เครือข่ายผู้ใช้แรงงานลำพูนจี้รัฐแก้ไขปัญหาแรงงานระยะยาว

วันที่ 30 เม.ย. 2554 เวลา : 14:58 น. สถานีข่าวประชาชน ประชาธรรม
 
ลำพูน/องค์กรสหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์(สอส.) กลุ่มเครือข่ายผู้ใช้แรงงานจังหวัดลำพูน เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาสวัสดิการผู้ใช้แรงงานในระยะยาว

แถลงการณ์ "วันแรงงานแห่ง ชาติ"



วัน กรรมกรสากล หรือ วันเมย์เดย์ (May Day) มีจุดกำเนิดมาจากการต่อสู้ของชนชั้น กรรมาชีพในยุโรปและอเมริกา ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรมไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องประสพกับการถูกกดขี่ขูดรีดจากนายทุนโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานหนักถึงวันละ 14-16 ชั่วโมงโดยไม่ มีวันหยุด รวมทั้งไม่มีสวัสดิการและมาตรฐานคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานแต่อย่างใด


สภาพ ดังกล่าว เป็นสาเหตุทำให้ผู้ใช้แรงงานมีการเคลื่อนไหวเพื่อการต่อสู้การกดค่าจ้างแรง งานและให้ลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งแนวความคิดนี้ได้ขยายไปหลายประเทศทั้งในยุโรป, อเมริกา, ละติน อเมริกา, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย


ช่วง เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2429 คนงานแห่งเมืองชิคาโก ประเทศอเมริกา ได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องระบบสามแปด คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง การต่อสู้ครั้งนั้นอำนาจรัฐ และนายทุนได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรงรงงานที่ออกมาเรียกร้องเสีย ชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ภายหลังจากนั้น สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาก็ได้ฟื้นการต่อสู้เรียกร้องระบบสามแปดอีกครั้ง หนึ่ง โดยมีมติให้เดินขบวนทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433
ขณะเดียวกันใน ช่วงนั้นก็เริ่มมีแนวคิดที่จะประกาศวันที่แน่นอนให้เป็น วันสามัคคีต่อสู้ของขบวนการกรรมกรทั่วโลก จนกระทั่ง พ.ศ.2432 ที่ประชุมของ สภาสังคมนิยมสากล ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ได้มติให้วันที่ 1 พฤษภาคม 2433 เป็นวันเดิน ขบวนเรียกร้องให้ลดชั่วโมงทำงานตามที่สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกาได้กำหนดไว้ แล้ว และได้ กำหนดให้


วัน ที่ 1 พฤษภาคมของทุก ปี เป็นวันกรรมกรสากล และเป็นวันเดินขบวนแสดงพลังของชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก มติดังกล่าวได้รับการขานรับอย่างกว้างขวาง และการยืนหยัดต่อสู้ของคนงานชิคาโกและอื่นๆ ก็สามารถทำให้นายจ้างลดชั่วโมงการทำงานลงเหลือ 8 ชั่วโมงในทุกๆ แห่งนั้น จึงถือว่า 1 พฤษภาคม วันกรรมกรสากล เป็นสัญลักษณ์แห่งการสามัคคีต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นกรรมกร ซึ่งกรรมกรทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์แห่งการสามัคคีต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชนชั้นกรรมกร ซึ่งกรรมกรทั่วโลกจะจัดให้มีการชุมนุมเดินขบวน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยจากการขูดรีดของทุนนิยม


ใน ประเทศไทย การจัดงานวันกรรมกรสากลในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยครั้งแรก มีขึ้นในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 ที่สนามหน้าสำนักงานสมาคมไตรจักร (สามล้อ) พระราชวังอุทยานสราญรมย์ จัดโดยสมาคมกรรมกรสงเคราะห์กรุงเทพรวมกับสมาคมไตรจักร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมาณ 3 พันคน ปีต่อมา การชุมนุมวันกรรมกรสากล พ.ศ.2490 จัดขึ้นที่ท้องสนามหลวงภายใต้คำขวัญ "กรรมกรทั้ง หลาย จงสามัคคีกัน" กล่าวได้ว่าเป็นการแสดงพลังความ สามัคคีของชนชั้นกรรมกรไทยครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เพื่อเฉลิมฉลอง การจัดตั้งสหพันธ์กรรมกรระดับชาติแห่งแรกในประเทศไทย คือ สมาคมสหอาชีวะกรรมกรแห่งประเทศไทย วันกรรมกรสากลปีนั้นมีผู้เข้าร่วมกว่าแสนคน นับเป็นการจัดงานที่มาจากจิตสำนึกของกรรมกรโดยกรรมกรและเพื่อกรรมกรอย่างแท้ จริง


อย่าง ไรก็ตาม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 มีการรัฐประหารยึดอำนาจเกิดขึ้น และรัฐบาลเผด็จการ สฤษดิ์ ธนะรัตน์ ได้ห้ามจัดงานวันกรรมกรสากลอีก จนกระทั่งในปี 2499 กรรมกร 16 หน่วย ซึ่งเป็นการรวมตัวแบบใหม่ของขบวนการกรรมกร มีเป้าหมายเคลื่อนไหวให้รัฐบาลเร่งออกกฎหมายรับรองสิทธิด้านต่าง ๆ ได้เคลื่อนไหวให้มีการจัดงานวันกรรมกรสากลขึ้นอีกครั้ง ผลการเจรจาต่อรองกับรัฐบาลเผด็จการ ทำให้กรรมกรจำต้องยอมรับเงื่อนไขให้เปลี่ยนชื่อ วันกรรมกรสากล เป็นวันแรงงานแห่งชาติ การควบคุมแทรกแซงโดยรัฐบาลเผด็จการในครั้งนั้น ทำให้วันกรรมกรสากลถูกแทรกแซงจากรัฐมาโดยตลอด จนกระทั่งปัจจุบัน เนื้อหา และรูปแบบของการจัดงานมักจะถูกควบคุมโดยรัฐบาล และบริษัทเอกชนที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนงบประมาณ ซึ่งเน้นไปในเรื่องกิจกรรมบันเทิงสนุกสนาน ไม่มีการสะท้อนปัญหาและวัฒนธรรมของผู้ใช้แรงงาน


สำหรับที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน สหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ (สอส.) และสหภาพแรงงานอิเล็คทรอนิคส์และอุปกรณ์ไฟฟ้าสัมพันธ์ (สออส.) ขอแสดงเจตนารมณ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงการต่อสู้ของแรงงาน และเพื่อเป็นการกระตุ้นให้แรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัด ลำพูน รวมถึงแรงงานในภาคส่วนต่าง ๆ ได้เห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มของคนงาน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองของแรงงาน นำมาสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของแรงงาน ทั้งนี้เพราะแรงงานที่ทำงานในนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือจังหวัดลำพูน และแรงงานในภาคส่วนต่าง ๆ ยังประสบปัญหาการถูกละเมิดสิทธิแรงงาน การถูกกดขี่ ปัญหาด้านสุขภาพและความปลอดภัย ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากค่าจ้างและสวัสดิการที่ต่ำกว่าค่าครอง ชีพในปัจจุบัน

ท่ามกลางปัญหา สินค้าราคาแพง และวิกฤตการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงานและประชาชนโดยรวม ในโอกาส วันกรรมกรสากล หรือวันแรงงานแห่งชาติ ในครั้งนี้ จึงมีข้อเสนอเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานตลอดทั้งการมี ทางออกระยะยาวของสังคมไทยโดยรวม ดังนี้ คือ


1.ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรง งานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98


2.ให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนประกันความ เสี่ยงให้กับลูกจ้าง ในกรณีที่สถานประกอบการปิดกิจการ เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำงาน


3.ให้รัฐบาลปรับค่าจ้างที่เป็นธรรมกับ ลูกจ้าง พร้อมกำหนดให้มีโครงสร้างค่าจ้าง และรายได้แห่งชาติทุกสาขาอาชีพ


3.1 ให้รัฐบาลควบคุมราคาสินค้าอย่างเข้ม งวด และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมาย


4.ให้รัฐบาลปฏิรูประบบประกันสังคม


4.1 ให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 ม.39 กรณีการจ่าย เงินสมทบของผู้ประกันตน ควรจ่ายเพียงเท่าเดียว


4.2 ให้รัฐบาลนิรโทษกรรมให้กับผู้ประกัน ตน ม.39 กลับมาเป็นผู้ ประกันตนได้


4.3 ให้รัฐบาลร่วมจ่ายเงินสมทบให้กับผู้ ประกันตน ม.40 ในอัตรา 50% ทุกกรณี


4.4 ให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 โดยขยายสิทธิ ให้ผู้ประกันตนสามารถรักษาพยาบาลได้ทุกโรงพยาบาล ในเครือประกันสังคม


4.5 ให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 ม.33 โดยให้ขยาย สิทธิผู้รับงานไปทำที่บ้าน เข้าเป็นผู้ประกันตน ม.33 ได้ โดยให้ถือว่าผู้ว่าจ้างเป็นนายจ้าง


4.6 ให้รัฐบาลยกระดับสำนักงานประกัน สังคม เป็นองค์กรอิสระ


5.ให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ 2542 และยกเลิกการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุก กิจการ


6.ให้รัฐบาลยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้ ของลูกจ้าง ในกรณีเงินค่าชดเชยและเงินรายได้อื่นๆ ซึ่งเป็นเงินงวดสุดท้าย


7.ให้รัฐบาลแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ม.118 ให้กับลูกจ้างจากเดิมอายุงาน 10 ปีขึ้นไป จ่ายค่าชดเชย 300 วัน เป็นอายุงาน 10 ปีขึ้นไปเพิ่ม อีกปีละ 30 วัน


8.ให้รัฐบาลจัดให้มีศูนย์เลี้ยงเด็ก และศูนย์เก็บน้ำนมแม่ ในสถานประกอบการ


9.ให้รัฐบาลรวมกฎหมายแรงงานทุกประเภท เป็นประมวลกฎหมายแรงงานฉบับเดียว และบังคับใช้ทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ


10. ยกเลิกพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ


11. ให้รัฐบาลมีการคุ้มครองแรงงานนอก ระบบ และแรงงานข้ามชาติ


12.ให้รัฐบาลจัดตั้ง สถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน


13.ให้แรงงานมี สิทธิในการเลือกตั้งในพื้นที่สถานประกอบการ

 



ด้วยความ สมานฉันท์

องค์กรสหภาพแรงงานอัญมณี และเครื่องประดับสัมพันธ์(สอส.) กลุ่มเครือข่ายผู้ใช้แรงงานจังหวัดลำพูน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้าน นอกคอก นา



ความเห็น (0)