ศักยภาพกลุ่มเป้าหมาย

กระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสังคม กิจกรรมหนึ่งที่ได้รับการยอมรับคือการค้นหาศักยภาพที่มีอยู่ของชุมชน หรือกลุ่มเป้าหมาย ศักยภาพในความหมายของ สมรรถนะ(Competency) หรือ ประสิทธิภาพ(Efficiency) ที่ซ่อนเร้น หรือแอบแฝงอยู่ในชุมชน นั่นคือหมายถึงทุนทางสังคมที่มีอยู่แล้ว เช่น ทุนมนุษย์ ทุนสถาบัน หรือทุนทางภูมิปัญญา มีคำถามว่าเมื่อเป็นทุนที่มีอยู่แล้วทำไม? จะต้องค้นหา นั่นแสดงว่าที่ผ่านมาชุมชนถูกพัฒนาในลักษณะที่ถูกกำหนดจากภายนอก จึงไม่มีโอกาสใช้สิ่งที่ตัวเองรู้ และสิ่งที่ตัวเองมี ในการจัดการชุมชนด้วยตัวเอง ทำให้ถูกแต่งแต้มสีสรร หรือคาดหวังเอาเองฝ่ายเดียวว่าคนในชุมชน ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องเป็นอย่างนี้ ซึ่งอาจไม่ใช่ความต้องการของคนในชุมชน มองอีกด้านหนึ่งคือชุมชนถูกทำให้อ่อนแอ ด้วยมือของนักพัฒนาเองก็อาจจะเป็นได้ การค้นหาสิ่งที่มีอยู่ ดีอยู่แล้วในชุมชน จึงเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจ เกิดคุณค่า ความภาคภูมิใจ ในการที่จะดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ศักดิ์ศรีที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละแห่ง 
    การค้นหาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายก่อนที่จะดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาน่าจะมาจากแนวคิดการส่งเสริมสิ่งที่ชุมชนรู้หรือการพัฒนาสิ่งที่ชุมชนมีอยู่แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทย การค้นหาศักยภาพกลุ่มเป้าหมายบ้านดอกบัว หมู่ ๖ ตำบลท่าวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ที่ผ่านมาโดยใช้กระบวนการเวที มีกลุ่มสตรีและผู้สูงอายุเข้าร่วม ๓๐ คน พบว่า ชุมชนเริ่มมีเป้าหมายในการพัฒนาที่ชัดเจนมากขึ้น โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน คือภายใน ๓ ปีชุมชนเข้มแข็ง แหล่งการเกษตร ร่วมใจยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง กำหนดคำขวัญหมู่บ้านได้แก่ เยือนลำน้ำอิง ถิ่นข้าวซาอุ น้ำใสบ่อดง คงวัฒนธรรม เจ้าพ่อฟ้าตั้ง บ้านดอกบัวมีแหล่งนำธรรมชาติคือลำน้ำอิง และหนองบึง อาชีพหลักคือการเกษตรทำนา ปัญหาคือไม่มีอาชีพเสริม ทุนทางวัฒนธรรมมีหลากหลาย เช่นการเลี้ยงผีปู่ย่า การสืบชะตาลำน้ำอิง บวงสรวงเจ้าพ่อฟ้าตั้ง รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ทุนมนุษย์ มี หมอพื้นบ้าน เป่ากระดูก เป่าตา นวดแผนโบราณ จักสานไม่ไผ่

       กิจกรรมที่กลุ่มสตรีและผู้สูงอายุทำอยู่ขณะนี้คือ การรับจ้างสานเครือหมวกซึ่งคิดค่าจ้างเป็นวา เป็นเมตรมีรายได้เล็กน้อย จากกระบวนการเวทีทำให้คิดว่าน่าจะต่อยอดจากการรับจางสานเครือหมวกที่ค่าตอบแทนน้อย เปลี่ยนมาเป็นนำเครือหมวกมาเย็บเป็นหมวกขายเองเลยดีกว่าซึ่งจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่ามาก แต่กลุ่มยังเย็บหมวกไม่เป็นจึงต้องเพิ่มความรู้เรื่องการเย็บหมวก โดยประสานหน่วยงานพัฒนาสังคมหน่วยที่๓๑จังหวัดพะเยา ให้ดำเนินการจัดหางบประมาณเรื่องการฝึกอบรมต่อไป