เมื่อวันที่ ๑๗-๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ติ๋วได้มีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองหลวง เข้าไปเรียนรู้หลักสูตรหนึ่งตลอดระยะเวลากว่า ๑๓ วัน ต้องเรียนและพักค้างในโรงแรม บางคราก็ทำให้รู้สึกเกิดอาการ
“เมาตึกอาหารไม่ย่อย”
ไม่ว่าด้วยปัจจัยใด โดยส่วนตัวแล้ว
เมื่อรู้สึกว่า “ทุกข์” จะปรากฏกับตนเองถึง “การหาที่พึ่ง”
และแล้วก็เป็นโอกาสให้ได้มาพบเจอที่นี่
“หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ”
เพราะแว่วเสียงของครูที่เคยแนะนำสถานที่นี้ “ถ้ามีโอกาสก็ไป”

เมื่อได้ก้าวย่างเข้าสู่สถานที่ สัมผัสได้ถึง ความเงียบ ความเบา ความอบอุ่น ที่เกิดขึ้นในใจ เสียงของน้ำพุข้าง ๆ หล่นกระทบผืนน้ำ เก้าอี้ว่าง ๆ ประหนึ่งเชิญชวนนักเดินทางให้แวะพัก ใบหน้าของผู้คนที่มารวมกัน ณ ที่แห่งนี้ อิ่มเอิบเบิกบาน ประหนึ่งไม่มีราคีใดจะมาป้ายทาจิตใจท่านได้เลย

ในวันนั้นติ๋วเดินเอื่อย ๆ เข้าไปตามชั้นหนังสือ สำรวจไปเรื่อย ๆ เห็นหนังสือ “พุทธธรรม” ที่พยายามหาซื้อมานานแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที และเล่มอื่น ๆ ที่รู้สึกสนใจ เจอเสื้อและกระเป๋า ที่จดจำได้แม่นว่า ตอนที่ไปหยิบให้ครูที่กุฏิ และข้อความหลังเสื้อครู ก็รู้สึกประทับใจเพราะ “ข้อความให้สติ” กำลังจะเอื้อมมือคว้า แต่ก็ถามตนเองก่อน “จะซื้อเพราะอะไร” เมื่อไม่แน่ใจกับตนเอง จึงวางก่อน สาระไม่ใช่การครอบครอง แต่อยู่ที่
“รู้ตัวรึเปล่า ว่าทำอะไร”
เดินเรื่อย ๆ ภาพท่านพุทธทาสในกรอบกระจกขนาดใหญ่พร้อม ๆ กับข้อความว่า
“น้ำมนต์แท้คือเหงื่อ”
กระทบปังไปในใจ ปรากฏเป็นปีติ
ใจน้อมระลึกถึงพ่อแม่ครูบาอาจารย์ รวมถึงครู ทุก ๆ ท่านที่เป็นนักภาวนาที่ได้เข้าไปรู้จัก ไม่มีท่านไหน นิ่งเฉย ทุกท่านทำงาน ไม่เคยเห็นแก่เหนื่อยยาก ปรากฏคำถามแก่ตนเองว่า
“แล้วเราหล่ะ ทำงานรึยัง น้ำมนต์แท้ ๆ รดรินร่างกายจิตใจนี้บ้างรึยัง?”
คำกล่าวสั้น ๆ แต่ทรงพลัง รู้สึกได้ถึงใจที่เข้าไปสัมผัสว่า อ่อนโยนขึ้น ติ๋วไม่ได้ซื้ออะไรเลยจากห้องสมุดนั้น เพียงดูใจตนเอง แล้วก็เดินออกมา เห็นป้ายว่า “เชิญร่วมทำวัตรเย็นปฏิบัติบูชา ชั้นสอง”
ระหว่างทางมีป้ายนิทรรศการภาพถ่าย และข้อธรรมต่าง ๆ ที่รู้สึกชอบมากคือ “เรียนชีวิต”

จึงก้าวเดินเข้าไปลงชื่อแล้วร่วมปฏิบัติภาวนา มีประมาณสิบกว่าท่าน ที่น่าทึ่งคือหลากหลาย บางคนก็มาในชุดนักเรียน ชุดทำงาน บางคนก็มาในชุดสบาย ๆ แต่สิ่งที่รวมทุกคนมา ณ ที่แห่งนี้คือ “ใจ”
การได้มาเยือนที่แห่งนี้ ระลึกถึงครู และทุกสรรพสิ่งที่มีส่วนร่วมในการสร้างสถานที่อันศักดิ์แห่งนี้ เป็นที่พึ่งของคนเมืองได้จริง กราบขอบพระคุณค่ะ
มาหาแง่คิดสำคัญๆ ครับผม
สวัสดีครับ
อาจารย์ได้รับวารสารและหนังสือยังครับ
มีความสุขมาก ๆ นะครับ
ได้รับแล้วค่ะพี่ทิมดาบ ขอบพระคุณมากค่ะ
มีหนังสือน่าสนใจ แถมมาให้ด้วย
แต่แอบเสียดายนิ๊ดหนึ่งว่า ติ๋วเองก็ไม่ใช่คนเขียนบทความนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร ฉบับหน้าเอาใหม่เหนาะ ก็เราทำงานด้วยใจกันทั้งนั้น สู้ ๆนะคะ