เมื่อปี  2516  ท่านผู้หญิงสุประภาดา  เกษมสันต์  เป็นตัวแทนพระองค์มาทอดพระกฐิน  ณ วัดเจริญราษฏร์บำรุง  อำเภอพุทไธสง  จ.บุรีรัมย์     และท่านผู้หญิงรู้จักกับบ้านนาโพธิ์  ซึ่งเป็นตำบลเล็กๆ ที่ขึ้นอยู่กับอำเภอพุทไธสง  บ้านนาโพธิ์ได้เกิดภาวะความแห้งแล้งติดต่อกันมา  4-5  ปี  จึงทำให้ชาวบ้านไม่มีน้ำใช้และอดข้าว  ก็จะมีแต่ผ้าไหมที่ทำไว้ใช้เอง  เอาออกไปหาแลกข้าวกับต่างถิ่น  ความทราบถึงราชเลขาในสมเด็จฯ  ท่านผู้หญิงสุประภาดา  เกษมสันต์ จึงพาคณะออกมาช่วยซื้อผ้าของชาวบ้าน แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอมขายผ้าให้บอกว่าบ่มี เพราะไม่ทราบว่าท่านเป็นใครกลัวจะมาหลอกลวง ต่อมาทราบว่าท่านเป็นใครแล้วจึงได้นำผ้ามาขายให้ จนปีต่อมาท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ได้ออกมารับซื้อผ้าที่บ้านพักนายอำเภอพุทไธสง ช่วงนั้นเองนางประจวบ จันทร์นวล ซึ่งเป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้านบ้านนาโพธิ์รู้ข่าวจึงได้ชวนชาวบ้านนาโพธิ์ที่มีฝีมือทอผ้าตามไปขายผ้าที่อำเภอพุทไธสง ท่านก็รับซื้อไว้และให้ราคาดี และรับเข้าเป็นสมาชิกมูลนิธิศิลปาชีพพิเศษในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งแต่นั้นมา และได้ให้ตัวอย่างผ้าไว้ให้ทอให้จะออกมารับผ้าปีละครั้ง จากนั้นนาประจวบ จันทร์นวล ปรึกษากับสมาชิกว่า 1 ปี นานเกินไปจึงเข้าไปติดต่อยังสวนจิตรลดาที่กรุงเทพมหานคร ท่านก็รับไว้ตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้   เมื่อปี  2521 ท่านผู้หญิงสุประภาดา เกษมสันต์ ได้ออกมาเยี่ยมและได้แนะนำชาวบ้านให้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมเพื่อช่วยเหลือครอบครัวให้อยู่ดีกินดี   ต่อมาท่านได้กรุณาให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เป็นตัวแทนมามอบรางวัลให้แก่สมาชิกที่ทอผ้ามานาน  ถึงที่บ้านนาโพธิ์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการประกวดผ้าไหมที่ภูพาน จ.สกลนคร