รณรงค์คอตีบ

เกิดการระบาดของโรคคอตีบในเขตพื้นที่สร้างความหวั่นวิตกต่อประชาชนเป็นจำนวนมากต่อพยาธิสภาพของโรคที่มีภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งมีกรณีสูญเสียที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมาแล้วในเขตพื้นที่ และนั่นคือสัญญาณเตือนที่เรียกหาความรับผิดชอบต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่รับผิดชอบประชากรเหล่านี้ แม้ในเงื่อนไขบางอย่างถูกกำหนดไว้ในบางสถานบริการว่า "หากไม่รับวัคซีน สถานบริการจะไม่รับผิดชอบ" แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง ด้วยจิตวิญญาณ และจรรยาบรรณของคนทำงาน "ย่อมไม่สามารถละเลยต่อความรับผิดชอบ"

"ครั้งนี้จึงเหมือนเป็นวิกฤษที่บ่งบอกว่า ถึงเวลาที่จะต้องมานั่งทบทวนถึงงานบริการ EPI ในเขตพื้นที่ของเรา อยู่ในระดับไหน อย่างไร หมายความทั้งหมดถึงความครอบคลุมของการบริการวัคซีน และคุณภาพของการบริการ"

"มันคงไม่เพียงพอและไม่ทันการ หากจะมุ่งบริการที่นั่งกับที่ในสถานบริการ ไม่เดินเข้าไปหากลุ่มเป้าหมายอย่างเชิงรุก"

ทุกวันนี้ระบบข้อมูลข่าวสารหลั่งไหลไปสู่ชุมชนเป็นจำนวนมาก หลากหลายรูปแบบ อาจจะเพียงพอที่จะสร้างองค์ความรู้ ที่จะทำให้ประชาชนมีความรู้ แต่มันเกิดคำถามอีกว่า มันเพียงพอหรือไม่ที่จะสร้างความเข้าใจ ประชาชนรู้แต่ไม่เข้าใจก็เปล่าประโยชน์ ปัญหาจึงยังคงอยู่ไม่รูจักจบสิ้น บั้นปลายของปีงบประมาณแต่ละปีก็จะเห็นเจ้าหน้าที่สรุปปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ซึ่งเป็นปัญหาเดิมๆที่ยังหาทางออกไม่เจอ

วิกฤษครั้งนี้จึงเป็นเหมือนโอกาสสำหรับคนทำงานตั้งแต่ สสจ. สสอ. รพ.สต.ไปจนถึงระดับรากหญ้าอย่าง อสม.ต้องมาคลี่คลายเครื่องหมายคำถามของปัญหาทั้งหมดให้ได้ มานั่งคิดทบทวนถึงตั้งแต่ระดับนโยบาย แผนงาน กิจกรรม สอดรับหรือเพียงพอหรือไม่ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน รูปแบบการทำงาน warroom มีหรือไม่ หากมีต้องถามไปอีกว่ามีประสิทธิภาพมากพียงไร ระบบการทำงานเป็นทีม สร้างเครือข่ายเกิดขึ้นมาเพียงนามธรรมอย่างเดียวหรืออย่างไร อันนี้ต้องมานั่งถกเถียงกันเป็นวาระที่เร่งด่วนและสำคัญ หากมุ่งหวังที่จะเอาชนะภัยแห่งโรคระบาดในชุมชนอย่างเช่นคอตีบให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืน

                                          นายฮัสนาน หะยีเจ๊ะเล๊าะ