บ้านป่าเมี้ยง เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เป็นดงของป่าเมี้ยง คำว่า “เมี้ยง” คือไม้ชนิด

๒.๔.ตำบลบ้านเหล่า

 

คำว่าเหล่า ภาษาท้องถิ่นหมายถึงป่าละเมาะ 

ตำบลบ้านเหล่า    เป็นตำบลที่ผู้คนอพยพมาจากบ้านป่าไคร้ บ้านกิ้ว บ้านบอม บ้านจู๊ดบ้านจ๋ำ เริ่มแรกอพยพมา ๕ ครัวเรือนประกอบไปด้วยพ่อแสนปัญญา พ่อแก้วตุ้ย พ่อเถ้างอ  พ่อน้อยโปธา และพ่อหนานนาระทะ 

                มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับตำบลป่าแฝก อำเภอแม่ใจ ทิศใต้ ติดกับตำบลแม่ใจ อำเภอแม่ใจ และตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง ทิศตะวันออก ติดกับอำเภอเมืองพะเยา ทิศตะวันตกติดกับตำบลเจริญราษฎร์ อำเภอแม่ใจ 

 

มีหมู่บ้านที่มีที่มาและน่าสนใจ  ดังนี้

o      บ้านเหล่าอ้อย เดิมชื่อว่าบ้านไร่อ้อย เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นที่ปลูกอ้อยของ

ชาวบ้านเมื่อขึ้นอยู่กับตำบลบ้านเหล่า จึงได้ชื่อว่า บ้านเหล่าอ้อย

o      บ้านหนองบัว เดิมบ้านแห่งนี้มีสระบัวประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหนองน้ำตาม

ธรรมชาติ ดังนั้นดอกบัวที่เกิดมักเป็นบัวสาย ชาวบ้านเรียกดอกป้านซึ่งมีดอกขนาดใหญ่กว่าจังกรซึ่งมีดอกขนาดเล็กกว่า

o      บ้านเหล่าเก่า                เป็นบ้านดั่งเดิมของบ้านเหล่า ชาวบ้านเรียกว่าบ้านเหล่าหลวง มี

ผู้คนอพยพมาจากลำปาง มาตั้งถิ่นฐานรวมกันเป็นหมู่เป็นเหล่า (ชุมชน) บ้างก็ว่าคำว่าเหล่าก็คือป่าละเมาะนั่นเอง

o      บ้านเหล่าธาตุ มีคนเล่าว่า สมัยก่อนมีพระธาตุประดิษฐานอยู่ที่กลางทุ่งนา

ต่อมาชาวบ้านได้สร้างบ้านเรือนอยู่ใกล้กับบริเวณสระนั้น จึงได้ชื่อว่าบ้านเหล่าธาตุเพราะขึ้นอยู่กับตำบลบ้านเหล่านั้นเอง

o      บ้านดงอินตา มีคนเล่าว่าก่อนนี้เป็นดงไม้ ใกล้บ้านชายแก่คนหนึ่งที่ชื่อว่า

อินตา ต่อมา บ้านแห่งนี้จึงได้ชื่อตามชายแก่คนนั้นว่า บ้านดงอินตา

o      บ้านดงบุญนาค เดิมชื่อว่าบ้านใหม่หัวหนอง อันเนื่องมาจากว่าหมู่บ้านแห่งนี้

สร้างขึ้นใหม่บริเวณต้นน้ำของหนองเล็งทราย  จึงได้ชื่อว่าบ้านหัวหนอง ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านดงบุญนาค

o      บ้านสันกำแพง เดิมบริเวณหมู่บ้านนี้มีวัดร้างเก่าแก่ ที่ยังปรากฏว่ามีกำแพงอยู่

จึงได้ชื่อว่าบ้านสันกำแพงมาจนถึงทุกวันนี้

                นอกจากนั้นแล้วยังมีบ้านดงอินตาใต้  บ้านร้องศรีดอนมูล  บ้านดงอินตาเหนือ 

บ้านเหล่าพัฒนา  บ้านเด่นโพธิทอง  และบ้านเหล่าศรีดอนตัน

 

 

 

๒.๕.ตำบลแม่สุก

            คำว่า  แม่สุก เป็นชื่อของหมู่บ้านเดิมที่ชาวบ้านอพยพมาจากจังหวัดลำปาง

ตำบลแม่สุก เป็นตำบลที่มีประชากรได้อพยพมาจากบ้านแม่สุก อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง โดยการนำของครูบายาสมุทร จึงทำให้มีขนบธรรมเนียมประเพณีรวมถึงภาษาพูดเป็นคนลำปาง ชาวบ้านจึงตั้งชื่อขึ้นตามหมู่บ้านเดิมของตน มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ  ๑๓,๓๙๘ ไร่

                มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือติดตำบลแม่ใจและตำบลศรีถ้อย ทิศใต้ติดตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง ทิศตะวันออกติดตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง ทิศตะวันตกติดตำบลทุ่งอั้ว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง 

 

มีหมู่บ้านที่มีที่มาและน่าสนใจ  ดังนี้

o      บ้านแม่จว้าปันเจิง  เดิมหมู่บ้านนี้ชื่อว่าบ้านแม่จว้าใต้  โดยมีเรื่องเล่าว่าวัดแห่ง

นี้มีครูบารูปหนึ่งได้เข้ามาจำพรรษาอยู่แล้วได้สอนเชิงดาบ เชิงมวยให้กับชาวบ้าน ภาษาถิ่นเรียกว่าปัน หมายถึงการให้ปัน หรือการแบ่งปัน คำว่า เชิง ภาษาถิ่นออกเสียงเป็นเจิง ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อว่าบ้านปันเจิง ตามกิริยาของครูบารูปนั้น

o      บ้านแม่สุกน้ำล้อม เดิมชื่อว่าบ้านแม่สุกซึ่งลักษณะการตั้งบ้านเรือนที่มีลำน้ำ

ล้อมรอบ ต่อมามีครูบายาสมุทรมาอยู่จำพรรษา ชาวบ้านจึงเรียกชื่อให้คล้องจองกันว่า บ้านแม่สุกสมุทรน้ำล้อม ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป

นอกจากนี้ยังมีบ้านแม่สุกเหนือ  บ้านแม่สุก  บ้านแม่จว้าเหนือ  บ้านแม่จว้ากลาง  บ้านแม่จว้าใต้  บ้านแม่สุกกลาง  บ้านแม่จว้า และบ้านแม่สุกดอย

               

๒.๖. ตำบลเจริญราษฎร์

                ตำบลเจริญราษฎร์ เป็นตำบลที่อยู่ห่างจากอำเภอแม่ใจไปทางทิศเหนือ ประมาณ ๘  กิโลเมตร มีอาณาเขตดังนี้ ทิศเหนือติดตำบลป่าแฝก อำเภอแม่ใจ ทิศใต้ติดตำบลศรีถ้อย อำเภอแม่ใจ ทิศตะวันออกติดตำบลบ้านเหล่า อำเภอแม่ใจ ทิศตะวันตกติดอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง 

 

 มีหมู่บ้านที่มีที่มาและน่าสนใจ  ดังนี้

o      บ้านป่าเมี้ยง เดิมหมู่บ้านแห่งนี้เป็นดงของป่าเมี้ยง  คำว่า เมี้ยง  คือไม้ชนิด

หนึ่งที่คนท้องถิ่นเก็บเอาใบมาหมักไว้พอได้ที่แล้วเอามาอมหรือเคี้ยวซึ่งเป็นของเสริฟเพื่อขบเคี้ยวเล่นของคนทางภาคเหนือ

o      บ้านพิจิตรพัฒนา มีคนเล่าว่าชาวบ้านย้ายมาจากจังหวัดพิจิตรซึ่งเป็นญาติที่

ย้ายตามนายอำเภอจรูญ  ธนสังข์ อดีตนายอำเภอเมืองพะเยา ต่อมามีชาวบ้านจากจังหวัดนครราชสีมา  สิงห์บุรี  ชัยนาท  นครสวรรค์ ย้ายเข้ามาสบทบจนกลายเป็นหมู่บ้านโดยใช้ชื่อว่าบ้านพิจิตรพัฒนา

o      บ้านห้วยเจริญราษฎร์ เดิมชาวบ้านเรียกว่า บ้านห้วยคอกหมู  ต่อมาชาวบ้านจึง

พากันเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านห้วยเจริญราษฎร์

o      บ้านสันดอนแก้ว  เดิมทีเดียวบริเวณดังกล่าวเป็นป่าเหียง ป่าตึงขึ้นเต็มไปหมด 

เมื่อชาวบ้านมาปลูกสร้างบ้านเรือนและสร้างวัด  มีคนเล่าว่าต่อมาพระอิ่นแก้ว จากวัดป่าแฝกใต้ย้ายมาจำพรรษาจึงได้ชื่อว่าบ้านสันดอนแก้ว

                นอกจากนี้แล้วยังมีบ้านต้นผึ้ง  บ้านสันต้นม่วง  บ้านสันม่วงใหม่  บ้านสันสลี