ออสเตรเลีย...ประเทศใหญ่ในทวีปเล็ก ดินแดนดาวน์อันเดอร์แห่งนี้ ถือเป็นจุดหมายปลายทางของใครหลายต่อหลายคน ด้วยความที่มีอาณาเขตพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล จึงทำให้แต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายในแถบตอนกลางของประเทศ มีชายฝั่งทะเลและแนวหินปะการังขึ้นชื่ออย่างเกรทแบริเออร์รีฟ แต่ความอุดมสมบูรณ์จะอยู่ค่อนมาทางตะวันออกของประเทศ หลายเมืองในแถบนี้จึงมีความเจริญมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ นอกจากนี้ออสเตรเลียยังได้ชื่อว่ามีสัตว์เฉพาะถิ่นและพืชเฉพาะถิ่นที่ทำให้ใครต่อใครหลงไหลอยากมาเยือนดินแดนแห่งนี้ (รวมทั้งแม่นีโอ อิอิ)

ออสเตรเลียแบ่งเขตการปกครองเป็นรัฐ แต่ละรัฐก็มีสถานที่พิเศษของตนเอง



ลีลาลูกเล่นของ map card ของออสเตรเลียมีมากมายหลายแบบ คอโปสการ์ดเห็นแล้วได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อก เหมามาไม่หมดค่ะ อิอิ
การเดินทางครั้งนี้จะเรียกว่า “บังเอิญ” ก็ไม่เชิง เพียงแต่อยู่นอกแผนเที่ยวไปหน่อย แต่กลายเป็นว่าทริปนี้แสนประทับจิต เพลินตาเพลินใจ จนต้องหยิบยกมาเขียนบล็อกให้สมกับที่ห่างเหินไปนาน ถึงขนาดที่มิตรรักแฟนเพลง(ที่มีอยู่น้อยนิด แต่แสนอบอุ่น) เรียกร้องให้เขียนอีกค่า
เมลเบิร์น...เมืองหลวงแห่งรัฐวิกตอเรีย เมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรเลีย เป็นสองรองจากซิดนีย์เท่านั้น แต่สำหรับแม่นีโอแล้วขอยกให้เมลเบิร์นเป็นหนึ่งในดวงใจ แม้บางอารมณ์ของเมลเบิร์นจะขมุกขมัวไปตามสภาพภูมิอากาศที่เขาว่าถอดแบบมาจากอังกฤษคือชุ่มฉ่ำไปด้วยฝนพรำอยู่เนืองๆ ไม่ปลอดโปร่งสดชื่นเท่าซิดนีย์ แต่แม่นีโอกลับชื่นชอบอารมณ์ของเมลเบิร์นที่มีบ้านเรือนสวยงามตามสถาปัตยกรรมยุโรป (จะว่าไปคงเหมือนอังกฤษ แต่ไม่เคยไปอังกฤษเลยมิบังอาจยืนยัน) ผังเมืองเป็นบล๊อก เดินง่ายแสนง่าย เหมาะกับคนช่างหลงทิศอย่างแม่นีโอแหะๆ บริการขนส่งมวลชนก็สะดวกสบายด้วยรถราง ซึ่งมีทั้งฟรีและเสียสตังค์ (แอบแพงไปหน่อย) แม่นีโอว่ารถรางนี่หล่ะที่ทำให้ตัวเมืองมีอารมณ์คลาสสิคขึ้นมาทันตาเห็น โดยเฉพาะ City Circle Tram วุ้ยหน้าตาดี คลาสสิคสุดๆ ค่า

City Circle Tram ขบวนนี้ฟรีจ้า

หน้าตา Trams แบบเสียสตังค์ของเมลเบิร์น มีมากหน้าหลายตาทีเดียว
เอาหล่ะค่ะ เราเที่ยวสถานที่ที่เป็นไฮไลต์สำคัญกันก่อนดีมั้ยคะ มาเริ่มกันที่เส้นทางสายโรแมนติก Great Ocean Road กันค่ะ วันนี้น้องสาวแม่นีโอเป็นสารถีเช่ารถขับพาเราเลียบฝั่งชมประติมากรรมธรรมชาติแสนโอฬารตระการตา ระหว่างทางแวะพักทานอาหารบ้างจิบกาแฟบ้าง จุดที่แวะนานหน่อยเห็นจะเป็นที่ เมือง Lorne เนื่องจากแอบเห็นที่ทำการไปรษณีย์ คนรักโปสการ์ดอย่างเรารึจะอดใจไหว มีโปสการ์ดงามๆของ GOR ให้เลือกมากมาย



และแล้วเราก็มาถึงจุดสำคัญจุดแรก คือ 12 Apostles หินสาวกทั้งสิบสองของพระเยซู แต่ปัจจุบันถูกน้ำทะเลกัดเซาะจนเหลือไม่ถึงสิบสองแล้วหล่ะ ถัดไปอีกไม่ไกลเป็นโขดหินสะพานโค้งขนาดใหญ่ เป็นบริเวณที่เรียกว่า Loch Ard Gorge ไม่รู้สินะ ใครๆต่างยกให้ 12 Apostles เป็นจุดสวยที่สุด แต่แม่นีโอกลับชอบความยิ่งใหญ่ของหินผาในแถบ Loch Ard Gorge มากกว่า น่าเสียดายก็ตรงที่เรามาถึงใกล้มืดแล้ว เพราะมัวแต่โอ้เอ้ระหว่างทาง เลยไม่ได้ไปยลโฉม London Bridge ว๊า!!
สถานที่ยอดนิยมอีกแห่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมมาเยือนเห็นจะเป็นเกาะฟิลลิป ที่นี่คนละอารมณ์กันกับ GOR ค่ะ จะเน้นความน่ารักของสิงสาราสัตว์ขึ้นชื่อของออสเตรเลีย และคนละอารมณ์กับการชมสัตว์ในสวนสัตว์ด้วย อันนี้เทียบจากตัวเองนะคะ เพราะสองครั้งแรกที่มาชมจิงโจ้ โคอาล่า ก็งั้นๆ แต่ครั้งนี้เค้าทำเป็นฟาร์มและเป็นเขตอนุรักษ์ให้เราได้ชมในแบบธรรมชาติจริงๆ ได้ให้อาหารเหล่าจิงโจ้อย่างใกล้ชิด น่าเสียดายก็ตรงที่อากาศแปรปรวนไปหน่อย ฝนก็ตกตลอด เลยพาลให้ซึมซับบรรยากาศเอ้าท์ดอร์ได้น้อยไปหน่อย ที่เรียกเสียงกรี๊ดและความประทับใจมากที่สุดเห็นจะเป็นขบวนพาเหรดเพนกวินขนาดจิ๋วที่สุดในโลก มีน้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น โชคดีที่เราทุ่มทุนซื้อตั๋วแบบวีไอพีเรียกว่า Penguin Plus เลยได้นั่งชมเพนกวินน้อยบนอัฒจรรย์ที่แสนจะใกล้ชิด ยามที่น้องหนูทั้งหลายขึ้นมาจากทะเลเดินต้วมเตี้ยมเลียบหาดขึ้นมานี่ เดินผ่านหน้าผ่านพากันเป็นร้อยๆ เรียกเสียงกรี๊ดดดดดดด (ในใจ...เพราะเค้าห้ามส่งเสียงดังจ้ะ)


วกเข้ามาเที่ยวในเมืองกันสักหน่อยนะคะ ใครที่คิดว่าเมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรเลียจะมีแต่ตึกรามบ้านช่อง ขอบอกว่าผิดถนัดค่ะ เมลเบิร์นมีสวนสวยให้ประชาชีได้พักผ่อนหย่อนใจหลายแห่งกันทีเดียว ถ้าไม่นับ Royal Botanic Gardens ที่มีแทบทุกเมืองของออสเตรเลียแล้วเนี่ย แม่นีโอยกให้ Fitzroy Gardens เป็นหนึ่งในใจค่ะคุณขา โดยเฉพาะช่วงที่เราไปนี้เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี เดินชมสวนกันเพลินเชียวค่ะ ภายในอาคารมีสวนดอกไม้ตระการตาตามภาพโปสการ์ด แต่ช่วงที่แม่นีโอไปเค้าปิดปรับปรุงชั่วคราว เสียดายจัง อย่าลืมแวะกระท่อมกัปตันคุ๊ก ผู้ค้นพบทวีปออสเตรเลีย และชมรูปปั้นสวยๆภายในสวนด้วยนะคะ


นอกจากนี้การเดินเล่นในตัวเมือง เป็นสิ่งที่พึงกระทำเป็นอย่างยิ่ง ค่าที่ร้านรวงและอาคารต่างๆสวยงามในสไตล์ยุโรป พาลให้เดินกันจนเท้าระบมเลยทีเดียว มีสถานที่ใดบ้างชมภาพจากโปสการ์ดกันเลยนะคะ
ซ้าย:อนุสรณ์สถานทหารกล้า (Shrine of Remembrance) ที่ถนนเซนต์กิลดา กลาง:ยามค่ำแสนโรแมนติกริมแม่น้ำยาร์รา ขวา:สถานีรถไฟฟลินเดอร์สตรีท (Flinders Street Station) จุดเชื่อมต่อขนส่งมวลชนของเมลเบิร์นที่กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญไปแล้ว
โปสการ์ดจิ๊กซอว์..มีหรือคอโปสการ์ดจะไม่ติดมือมา อิอิ

ใบนี้วันแรกเห็นก็งั้นๆ วันสุดท้ายก่อนกลับ เห็นข้อความช่างโดนใจเหลือเกิน ตังค์หมดแล้ว แต่ได้โปสการ์ดติดมือกลับมาก็ยังดี..ว่ามั้ย >_<

ฉันรักเธอจ้ะ..เมลเบิร์น เราคงได้พบกันอีก :-)
โปสการ์ดต่างเมืองที่ต้อมได้รับจากมิตรมากเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ จากประเทศออสเตรเลีย ^^ เคยได้รับหนังสือแนะนำเมือง ที่นักท่องเที่ยวสามารถหยิบได้ฟรีมาด้วย (แต่ยังหาไม่เจอเลย จำได้เอาซุกในลิ้นชักที่ทำงาน สงสัยเก็บไว้ดีเกิน ^^)
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับ "โปสการ์ด" ที่พี่เอส่งมาถึงกันเสมอ ตามวาระ ตามโอกาสอันดี และล่าสุด โปสการ์ดจากเมืองนี้
แม่นีโอหายไปนานเลยนะครับ ตามมาเที่ยวเมลเบิร์นด้วยคนครับ อยู่ในเมลเบิร์นต้องคอยเตือนตัวเองว่านี่ทวีปออสเตรเลียนะ เพราะใจคิดถึงอังกฤษทุกที ทั้งสภาพบ้านเรือนและอากาศ แต่ที่ชอบสุด ๆ ก็เส้น GOR นั่นแหละ เอาไว้มีโอกาสไปใหม่จะไปชมเพนกวินที่เกาะฟิลิปส์บ้าง
สวย ๆ ทั้งนั้นเลยเจ้เอ
@ น้องต้อม ...ขอบคุณน้องต้อมเช่นกันค่ะ สำหรับมิตรภาพที่มีให้กันเสมอมา แม้เราจะยังไม่เคยเจอะเจอกันเน๊อะ
@ คุณ Cherokee ... เห็นทีแม่นีโอต้องหาข้ออ้างไปพิสูจน์ความเหมือนของเมลเบิร์นที่อังกฤษมั่งแล้ว อิอิ หากคุณ Cherokee ไปเกาะฟิลลิป อย่าลืมส่งโปสการ์ดที่นั่นด้วยนะคะ
@ ฮูหยิน ... มาเข้าชมรมคนรักโปสการ์ดด้วยกันสิ อิอิ
สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดย้อนหลัง ๕ วันค่ะพี่เอ ... คิดถึงนะคะ