาบแดดที่ระเบียง มันตกใจเมื่อมีนกนางนวลที่สกปรกเต็มด้วยคราบน้ำมันหล่นลงข้าง ๆ ตัว มันจึงเดินไปหาและพยายามให้ความช่วยเหลือ ด้วยการช่วยเลียคราบน้ำมันที่เกาะติดขนให้ แม้ว่ามันจะรู้สึกขยะแขยงคราบน้ำมัน และให้กำลังใจนกนางนวลว่า อย่าตาย ตนจะแบ่งอาหารและหาเพื่อนมาช่วยรักษา แต่เคงกางฮ์บอกกับซอร์บาส ว่า ตนกำลังจะออกไข่หนึ่งฟอง และคงต้องตาย จึงจะขอให้ซอร์บาสช่วยฟักไข่ ดูแลลูกนกและสอนให้ลูกนกบินเมื่อโตเต็มที่ ซอร์บาสได้ยินก็คิดว่า นกนางนวลเฟ้อเพราะพิษไข้ จึงรับปากเพราะอยากเอื้อเฟื้อให้นกที่กำลังป่วยสาหัส และรีบไปตามเพื่อนแมวมาช่วยกันรักษานกนางนวล ระหว่างที่มันกำลังเดินทาง เคงกาฮ์ได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายออกไข่และสิ้นลมหายใจ
ซอร์บาส เดินทางไปพบโกโลเนลโล แมวอาวุโสแห่งประภาคาร ซึ่งมีความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ สามารถให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง และเล่าเรื่องราวของนกนางนวลให้ฟังเพื่อขอความช่วยเหลือในการรักษานกนางนวล
โกโลเนลโล เมื่อรับทราบก็ประกาศว่า ปัญหาของซอร์บาสคือปัญหาของผองแมว ที่ต้องช่วยกันแก้ไข จึงพาซอร์บาสไปหาเจ้าแสนรู้แมวเจ้าปัญญา ซึ่งเป็นนักอ่านหนังสือจึงมีความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ
เจ้าแสนรู้เป็นแมวสีเทาตัวผอม อาศัยในร้านโชว์ของเก่าของกะลาสีเรือชื่อแฮรี่ ร่วมกับมาเตียส ลิงชิมแนซีเพศผู้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขายบัตรผ่านประตูและรักษาความปลอดภัย ที่ร้านนี้มีหนังสือเก่ามากมายทำให้เจ้าแสนรู้มีเวลาและโอกาสในการหาความรู้เพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้อื่นได้
เจ้าแสนรู้เมื่อทราบเรื่อง ก็พยายามค้นหาความรู้วิธีการกำจัดคราบน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อพบแล้วจึงตกลงมอบหมายให้เจ้าแมวเลขานุการของโกโลเนลโลให้หางจุ่มน้ำมันเบนซินเพื่อทาขนนกนางนวลให้คราบน้ำมันหลุด
แมวทั้งสี่ตัว รีบเดินทางไปยังโบสถ์เพื่อช่วยเหลือนกนางนวล แต่ก็พบเพียงร่างไร้วิญญาณและไข่หนึ่งใบตามที่นกนางนวลเคยบอกไว้ ทุกสี่จึงร่วมกันฝังร่างนกนางนวลพร้อมทั้งกล่าวคำอำลาด้วยเสียงโหยไห้ ส่งข่าวไปยังแมวในละแวก จึงเกิดเสียงร้องรับของแมว เสียงเห่าหอนของหมา เสียงร้องของนกและกบ ที่ต่างส่งเสียงเพราะความเศร้า จนผู้คนในเมืองล้วนประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
จากนั้นทั้งสี่ได้คิดหาวิธีการร่วมกันในการฟักไข่นกนางนวล โดยเจ้าแสนรู้เปิดสารานุกรมพบว่า การฟักไข่ต้องอาศัยความร้อนจากร่างกาย จึงมอบให้ซอร์บาสทำหน้าที่ฟักไข่นกนางนวลตามสัญญาณ
ซอร์บาสเฝ้ากกไข่ด้วยความอดทน มันจะผละจากไข่ก็ต่อเมื่อเวลากินอาหารหรือทำธุระส่วนตัว เนื่องจากโกโลเนลโลสั่งไว้ว่า อย่าละทิ้งไข่ ทุกค้ำคืนโกโลเนลโล เจ้าเลขานุการและเจ้าแสนรู้ จะมาเยี่ยมเยือนซอร์บาสเพื่อดูว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ทั้งหมดเรียกสิ่งนี้ว่า “การเติบโตที่รอคอย”
จนกระทั่งยี่สิบวันต่อมา ขณะที่ซอร์บาสกำลังกกไข่นั้นเอง ไข่เริ่มเคลื่อนไหวและมีลูกนกนางนวลสีขาวออกมาจากไข่ มันเรียกซอร์บาสว่า “แม่จ๋า” และเรียกร้องว่า หิวต้องการอาหาร ซอร์บาสจึงลองนำขนมปังกับมันฝรั่งที่เจ้านายให้มันไว้ให้ลูกนกกิน แต่จงอยปากลูกนกยังอ่อนไม่สามารถจิกกินได้ มันจึงนึกได้ว่า มี่คือลูกนกและพวกนกกินแมลง มันจึงปีนไปดักจับแมลงวันที่ระเบียงมาให้ลูกนกกิน
เมื่อโกโลเนลโล เจ้าเลขานุการและเจ้าแสนรู้ จะมาเยี่ยม จึงตกลงจะนำปลาซาร์ดีนที่ภัตราคารของโกโลเนลโลมาเป็นอาหารให้ลูกนก และเริ่มคิดกันถึงสัญญาข้อที่สามเรื่องการสอนให้ลูกนกบิน
ระหว่างที่ลูกนกยังเล็กนั้น ซอร์บาสต้องคอยระวังภัยให้ลูกนก ทั้งจากเจ้าแมวเกเรและจากเพื่อนมนุษย์ ในที่สุดที่ประชุมแมวจึงตัดสินนำลูกนกไปอาศัยที่ร้านโชว์ของแฮรี่ พร้อมศึกษาลักษณะทางเพศของนกนางนวลจากสารานุกรมแต่ก็ไม่พบคำตอบจึงขอคำปรึกษาจาก บาร์โลเบนโต แมวเจ้าทะเลผู้มากประสบการณ์ และทราบว่า นกนางนวลน้อยเป็นเพศเมีย จึงตั้งชื่อว่า เจ้าโชคดี
ที่ร้านของแฮรี่มีฝูงหนูที่คิดจะจับเจ้าโชคดีเป็นอาหาร ทำให้ซอร์บาสต้องตกลงกับฝูงหนูว่า จะขออนุญาตโกโลเนลโลเปิดทางให้หนูออกมาหากินได้ในเวลากลางคืน เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเจ้าโชคดี
เจ้าโชคดีเติบโตอย่างรวดเร็ว ห้อมล้อมด้วยความรักเอ็นดูของพวกแมว จนกระทั่งครบหนึ่งเดือน กลายเป็นนกนางนวลแรกรุ่นที่สูงชะลูดและมีขนมีเงิน เจ้าแสนรู้กับซอร์บาสจึงพยายามบอกให้เจ้าโชคดีบิน แต่เจ้าโชคดีไม่ยอมบินเพราะมันคิดว่า ตนเองเป็นแมว ซึ่งแมวไม่จำเป็นต้องบิน
จนกระทั้งวันหนึ่งเจ้าโชคดีเดินมาพบกับซิมแปนซีมาเตียส และมันบอกกับโชคดีว่า พวกแมวจลี้ยงให้เจ้าโชคดีรอ้วนพีเพื่อจะกินเป็นอาหาร เจ้าโชคดีเสียใจมากไม่ยอมกินอาหาร ทำให้พวกแมวเป็นหวง จึงสอบถามจนทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงเล่าความเป็นมาของเจ้าโชคดีและย้ำเตือนว่าเจ้าโชคดีต้องหัดบิน โดยซอร์บาสและผองแมวจะเป็นกำลังใจ
เจ้าแสนรู้ได้รับมอบหมายให้หาความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการฝึกบิน และสอนให้เจ้าโชคดีบินแต่เจ้าโชคดีดูเหมือนไม่สนใจจะบิน จนกระทั่งวันหนึ่งมีฝูงนกนางนวลทะเลบินบนทะเลหน้าประภาคาร เจ้าโชคดีจึงเกิดแรงจูงใจอยากบิน ฝูงแมวดีใจมากรีบประชุมวางแผนสอนนกนางนวลบินตาม ด้วยการสอนตามตำราแต่ก็ไม่สามารถทำให้เจ้าโชคดีบินได้
พวกแมวจึงประชุมร่วมกันตัดสินใจว่า ให้ซอร์บาสไปขอความช่วยเหลือจากมนุษย์และฝ่าฝืนกฎข้อห้ามโดยการพูดกับมนุษย์ได้หนึ่งคน และมนุษย์คนนั้นคือคนเขียนกวีในเมือง เพราะเป็นผู้ที่มีความละเอียดอ่อนในหัวใจ
ซอร์บาสจึงไปพบกวีและเล่าเรื่องราวนกนางนวลให้เข้าฟัง พร้อมทั้งขอร้องให้เข้าช่วยให้นกนางนวลบิน กวีแปลกใจที่แมวพูดได้และรับปากช่วยให้นกบิน
คืนต่อมาในขณะที่ฝนตกกวีได้เดินทางไปพบฝูงแมวและนกนางนวล พร้อมอุ้มซาร์บาสและเจ้าโชคดีไปที่บนหอระฆังสูง โชคดีหวาดกลัวที่จะบินแต่ซอร์บาสก็ให้กำลังใจโดยบอกว่า จงนึกถึงความสุขจากสายลม สายฝน แสงอาทิตย์และท้องฟ้า เพราะนั่นคือชีวิตของนางนวล จากนั้นกวีได้นำนกนางนวลไปวางบนระเบียงสูง และสุดนางนวลน้อยก็สามารถกางปีกบินบนท้องฟ้าอย่างมีความสุข..โดยมีซอร์บาส แมวอ้วนพีสีดำ ผู้ทรงคุณธรรมที่เฝ้ามองนางนวลน้อยบินจนลับตาด้วยความสุขใจที่สามารถปฏิบัติตามสัญญา...
ทุกครั้งที่อ่านนิทานเรื่องนี้...จะรู้สึกเป็นสุขเมื่อสัมผัสถึงมิตรภาพและความรักของผองสัตว์
และหวนคิดว่า หรือมนุษย์มีสมองซับซ้อนเกิดกว่าสัตว์ จึงทำให้มิตรภาพและความรักของมนุษย์ประกอบด้วยเงื่อนไขมากมาย จนทำให้มิตรภาพและความรักที่แท้จริงเหือดหายจากใจของผู้คนในสังคมปัจจุบัน เช่นเดียวการรักษาสัจจะวาจา ซึ่งเสมือนเป็นเพียงอุดมการณ์ของคนเพียงบางกลุ่ม ขณะที่คนจำนวนมากคิดหวังเพียงความอยู่รอดของตนมากกว่าความจริงของวาจาที่เปล่งออกมา หรือนี่คือ ความเป็นจริงที่น่าเจ็บปวดอีกด้านหนึ่งของสังคมสมัยใหม่............
สวัสดีครับอาจารย์
มา ชวนบล็อกเกอร์ชาวเชียงใหม่จัดเวทีพูดคุยประสาคนเมือง ครับ
หนานเกียรติเจ้า
ยินดีจั๊ดนักเจ้า จะจัดแบบใดเจ้า