วันนี้ได้รวบรวมความคิดเห็นเรื่องการสอนภาษาไทยอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อจากเว็บไซต์http://www.vcharkarn.com/vcafe/99092 โดยมีผู้มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในด้านการสอนภาษาไทยมาให้ได้ศึกษากัน
โดย [email protected]
สิ่งสำคัญ ครูจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่สอนอย่างกระจ่างแจ้งสามารถตอบคำถามทุกคำถามแก่นักเรียนได้เป็นผุ้รอบรู้ และรู้รอบ ซึ่งแสดงให้นักเรียนเห็นจนเกิดเป็นความศรัทธาเช่น เป็นคนตั้งใจจริง มีความสุขทุกครั้งที่อยู่ในห้องสอนเมื่อนั้น...สิ่งที่ครูอยากจะสอน แม้เรื่องจะยาก เรื่องอาจไม่สนุกนักเรียนก็จะใส่ใจ สนใจ เพราะเขาศรัทธา และเคารพความตั้งใจจริงในการสอนของครูตัวครูก็ต้องเข้าใจที่จะสอดแทรกอารมณ์ขัน แม้จะเป็นเรื่องที่เป็นหลักการลองดูนะ...คิดว่าครูไทยทำได้อยู่แล้ว
โดย ครูเบญ
แนวการสอนที่ว่านี้ คือการสอนภาษาไทยชั้น ป.3 ใช่ไหมคะ ถ้าใช่ก็ขอแนะนำจากประสบการณ์นะคะ เพราะการสอนที่ดีที่ทำให้นักเรียนประสบความสำเร็จได้นั้นมิได้หมายความว่าจะต้องนำหลักการหรือทฤษฏีของใครมาเป็นตัวตั้ง แต่เราสามารถค้นหากลยุทธได้จากการสังเกตการเริ่มต้นที่ตัวเรา ว่าเราสามารถอ่านหนังสือออกและอ่านได้มาจากใคร สอนอย่างไร มีใครบ้างที่เป็นแรงผลักดันทำให้เราอ่านได้คล่อง และอ่านเก่ง ทั้งหมดนี้มิใช่ว่าต้องเป็นเด็กคนเดียว พ่อแม่ คนในบ้านต้องให้ความใกล้ชิด ให้กำลังใจ ส่งเสริมแก้ปัญหาเมื่ออ่านผิด คุณครูจึงต้องหาวิธีการเสริมแรงเพื่อให้เด็กมีความมั่นใจในสิ่งที่เขาเข้าใจ ว่ามันถูกต้องแล้ว หรือถ้าผิดคุณครูต้องรีบแก้ไขให้ถูกต้อง เพราะ ป.๓ อ่านหนังสือที่มีคำศัพท์ยากบางคำได้แล้ว สำหรับประสบการณ์ที่ทำให้ดิฉันอ่านได้คล่องเมื่ออยู่ชั้น ป.๓ มาจาก ครูของดิฉัน จะให้นักเรียนอ่านออกเสียงทุกวันเป็นรายบุคคล คนละประมาณ ๓-๕ บรรทัด และเผอิญท่านเห็นว่าดิฉันอ่านได้คล่องกว่าคนอื่นๆในห้อง(มั้ง) เลยให้ดิฉันเป็นครูแทนครู โดยจะเป็นผู้บอกให้นักเรียนคนนั้นอ่าน คนนี้อ่านแล้วดิฉันก็จะฟังและตรวจสอบว่าอ่านผิดกี่คำ อ่านผิดคำใด ต้องอ่านว่าอย่างไร แล้วให้ไปยืนเป็นกลุ่มตามจำนวนคำที่อ่านผิด หรือถูกทั้งหมด เพื่อรับคะแนนจากครู(ตัวจริง) จุดนี้เป็นเพียงจุดแรกที่ทำให้เด็กอย่างดิฉันชอบอ่านหนังสือและต้องอ่านออก้สียงดังๆให้พ่อแม่ฟังที่บ้าน เวลาที่อ่านดังๆแข่งกันกับพี่ และน้องมีความสุขมาก ที่มีคนสนใจฟังเราอ่านเหมือนนักร้อง ร้องเพลงแล้วก็อยากให้มีคนฟัง ส่วนพ่อแม่ก็ทำงานไปหูฟังลูกไปได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างแต่ต้องอยู่ในสายตาและใกล้ชิด ดิฉันจะมีความมั่นใจในการอ่านมาก เพราะเชื่อมั่นตัวเองอันเกิดจากได้รับการเสริมแรงจากคุณ และยังส่งผลตามมาอีกมากมาย เช่น เขียนหนังสือผิดน้อยมาก (จะบอกว่าไม่ผิดเลยเดี๋ยวจะหาว่าคุยเกินไป)มีบ่อยครั้งที่ไม่ผิดเลย ส่งผลในเรื่องการกล้าใช้เสียง การพูด การอ่าน และการอ่านทำนองเสนาะมาตั้งแต่เด็ก ดิฉันเชื่อว่าเหตุที่เด็กจะอ่านได้คล่องเกิดจากกิจกรรมที่จัดให้นักเรียนอ่านไม่ว่าจะเป็นกระบวนการอ่าน เทคนิคการสอนอ่าน และที่สำคัญการเสริมแรงให้เด็ก สำหรับขั้นตอนการอ่านคงไม่ยาก เพราะ ป.๓ แล้วควรต้องอ่านหนังสือได้ หรือพอได้กันทุกคน ปัจจุบันเด็กอ่านไม่คล่องเนื่องมาจากการสอนให้จำคำแบบฝรั่ง ซึ่งใม่เห็นด้วยเลย ควรอย่างยิ่งต่องสอนแบบประสมคำ วรรณยุกต์ ตัวสะกด รับรองถ้าเด็กได้ในส่วนนี้อ่านหนังสือได้คล่อง ถูกต้องทุกราย ครั้งต่อไปจะขอเล่าเกี่ยวกับลูกเมื่ออยู่ ป.๑ มีปัญหาเรื่องการอ่านอย่างไร
โดย bah 1 @ windowslive.com
ดิฉันเห็นด้วยกับครูเบญ การที่เด็กอ่านประสมคำจะช่วยให้เด็กสามารถนำมาประสมคำด้วยตัวเองแม้เป็นคำที่เข่าไม่เคยพบมาก่อนก็สามารถนำมาประสมตามวิธีการที่เรียนรู้มาแล้วหรือเรียกว่าเป็นการต่อยอดความรู้จากความรู้เดิม ตัวดิฉันเองเป็นครูภาษาไทยแต่สอนระดับมัธยม มีลูกหลานกำลังเรียนป.1 อยู่เริ่มอ่าน ตัวเองไปในเมืองก็จะซื้อนิทานที่มีภาพสวย ๆ มีคำบรรยายทั่วไป ลูก ๆ ชอบตอนนี้เริ่มอ่านหนังสือได้คล่องขึ้นมาก สังเกตว่าถ้าเราคอยให้แกอ่านแล้วซักถามเรื่องที่เขาอ่านเขาจะมีความสุขชอบให้เราทำกิจกรรมอย่างนี้บ่อย ๆ ดังนั้นสำคัญที่สุดคือเราต้องให้เวลากับเด็ก ๆ
สอนยังไงก็ไม่เบื่อค่ะ
ตั้งแต่เรียนภาษาไทยมา
ยังไม่เคยเบื่อภาษาไทยเลยค่ะ
รักภาษไทยที่สุด
ความเห็นที่แล้วพิมพ์ตกสระอาค่ะ
ขออภัยด้วยค่ะ