ความอิจฉาริษยาเข้ามาเมื่อไหร่ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความหมั่นไส้ ความรู้สึกไม่ชอบใจต่างๆ ก็เข้ามากดดัน
ตอนต่อไป......
ความอิจฉาริษยาเข้ามาเมื่อไหร่ ความน้อยเนื้อต่ำใจ ความหมั่นไส้ ความรู้สึกไม่ชอบใจต่างๆ ก็เข้ามากดดัน เพื่อนผู้ตกงานกลัดกลุ้ม อารมณ์เสีย ซ้ำภรรยา ยังมาคอยสะกิดความเสียโอกาส ที่ไม่ร่วมลงทุนกับเพื่อนในครั้งนั้น ลูกๆก็ยังจะหลงใหลในขนมอันแสนอร่อย ชื่อ ฟราน ที่แม้จะนอน ยังจะมาตอกย้ำพ่ออีกว่า รู้สึกอยากจะกินฟรานอีกเหลือเกิน มันช่างเป็นขนมที่แสนวิเศษ คืนนั้น จบลงที่เขาปลอบลูก ด้วยสายตาดุดัน เมื่อไม่ให้เครดิตกับขนมนั้น
เช้าวันนั้น ในการตกงานครั้งแรก แต่เขาก็ยังไม่บอกใคร แต่งตัวไปทำงานเหมือนเดิม นัดรถขุดสระว่ายน้ำตามที่ตั้งใจไว้ แม้ลูกจะบอกว่า สระมันเล็กกว่าบ้านโน้นไปแล้ว ส่วนภรรยานั้น เครียดและใช้วาจาลงโทษสามีไปแล้ว ก็พาลูกๆ ไปพักผ่อนที่อื่นสักระยะ ไม่อยากเห็นหน้าสามี และไม่อยากเห็นความเปี่ยมสุข ที่ส่งเสียงเข้ามากระทบโสตประสาทอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คอร์กี้ ม้าแสนสวยอันเป็นที่รักของเจ้าของ ที่ชอบมาแอบยื่นหน้ากินแอบเปิ้ลที่บ้านเขา ก็พลอยได้รับความรู้สึกรำคาญ ขวางหูขวางตาไปด้วย....เช่นนี้แล้ว เย็นวันนั้น เพื่อนผู้มีความริษยา ก็เข้าหาร้านเหล้า ระบายอารมณ์ที่นั่น จนมีชายคนหนึ่งนั่งดื่มเหล้าอยู่ทราบเรื่อง จึงเข้ามาตีสนิท
ช่างน่าถูกใจในยามนี้จริงๆ ที่เพื่อนในร้านเหล้าคนนี้ ก็มีเรื่องสะใจเช่นกันว่าในวันที่เขาหมั่นไส้เพื่อนบ้าน ที่มีฐานะดีกว่า เขาได้ใช้วิธีการตอบโต้ โดยการแอบบเข้าไปบ้านเพื่อน แล้วเอาปืนลมยิงใส่บ้านตัวเอง พอเช้าขึ้นมา พ่อเขาเห็นรอยกระสุนปืนลม ทำบ้านเสียหาย ก็ไม่ต้องพูดถึงว่า อะไรจะเกิดขึ้น นอกจากความสะใจ ที่มีการทะเลาะรุนแรง กล่าวร้าย และถือโกรธกัน มันต้องขั้นนี้แหละ เป็นการระบายอารมณ์อินฉาได้อย่างถึงใจ
ขณะเมาได้ที่นั้น พลันเขาก็นึกได้ว่า วันนี้เขานัดรถขุดสระน้ำเอาไว้ แล้วเขาตกงานอยู่ จะเอาเงินที่ไหนไปเสียค่าจ้าง คิดได้ดังนั้น ก็รีบกลับบ้านอย่างทันด่วน ถึงบ้าน ก็ตรงเขาห้ามรถที่กำลังขุดสระนั้นทันที กำลังรู้สึกฉุนเฉียวก็พอดีคนรับใช้บ้านเพื่อนรัก นำไวท์ชั้นเลิศมาให้ พร้อมจดหมายน้อย ขอให้เขาดื่มด่ำกับความสุขของไวท์ขวดนี้ เท่านั้นเองความเครียดแค้นก็บันดาลโทสะทันที นึกอยากทำอะไรสะใจเหมือนเพื่อนขี้เมาแนะนำเมื่อสักครู่นี้ เขาเดินเข้าไปในบริเวณสนามยิงธนูของบ้านเพื่อน ไม่มีใครอยู่เลย เอาละ ต้องยิงธนูเข้าบ้านตัวเอง เหมาะมาก แล้วจะได้มีเรื่องต่อว่าเพื่อนรักฐานะดีสักที ให้มันได้สนองอารมณ์ริษยาไปบ้าง จะได้รู้สึกผ่อนคลายลงบ้าง
ว่าแล้วด้วยความเมาเต็มที่ คว้าธนูได้ ก็วาดคันศรไปทางบ้านตนเอง โก่งคันธนูสุดแรงเกิด แล้วก็ปล่อยลูกธนูออกไปทันที ขณะนั้น เจ้าคอร์กี้ม้าขาว สุดรัก สุดโปรดของครอบครัวเพื่อน ก็กำลังวิ่งเล่นอยู่ในบ้านของเขาพอดี คงจะหาแอบเปิ้ลกินเหมือนเคย ให้ตายเถอะลูกศรตรงปักเข้าที่ซอกอกของคอร์กี้ แม่นราวกับจับวาง เสียงมันร้องสุดเสียงสุดท้าย แล้วล้มลงขาดใจตาย
เขาได้สติทันที พร้อมกับหายเมาเป็นปริดทิ้ง ตรงเข้าไปทั้งเรียก ทั้งเขย่าเจ้าม้าขาวที่เขาไม่เคยชอบหน้ามันเลย แต่ตอนนี้ เขาอยากให้มันลุกขึ้นมา เล่นกับเขา มายื่นหน้าผ่านหน้าต่าง หรือจะขโมยแอบเปิ้ลกินเหมือนเดิมก็ได้ ตื่นซิ ตื่น ทำไมใจเสาะขนาดนี้ แค่ลูกศรเล็กๆ ทำไมถึงใจเสาะ ตายง่ายดายอย่างนี้
เมื่อหมดปัญญา จะทำให้ม้าฟื้นได้ เขาก็มองหาวิธีการอื่นต่อไป เขาไม่พร้อมที่จะไปสารภาพกับเพื่อนในเวลานี้ ทั้งที่เขาไม่มีความตั้งใจจะฆ่าม้าตัวนี้เลย เขาว้าวุ่นและเครียดมาก จนถึงมากที่สุด
เขาทำไปได้อย่างไรกันนี่ ยิงบ้านตัวเอง แถมโชคร้ายกว่านั้น มองไม่เห็นแม้กระทั่งม้าตัวเบ่อเริ่ม สีขาวสะดุดตา ให้เห็นได้แม้ที่มืด เขาทำไปได้เพราะตัวอิจฉาริษยา มันบัญชาการเขานั่นเอง เหมือนคนสิ้นคิด มืดบอดไร้สติทั้งปวง
สถานการณ์ตึงเครียดจังเลยค่ะ พักสักครู่ เดี๋ยวกลับมาพบกันใหม่นะคะ
อ่านแล้วนึกถึงความเครียดที่มีอยู่ในตัวตน
บางครี้งรู้ทัน แต่ก็ทำประชดตัวเอง
บางครั้งรู้ทัน แต่ก็ไม่หักห้ามใจตัวเองได้
ทำไปโดยที่รู้ตัวเป็นการบั่นทอนชีวิตให้มันหมดกรรมหมดเวรกันเสียที
เคยคิดเช่นนี้มาแล้ว
คุณpooขา
ขอบคุณดอกไม้กำลังใจค่ะ
จะบอกว่าแม้บันทึกที่3
ก็ยังไม่จบอยู่ดี
ต้องขอต่อพรุ่งนี้นะคะ
สวัสดีค่ะคุณพ.แจ่มจำรัส
เป็นเช่นนั้นเองค่ะ
ต่อเมื่อเราผ่านพ้นสถานการณ์นั้นไปได้
เรากลับสามารถมาหัวเราะกับมันได้ด้วย
อัศจรรย์แห่งจิตค่ะ
เรื่องENVY นี้ สะท้อนเรื่องของอารมณ์ขณะนั้นๆได้ดีเชียวค่ะ
บันทึกที่สามกำลังจะขึ้นแต่ก็ยังไม่จบค่ะ