เมื่อพูดถึงเรื่องการปฏิบัติธรรมหลายคนทั้งที่เห็นว่าเป็นเรื่องดี เรื่องจำเป็น แต่มักพูดว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเอาไว้ว่างๆ กว่านี้หน่อยแล้วจะหาเวลาไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม
ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ตอบแบบนี้ อยากบอกว่าคุณมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมอยู่เล็กน้อย
อย่างที่เคยว่าไว้ว่าการปฏิบัติธรรมหรือการฝึกฝนพัฒนาตนตามหลักพุทธศาสนานั้น ต้องทำผ่านเรื่องของศีล สมาธิ ปัญญา ดังนั้นตราบใดที่เรายังพยายามประคับประคองรักษาศีลไม่ให้ขาดหรือด่างพร้อย มีสติมีสมาธิจดจ่อกับการทำกิจกรรมต่างๆ ลดอาการฟุ้งการเหม่อให้น้อยลง และพยายามนำหลักธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต การคิดการตัดสินใจต่างๆ ควรทำด้วยสติและอาศัยหลักธรรมมาเป็นฐาน เช่น เรื่องการให้อภัย พรหมวิหาร หรืออิทธิบาท ๔ นั้น นั่นเรากำลังปฏิบัติธรรมกันอยู่แล้ว การปฏิบัติธรรมไม่ได้หมายถึงเฉพาะการเข้าวัด นั่งสมาธิเท่านั้น
หลวงปู่ชา แห่งวัดหนองป่าพง เคยย้อนถามพวกข้างราชการที่มาปฏิบัติธรรมที่มักอ้างเรื่องไม่มีเวลาว่า “แล้วโยมมีเวลาหายใจหรือเปล่าล่ะ...” เอาเป็นว่าถ้าตราบใดที่เรายังมีเวลาหายใจเมื่อนั้นก็มีเวลาพอสำการหรับปฏิบัติธรรม
อย่างมัวรอจังหวะรอโอกาสอีกเลย ชีวิตของเราสั้นนัก เรื่องความไม่ประมาทในการดำรงชีวิตเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่พระพุทธองค์สั่งไว้เป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะปรินิพพาน เราชาวพุทธยังจะละเลยอีกหรือ... ว่าแล้วก็ลงมือกันเลยนะ

แล้วผมจะเริ่มต้นอย่างไรครับ ท่านอาจารย์