โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ (www.siamintelligence.com)
Every man has only one destiny.
Don Vito Corleone
นับจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา มนุษย์ได้ถูกกำหนดให้มี
“เส้นทางชีวิต” เพียงประการเดียว เพื่อจะได้พัฒนาความชำนาญเฉพาะทาง
(Comparative Advantage)
ที่นำไปสู่ประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตสินค้าและบริการ
ในยุคสมัยที่เศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรมกำลังตกต่ำ
เศรษฐกิจสร้างสรรค์กำลังเฟื่องฟู ชีวิตมนุษย์ก็อาจต้องพลิกผันอีกครั้ง
โดยเปลี่ยนจากความขยันหมั่นเพียรในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
(Specialist) กลายมาเป็นการโอบรับความหลากหลายของเส้นทางชีวิต
เพื่อบรรจบเชื่อมร้อยให้เป็น “พลังสร้างสรรค์”
ที่พิเศษเฉพาะตัวและเลียนแบบได้ยาก

คนไทยในวันนี้ยังมิได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง
หนุ่มสาวทั้งหลายยินดีที่จะแย่งชิงไขว่คว้าปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อ
เสียง เพียงเพื่อจะเดินออกมาจากรั้วและพบว่า “งานสบาย เงินดี”
ไม่มีอยู่อีกต่อไป
ตัวเลขการว่างงาน (Unemployment Rate)
ได้กลายเป็นปัญหาและภาระหนักหน่วงที่สุดของประเทศพัฒนา
โดยเฉพาะเมื่อระบบสวัสดิการสังคมที่ออกแบบมาด้วยเจตนาดี
กลับทำให้ผู้คนในโลกตะวันตก
เต็มไปด้วยความเกียจคร้านและเบื่อหน่ายที่จะออกหางานทำ
วิธีคิดแบบเหตุผลนิยมสุดขั้ว
เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มนุษย์เลือกที่จะแบมือรับเงินจากรัฐบาลอย่างไร้
ศักดิ์ศรี แทนที่จะทำงานสร้างสรรค์ให้สมกับที่ได้ถือกำเนิดเกิดมา
การทำงานไม่ได้มีคุณค่าความหมายต่อชีวิต
นอกจากเป็นเพียงเครื่องมือไปสู่ความสะดวกสบายทางวัตถุเท่านั้น
ประเทศไทยอาจต้องพบจุดจบที่น่าเศร้าเช่นเดียวกับผู้คนอ่อนล้าในประเทศตะวัน
ตก หากไม่รีบปรับเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจและวิธีคิดในการทำงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจำกัดขอบเขตของชีวิตให้อยู่ในสาขาวิชาที่ร่ำเรียนมา
ความหวาดกลัวที่จะถามหัวใจตนเองและก้าวเดินไปสร้างสรรค์ผลงานแนวใหม่ที่ยัง
ไม่มีใครค้นพบ
Harry Potter
นิยายระดับพันล้านที่สร้างรายได้ให้นักประพันธ์และประเทศอังกฤษอย่างมหาศาล
ได้ถือกำเนิดมาในห้วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของชีวิต เธอกำลังตกงานและยากไร้
แถมยังหย่าร้างกับสามีพร้อมด้วยลูกติดที่ต้องทะนุถนอมเลี้ยงดู หากทว่า
การพังทลายของชีวิตทำงานที่น่าเบื่อ
ได้เปิดโอกาสให้เธอได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่รักอย่างจริงจัง นั่นคือ
การเป็นนักเขียนที่ยิ่งใหญ่
หากทุกคนต้องรอให้ชีวิตถึงห้วงวิกฤตเสียก่อน
แล้วจึงค่อยลุกขึ้นมาสร้างสรรค์
คงไม่เป็นการดีต่อชีวิตและประเทศชาติอย่างแน่นอน ทางออกที่ดีกว่า คือ
การละทิ้งเหตุผลที่น่าเบื่อหน่ายของโลกการทำงานแบบเดิมไปชั่วคราว
เพื่อปลดปล่อยอารมณ์และจินตนาการให้โลดแล่น
ฝึกฝนสัญชาตญาณให้เฉียบไวในการเปิดรับโอกาสยิ่งใหญ่
ที่มักจะผ่านเข้ามาในเส้นทางที่เราไม่คุ้นชิน
การยืนหยัดในเส้นทางการทำงานแบบเดิม มีแต่จะทำให้ผลตอบแทนชีวิตลดน้อยลง
เพราะทุกปีจะมีเด็กจบใหม่ เงินเดือนถูกกว่า
แห่วิ่งออกมายื้อแย่งแข่งขันในตลาดแรงงาน
พนักงานอาวุโสทั้งหลายจึงจำใจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น
ขณะที่เงินเดือนและผลตอบแทนแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย
“สัญชาตญาณ” จึงเป็นความหวังเดียว
ที่จะชี้เส้นทางใหม่ที่ไม่คาดฝันให้ชีวิต วิถี่ที่จะไม่มีใครเลียนแบบได้
วิถีที่มีความเป็นตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด (Originality) แน่นอนว่า
ในช่วงเริ่มต้นอาชีพหรือธุรกิจใหม่อาจสร้างผลตอบแทนไม่มากนัก หากทว่า
ความสามารถและประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้นก็ย่อมนำมาซึ่งผลตอบแทนที่มากกว่า
อาชีพเดิมที่เต็มไปด้วยคู่แข่งที่น่ากลัว
เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ไม่ได้เป็นสิ่งที่สับสนและยากเย็นอย่างที่คนส่วนใหญ่คาดคิด
หากมนุษย์จะต้องพาตัวเองหลุดพ้นจากความน่าเบื่อของประสิทธิภาพและคุณภาพสูง
สุด ร้านอาหารในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องมีรสชาติดีที่สุด
หากทว่าจะต้องสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอารมณ์สุนทรีย์
อารมณ์ที่แหวกแนวจากร้านอื่น
อารมณ์ที่หล่นหายไปในยุคแห่งความเฟื่องฟูทางวัตถุ
การเริ่มต้นสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและผลตอบแทนมหาศาล
ทุกประเทศจึงรีบเร่งที่จะทดลองค้นคว้าเพื่อค้นหารูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนา
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่กระนั้นก็ยังคงงงงันว่า “ความสร้างสรรค์”
จะปฏิวัติและเปลี่ยนแปลงโลกไปได้อย่างไร
โลกที่ล้นเกินไปด้วยนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์จนไม่เหลือที่ว่างอื่นใดให้เติม
เต็ม นี่คือ โอกาสครั้งใหญ่ที่ประเทศไทยจะกล้าคิดอย่างแตกต่าง
โดยการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางจิตใจ
นวัตกรรมที่ไม่ต้องอิงกับความหรูเลิศอลังการทางวัตถุ
นวัตกรรมที่กลับมาให้ความสำคัญกับการเติมเต็มอารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย
อารมณ์ความรู้สึกที่ยังมีสัดส่วนการวิจัยน้อยนิดเมื่อเทียบกับการทดลองทาง
วัตถุ
หากทว่า
สัญชาตญาณและอารมณ์ก็ยังมีจุดอ่อนที่ต้องให้เหตุผลมาช่วยเติมเต็ม
เพราะข้อดีของจินตนาการที่ไร้ขอบเขต
ก็อาจกลับเป็นข้อเสียได้หากหลุดลอยจากโลกความจริง
การทดลองเดินตามความฝันไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย
ก็อาจทำให้กลายเป็นคนล้มเหลวได้ในท้ายที่สุด
การปล่อยให้เหตุผลที่เข้มงวดเข้ามาบีบบังคับเงื่อนเวลาในการค้นหาตัวเอง
ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นคนหลักลอยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญ
ภาวะบีบคั้นที่เหมาะสมอาจนำไปสู่การกระตุ้นให้สัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอด
สามารถเปล่งประกายอย่างถึงขีดสุด
และนำไปสู่ความสำเร็จยิ่งกว่าในภาวะปกติสุข
การตัดสินใจสุดท้ายว่าจะเชื่อเหตุผล อารมณ์ หรือสัญชาตญาณ
ย่อมไม่มีสูตรสำเร็จ บางทีการเชื่อเหตุผลอาจเป็นความผิดพลาด
เพราะอีกนิดเดียวโครงการความฝันที่เคยล้มเหลวยาวนานก็จะพลิกกลับมาเป็นความ
สำเร็จยิ่งใหญ่ แต่กระนั้น
หากปล่อยให้ยืดยาวต่อไปก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเสียเวลาและทรัพยากรไปอีกเท่าไร
จนกระทั่งวัยหนุ่มสาวล่วงพ้นผ่านไป แล้วกลายเป็นวัยกลางคนที่หดหู่ปวดร้าว
ไม่สามารถหยัดยืนในสังคมต่อไปได้
มิตรภาพแห่งความสร้างสรรค์ (Creative Friends)
จึงเป็นสิ่งจำเป็นของผู้ประกอบการในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เพื่อคอยตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอว่า แนวคิดหรือโครงการใหม่ที่เราเลือกเดินนั้น
มีความเป็นไปได้แค่ไหน จะต้องระดมทรัพยากรอย่างไร
และเมื่อใดจึงควรจะล้มเลิกโครงการก่อนที่จะกลายเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่
ศิลปะในการสนทนาและสร้างสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งมีเพื่อนในหลากหลายวงการเท่าใด โอกาสสำเร็จก็จะมีเพิ่มขึ้นเท่านั้น
เพราะการสร้างสรรค์ยิ่งใหญ่ต้องอาศัยการหยิบยืมทรัพยากรทางความคิดจากทุกหน
แห่ง
เพื่อมาผสมผสานอย่างซับซ้อนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครสามารถเลียน
ซ้ำได้
หากทว่า
การสร้างสรรค์เสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนที่หลากหลายประทับใจและยินยอมช่วยเหลือ
เกื้อกูล ย่อมไม่ได้มาจากเหตุผลที่แห้งแล้งทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว
หากยังต้องเข้าถึงอารมณ์รู้สึกของผู้คนอีกด้วย ที่สำคัญ
คนส่วนใหญ่ย่อมมีทั้งส่วนที่เปิดเผยและซ่อนเร้น
จึงมีเพียงสัญชาตญาณที่เฉียบคมเท่านั้น
ซึ่งจะทำให้เราไม่ติดกับดักแค่เพียงสิ่งที่เห็นอย่างฉาบฉวย
หากทว่าสามารถค้นลึกเข้าไปในสิ่งที่อยู่ภายใน
เพื่อสนองตอบความต้องการที่ไม่ได้เอ่ยออกมาได้อย่างถึงแก่น
“เหตุผล อารมณ์ และสัญชาตญาณ”
จึงเป็นส่วนผสมสำคัญที่จะต้องคลุกเคล้าเข้ากันอย่างลงตัว
เพื่อที่จะประกอบการในเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้อย่างมีรสชาติ
หากขาดแคลนองค์ประกอบหนึ่งใดไป สินค้าที่ผลิตออกมาก็จะไม่ครบรส
และมีความน่าจะเป็นสูงที่จะล้มเหลวในระยะยาว
จงเริ่มฝึกฝนที่จะละทิ้งการงานในระบบอุตสาหกรรมแบบเดิมที่น่าเบื่อหน่ายและ
อนาคตริบหรี่เพราะเต็มล้นไปด้วยคู่แข่งที่น่ากลัว
เพื่อออกผจญภัยตามหาความฝันและอารมณ์รักร้อนแรงที่มีในหัวใจ
โดยลับคมสัญชาตญาณให้ใหม่สดเสมอ
ในการเปิดรับโอกาสที่ผ่านเข้ามาอย่างไม่คาดฝัน สุดท้าย
เหตุผลจะคอยช่วยคำนวณความเสี่ยงและผลกำไร
เพื่อให้การเดินทางที่ยาวนานและสนุกสนานของเรา
ได้รับรางวัลตอบแทนที่แสนคุ้มค่า