.....วัณโรคดื้อยา ...

          เนื่องจากผู้ป่วยโรคเอดส์มีมากขึ้น และมีการติดเชื้อวัณโรคเพิ่มขึ้นผู้ป่วยส่วนหนึ่งขาดความเข้าใจและไม่ร่วมมือการรักษา รักษาไม่สม่ำเสมอ รับประทานยาไม่ครบทำให้เกิดวัณโรคดื้อต่อยาที่ใช้รักษา ทำให้เกิดปัญหาต่อครอบครัวและตัวเอง วัณโรคดื้อยามีด้วยกันสองชนิดคือ

Multidrug-Resistant TB(MDR)  หมายถึง เชื้อวัณโรคที่ดื้อต่อยาที่ดีที่สุด(ซึ่งเป็นยาชนิดแรกที่เลือกในการรักษา)อย่างน้อยสองชนิด(ได้แก่ INH,Rifampicin) ผู้ที่ติดเชื้อชนิดนี้จะรักษายากกว่าและต้องใช้เวลาในการรักษานานกว่า

Extensively drug resistant TB (XDR TB)  หมายถึง เชื้อวัณโรคที่ต่อยา isoniazid , rifampin และยังดื้อต่อยาที่ใช้เป็นทางเลือกที่สอง เช่น fluoroquinolone , amikacin, kanamycin, capreomycin มักจะพบในผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ติดเชื้อวัณโรค


ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดวัณโรคดื้อยา

  • ผู้ป่วยไม่ยอมรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ
  • ผู้ป่วยรับประทานยาไม่ครบทุกชนิด เนื่องจากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจาก ญาติ เพื่อน หรือคนรู้จัก หรืออาจจะเกิดจากการแพ้ยา ดังนั้นหากท่านจะลดหรือเลิกกินยาต้องปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันวัณโรคดื้อยา
  • เกิดวัณโรคซ้ำหลังการรักษาวัณโรคแล้ว
  • ไปในแหล่งที่มีวัณโรคดื้อยา
  • อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีวัณโรคดื้อยา
  • ผู้ป่วยวัณโรคได้รับยาน้อยกว่า 6-12 เดือน ผู้ป่วยมักหยุดยาหลังจากได้ยา 2-4 สัปดาห์เนื่องจากสบายตัวขึ้นหรืออาจเกิดผลข้างเคียงของยา
  • ผู้ป่วยได้รับยาน้อยเกินไป
  • ขนาดยาที่ได้รับไม่พอ
  • ผู้ป่วย เอดส์พบมากขึ้นทำให้มีวัณโรคมากขึ้น

หากผู้ที่เป็นวัณโรคต้องรักษาตามแพทย์สั่งโดยเคร่งครัด หากเกิดผลข้างเคียงจากยาควรปรึกษาแพทย์ไม่ควรหยุดยาด้วยตังเอง

ปัจจัยเสี่ยงต่อวัณโรคดื้อยา

  1. ผู้ป่วยที่เคยมีประวัติรักษาวัณโรคมาก่อน หรือรักษาไม่หาย
  2. ผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา
  3. ผู้ที่ติดเชื้อโรคเอดส์
  4. ผู้ที่อยู่ในถิ่นที่มีการดื้อยาสูง