มันเป็นธรมดาของการเรียนรู้ เมื่อเราไม่ได้ฝึกสิ่งใดมาก เราก็จะลืมมันได้ง่าย

   เมื่อวานก่อนๆไปเดินห้างซื้อของใช้เล็กๆน้อย แต่ใช้เวลาไปเสียมากกับการหมกอยู่ในร้านหนังสือ เป็นคนนิสัยเสียที่ชอบแทะเล็มหนังสือเล่นเป็นประจำ สายตาจะละเลี่ยไล่จากหนังสือโซนกลางร้านที่เป็นพวก best seller ขายดีและแนะนำ ช่วงนี้มีหนังสือไม่กี่ชนิดหรอกค่ะ แยกเป็นทางโลก ก็เป็นพวก Howto ทำไงรวย ทำไงเล่นหุ้น ทำไงสวย ทำไงหล่อ ทำไงๆจึงประสบความสำเร็จ ..อีกกลุ่มก็เป็นหนังสือธรรมมะ ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านพระอาจารย์มหาสมปอง เป็นต้น ..(สาธุๆๆ)                                 

      และแล้ว....ก็มีอันต้องเสียทรัพย์ด้วยใช้เหตุ ใช้เหตุจริงๆค่ะ เหตุที่ว่าคือ ข้าน้อยต้องจรลีไปสวิสเซอร์แลนด์ใน 2 อาทิตย์ ด้วยภาษาอันกระท่อนกระแท่น ก่อนไปก็จักต้องขืนใจทำทั้ง presentation และ abstract วิชาสัมมนาซึ่งกำลังเรียนอยู่ ณ ปัจจุบันให้ผ่านพ้นลุล่วงไปด้วยดีให้ได้

   มันเกี่ยวอะไรกับการเสียทรัพย์ล่ะ???

    ก็อย่างที่บอกแต่เริ่มต้นว่าอยู่ในร้านหนังสือ ภาษาแย่ๆ ก็มีหนังสือดีๆมาช่วยไงคะ ทั้งหมดทั้งมวล ข้าน้อยกำลังจะบอกผู้อ่านว่า ได้หนังสือดีๆมาเล่มหนึ่ง(เค้าว่า มีหนังสือดีก็เท่ากับมีเพื่อนสนิทดีๆนี่เอง) จึงอยากแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จัก แอ่น..แอ๊น เค้าชื่อ คัมภีร์การเขียนภาษาอังกฤษพื้นฐาน Essential of Writing ของ เศรษฐวิทย์

  โดนค่ะ หนังสือเล่มนี้ โดนใจ โดนเนื้อหา โดนราคา โดน โดน โดน....

เป็นคนที่ซื้อหนังสือแล้วจะเปิดผ่านๆก่อน ว่าตัวอักษร ภาษาที่ใช้เขียนเป็นไง อ่านเข้าใจยากหรือง่าย ถ้าน่าสนใจก็ข้ามไปอ่านคำนำผู้เขียน ผู้เขียนบอกว่า..

    "ผู้เขียนจะนำเสนอเฉพาะตัวไวยากรณ์ที่สำคัญจริงๆ ขอเน้นที่สำคัญจริงๆเท่านั้น และต่อจากนั้นจะเป็นการลงมือทำแบบฝึกหัดล้วนๆ แน่นอนที่ว่า ไม่มีภาษาใดในโลกที่มันเท่ากัน ที่มันแทนกันได้ เพราะเนื่องจากมุมมองโลกมันแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อเราแปลแล้ว ประโยคที่เราแปลอาจจะไม่เหมือนสิ่่งที่เฉลยเอาไว้ ก็จงรับรู้ไว้เถอะว่า นั่นเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ และค่อยๆจดจำ แปลมันเข้าไป ฝึกมันเข้าไป จนวันหนึ่งคุณเห็นประโยคแบบนี้ คุณสามารถเขียนหรือพูดประโยคภาษาอังกฤษออกมาได้เลย ป่วยการที่จะมานั่งโทษยืนด่าตัวเองว่า ทำไมเรียนแล้วมันไม่จำ ใช้ไม่ได้สักที มันเป็นของธรรมดาของการเรียนรู้ เมื่อเราไม่ได้ฝึกสิ่งใดมาก เราก็จะลืมมันได้ง่าย ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำ คือ เปิดโอกาสให้ตัวเองเรียนรู้ภาษาให้มากเท่าที่จะทำได้ "

  " การที่เราสามารถพูดและเขียนแล้วฝรั่งเข้าใจเราต่างหากเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ไม่จำเป็นต้องไปทำให้เสียงเหมือนเขาจนลืมสิ่งที่สำคัญไป (สำนวนและไวยากรณ์ที่จำเป็น) จะเห็นด้วยหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ แต่อยากจะให้ผู้อ่านตระหนักรู้เอาไว้ว่า เราเรียนภาษาเพื่อสื่อสาร ไม่ได้เรียนเพื่อมาเป็นนักภาษาศาสตร์"

เป็นไงคะ..เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 2 ภาค เหมือนกับรวมหนังสือ 2 เล่มมาเป็น 1 เดียว ค่อนข้างหนาพอสมควร (271 หน้า + 296 หน้า) แต่ราคาเบาๆ 260 บาท เรียกได้ว่าเกินคุ้ม..

"สุดท้ายนี้ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายประสบผลสำเร็จในการเรียนรู้ภาษาตามความพยายาม ความมุ่งมั่นที่ได้ทุ่มเทลงมา เรียกว่าทุ่มมากก็ได้มาก ทุ่มลงมาน้อยก็จงได้ไปน้อย ดังคำกล่าวที่ว่า ทำอะไรก็ขอให้ได้อย่างนั้น และทำมากแค่ไหนก็จงได้รับไปเท่าที่ทำมานั้น เรื่องพวกนี้มันไม่เกี่ยวกับโชคลางหรือเคราะห์กรรมที่ทำมาแต่ชาติปางก่อนหรอก การที่จะมาบอกว่าเกิดมาชาตินี้ไม่สามารถเรียนภาษาได้เพราะไม่มีพรสวรรค์ ผู้เขียนและนักปราชญ์ทั่วโลกเขาเชื่อว่า ในตัวมนุษย์เรานั้นมีพรสววรค์ที่แตกต่างกันไป แต่การเรียนรู้ภาษาไม่ต้องอาศัยพรสวรรค์แต่อย่างใด มันเป็นเพียงทักษะอย่างหนึ่ง เช่น การเล่นกีฬา การว่ายน้ำ การขับรถ และแน่นอน ทุกคนทำได้"

บาดใจได้อีกนะท่านผู้อ่าน 555

ตอนต่อไป เราจะมาดูกันค่ะว่าไปสวิสเซอร์แลนด์รอบนี้ ภาษาเอ๋ย ภาษา..จะเป็นไง

ลาสวัสดีตอนเที่ยงวันค่ะ ^^