
หลังจากทำความรู้จักกับอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงากันแล้ว ผู้เขียนขออนุญาตนำท่านนั่งเรือหางยาวwปท่องเที่ยวหมู่เกาะน้อยใหญ่ในอ่าวพังงากันต่อนะคะ
ผู้เขียนเดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตแต่เช้า ที่ต้องออกเดินทางแต่เช้าเพราะรถที่จังหวัดภูเก็ตติดค่ะ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเยอะมากมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่ภูเก็ตกัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็เดินทางมาถึงจังหวัดพังงา การเดินมาอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาสะดวกค่ะ มีป้ายบอกตลอดทาง
การเช่าเรือล่องอ่าวพังงา มีเรือบริการนำเที่ยวออกจากท่าเรือต่าง ๆ ดังนี้
-ท่าเรือท่าด่านศุลกากร ใกล้โรงแรมพังงาเบย์ รีสอร์ท มีเรือนำเที่ยวหลายขนาดให้เช่า เรือสำหรับ 5 คน ราคา 650 บาท 15 คน ราคา 1,500 บาท 40–50 คน ราคา 2,500 บาท 80 คน ราคา 3,500 บาท* ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
- ท่าเรือสุระกุล หรือ ท่าเรือกะโสม ในอำเภอตะกั่วทุ่ง มีเรือให้เช่าหลายขนาด เรือสำหรับ 1–10 คน ราคา 1,000 บาท 11–20 คน ราคา 1,200 บาท 21–30 คน ราคา 1,500 บาท*
- ท่าเรือในบริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา มีเรือหลายขนาดไว้บริการนักท่องเที่ยว เรือสำหรับ 2-4 คน ราคา 800 บาท 10–15 คน ราคา 1,500 บาท 40 คน ราคา 3,500 บาท 41–60 คน ราคา 4,500 บาท 61–80 คน ราคา 5,500 บาท* ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง
* (อัตราค่าเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้)
สำหรับผู้เขียนเลือกที่จะใช้บริการท่าเรือในบริเวณอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาค่ะ สนนราคาเหมาทั้งลำ 1,500.- บาทขาดตัว เดินทางกัน 2 สถานี จ่ายเงินเสร็จสรรพ แอ๊คท่าถ่ายรูปเรียบร้อยแล้วพวกเราก็ออกเดินทางได้ โดยมีกัปปิตันเรือ(หางยาว)เป็นไกด์ให้ค่ะ
เมื่อกัปปิตันและเรือลำน้อยพาเราเดินทางออกจากท่าเรือแล่นมาเรื่อยๆ จะมองเห็น "เขาหมาจู" (แต่ผู้เขียนว่าเหมือนพุดเดิ้ลมากกว่าค่ะ)

เขาหมาจูเป็นภูเขาหินมีลักษณะคล้ายรูปสุนัขกำลังหมอบเห็นส่วนหัว ลำตัวและหางเป็นพู่
เมื่อถ่ายรูปจนจุใจแล้วเดินทางต่อเรื่อยๆ วิวสองข้างทาง (ทะเล) เต็มไปด้วยป่าโกงกางอันอุดมสมบูรณ์ จากนั้นไม่นานกัปปิตันก็พาเราไปดูภาพเขียน 3,000 ปี


ภูเขาเขียน
ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา มีภาพเขียนโบราณมีอายุประมาณ3,000 ปีอยู่ภายในถ้ำ เชื่อกันว่าเป็นภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ก่อนถึงตัวเกาะปันหยีประมาณ 400เมตร อยู่บริเวณภูเขา ชาวบ้านเลยเรียกกันว่า "เขาเขียน"
ต่อจากเขาเขียนคณะเราก็เดินทางผ่าน "เกาะปันหยี" เราแวะลงที่เกาะปันหยีเพื่อรับประทานอาหารตอนขากลับค่ะ



เกาะปันหยี
เกาะปันหยี ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ชื่อนี้มีที่มาเนื่องจาก “โต๊ะบาบู” ผู้นำชาวอินโดนีเซียอพยพมาเมื่อ 200 ปีก่อน เมื่อมาเจอเกาะปันหยีได้ขึ้นไปปักธงให้พรรคพวกที่อพยพมาด้วยกันรู้ว่าเป็น มีลักษณะเป็นหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายอยู่บนทะเล มีที่ดินนิดเดียวซึ่งเอาไว้เป็นที่สร้างมัสยิดและกุโบว์ เป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาแวะเยี่ยมชมมีสินค้าที่ระลึกจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์จากเปลือกหอย ผ้าบาติก สร้อย กำไล แหวน ที่ทำมากจากหอยมุก และยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีก เช่น น้ำพริกกุ้งเสียบ กะปิและเป็นจุดพักทานอาหารสถานที่เหมาะสมที่จะตั้งบ้านเรือน คำว่า “ปันหยี” แปลว่า “ธง”
กัปปิตันพาเราเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนถึง "ถ้ำลอด"



ณ ที่แห่งนี้มีบริการ (เสียตังค์ค่ะ) พานักท่องเที่ยวพายเรือคายัคชมถ้ำลอด หนุ่มๆจะพายเรือคายัคพานักท่องเที่ยวลัดเลี้ยวเข้าไปตามห้องต่างๆ ถ้าจำไม่ผิด มี 5 ห้้องค่ะ ข้างในถ้ำามีหินงอกหินย้อยสวยงามตามแบบฉบับภูเขาทางภาคใต้ค่ะ หินที่มีการเจริญเติบดตและมีชีวิตอยู่จะมีน้ำหยดลงมา อย่าเอามือไปแตะนะคะเพราะจะทำให้เค้าอยุดการเจริญเติบโต
จากนั้นกัปปิตันพาเรามุ่งหน้าสู่จุดหมายต่อไป "เขาพิงกัน" และ "เขาตะปู" (ในแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของอุทยานเขียนว่า "เขาตาปู")
เราเสียค่าเหยีบเกาะ (ค่าบำรุงรักษา) ให้กับทางอุทยานคนละ 40 บาทค่ะ 2 คนก็ 80 บาท

เดินไปจ่ายตังต์ให้กับเจ้าหน้าที่อุทยานด้านหลังเลยค่ะ ภาพนี้กัปปิตันถ่ายให้ มีรูปคู่แค่ 1 รูปเอง

เกาะตะปู ตั้งอยู่ในบริเวณทะเลด้านนอก ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา คิดเป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จากที่ทำการอุทยานฯตามลำคลองเกาะปันหยีจังหวัดพังงา อยู่ทางด้านเหนือในเวิ้งอ่าวของเกาะเขาพิงกัน เกาะตะปู มีลักษณะเป็นเกาะเดี่ยว รูปร่างคล้ายตะปู มีศัพท์เฉพาะทางธรณีวิทยาว่า เกาะหินโด่ง (Stack) การชมเกาะตะปูต้องชมในระยะไกลจากเรือ หรือจากสันดอนของเกาะเขาพิงกัน ไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะได้
ที่มาและลักษณะ
เกาะตะปู เป็นเขาหินปูน (Limestone) มีอายุยุคเพอร์เมียน (Permian) หรือประมาณ 295-250 ล้านปี เนื่องจากหินปูนมีคุณสมบัติสึกกร่อนจากการละลายน้ำได้ง่าย ดังนั้นเกาะต่าง ๆ ในบริเวณอ่าวพังงาจึงมีรูปร่างแปลก ๆ และมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการผุพังทำลายของเนื้อหิน
กำเนิดของเกาะตะปูมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลสมัยโบราณ เดิมเกาะตะปูและเกาะเขาพิงกันด้านตะวันออกมีสภาพเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกัน และอยู่บนผืนแผ่นดิน การเคลื่อนไหวของเปลือกโลกในเวลาต่อมา ทำให้เกิดมีรอยเลื่อนใหญ่เป็นแนวยาวพาดผ่านพื้นที่อ่าวพังงาด้านตะวันตกเรียกว่ารอยเลื่อนคลองมะรุ่ย รอยเลื่อนนี้ทำให้เกิดรอยเลื่อนย่อย ๆ ติดตามมาดังจะเห็นได้จากรอยเลื่อนที่เขาพิงกัน รอยเลื่อน รอยแตก และรอยแยกที่พบในหินปูนเกาะตะปู นอกจากนั้น รอยเลื่อนยังทำให้เกิดการหักพังของหินขึ้นในบริเวณรอยต่อระหว่างเขาตะปูและเขาพิงกันทางด้านตะวันออก ทำให้เขาตะปูแยกออกมาเป็นเขาลูกโดด
แผ่นดินเขาตะปูและเขาพิงกันได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลที่แผ่ขยายเข้ามาท่วมในช่วงหลังสุดเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่ผ่านมา ทำให้พื้นที่เขาพิงกัน และเขาตะปูมีสภาพเป็นเกาะ โดยบริเวณเขาตะปูเป็นหัวแหลมยื่นออกไปในทะเล ต่อมาหัวแหลมถูกคลื่นกัดเซาะและขัดเกลาจนกระทั่งมีรูปทรงเรียวและขาดออกจากตัวเขาพิงกันตะวันออกอย่างเด่นชัด มีสภาพเป็นเกาะหินโด่ง
น้ำทะเลที่ขึ้นสูงสุดเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่ผ่านมา มีระดับสูงกว่าระดับปัจจุบันประมาณ 4 เมตร การขึ้นลงของน้ำทะเล ได้กัดเซาะเกาะตะปูให้เกิดเป็นแนวรอยน้ำเซาะหิน เว้าเข้าไปที่ระดับดังกล่าว ต่อมาน้ำทะเลลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 2.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลปัจจุบัน ระดับน้ำทะเลใหม่ได้กัดเซาะส่วนล่างของเกาะตะปู ให้เกิดเป็นรอยน้ำเซาะหินแนวใหม่ คือ ระดับที่เป็นส่วนคอดกิ่วที่สุด และเป็นบริเวณที่มีสิ่งมีชีวิตเช่น หอย เพรียง เกาะอาศัยอยู่โดยรอบเมื่อได้นำซากหอยนางรมที่ติดอยู่ในแนวรอยกัดเซาะนี้ไปหาอายุโดยวิธีคาร์บอนรังสี (C14) ได้อายุประมาณ 2,620 + 50 ปี แสดงว่ารอยคอดกิ่วนี้เกิดจากการกัดเซาะของน้ำทะเลเมื่อเวลาประมาณ 2,500 ปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นน้ำทะเลจึงลดระดับลงมาอยู่ที่ระดับปัจจุบัน ส่วนที่คอดกิ่วที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 ปีที่ผ่านมานี้เอง ทำให้เกาะตะปูมีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ
เกาะตะปูมีปัญหาการพังทลาย อันเกิดจากการกัดเซาะกัดเซาะของน้ำทะเล การขุดเจาะเนื้อหินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์จำพวกหอยนางรม เพรียง ปู ฯลฯความแรงของคลื่นลมในฤดูมรสุม การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของโลก เนื่องจากปฏิกิริยาเรือนกระจกอันอาจมีผลให้คลื่นลมเปลี่ยนความเร็วและสุดท้ายคือการ ถูกรบกวนด้วยกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การจอดเรือโดยการทิ้งสมอการผูกเรือไว้รอบเกาะ รวมทั้งคลื่นจากเรือหางยาวที่วิ่งรอบเกาะ
ภาพยนตร์
ภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ ตอน เพชฌฆาตปืนทอง (The Man with the Golden Gun) ฉากหลังเป็นเกาะตะปูเกาะตะปูเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง
จนมีภาพยนตร์ฮอลลีวูดมาถ่ายทำที่เกาะตะปูนี้ ในปีพ.ศ. 2517 ภาพยนตร์เรื่องเจมส์ บอนด์ ตอนเพชฌฆาตปืนทอง (The Man with the Golden Gun)
และเกาะตะปู ยังได้รับการขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า "James Bond Island" อีกด้วย
เขาพิงกัน ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา

เขาพิงกันตั้งอยู่บนเกาะเขาพิงกันตะวันตก อยู่ในเขตพื้นที่อ่าวพังงา ตำบลกะไหล อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา การเข้าถึงพื้นที่สามารถไปได้โดยทางเรือจากหลายจุดทั่วอ่าวพังงา-กระบี่ แหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในเขตอ่าวพังงา ได้แก่ เกาะปันหยี เกาะตะปู ถ้ำลอด การเดินทางไปเที่ยวหนึ่งๆ จะรวมการขึ้นฝั่งไปเที่ยวเกาะปันหยี ขึ้นฝั่งเกาะเขาพิงกันลอยเรือชมเกาะตะปู และถ้ำลอด
ลักษณะของแหล่ง
เขาพิงกันเป็นชื่อเรียกตามลักษณะธรรมชาติที่พบบนเกาะพิงกันซึ่งเป็นเกาะที่ประกอบด้วยภูเขาสองลูกตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก และทิศตะวันออก มีหาดทรายเชื่อมต่อระหว่างภูเขาทั้งสอง หน้าอ่าวด้านทิศเหนือมีเกาะตะปูตั้งอยู่ ภูเขาบนเกาะเขาพิงกันเดิมเป็นเกาะเล็กๆ สองเกาะแยกจากกัน ภายหลังมีการสะสมตัวของทรายจนตื้นเขินพ้นระดับน้ำทะเลกลายเป็นสันดอนทราย ซึ่งมีชื่อเรียกทางธรณีวิทยาว่าสันดอนเชื่อมเกาะ(Tombolo) เชื่อมเกาะทั้งสองให้เป็นเกาะเดียวกัน คำว่า เขาพิงกัน มาจากการค้นพบว่า ที่ฐานของภูเขาด้านทิศตะวันตกมีมวลหินขนาดใหญ่ตั้งพิงอยู่
ธรณีวิทยาและการเกิดเขาพิงกัน
เกาะเขาพิงกันตะวันตกและเกาะเขาพิงกันตะวันออก ซึ่งเชื่อมต่อกันด้วยสันดอนเชื่อมเกาะ รวมทั้งเกาะตะปูซึ่งตั้งอยู่หน้าเกาะเป็นหินปูนเนื้อปนโดโลไมต์ (Dolomitic limestone) มีลักษณะเป็นหินปูนเนื้อแน่น(Massive) อายุยุคเพอร์เมียน (Permian) หรือราว 295 -250 ล้านปี การเกิดเป็นลักษณะเขาที่พิงกันนั้น เกิดจากรอยเลื่อนปกติ (Normal fault) ได้ตัดผ่านภูเขาด้านตะวันตกของเกาะ ในทิศทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยมีการเอียงเทไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 76 องศา แนวรอยเลื่อนนี้เฉือนให้หินปูนส่วนริมของเกาะขาดจากหินส่วนใหญ่ที่เป็นตัวเกาะ จากการศึกษารอยไถล หรือรอยครูดที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของมวลหินบนระนาบรอยเลื่อน (Fault plane) ซึ่งปรากฏให้เห็นชัดเจนบนผิวหน้าเรียบที่มวลหินทั้งสองพิงกันนั้นพบว่ามวลหินปูนริมเกาะด้านทิศเหนือหรือส่วนที่ถูกเฉือนออก ได้เลื่อนตัวตกลงมาตามระนาบรอยเลื่อน ต่อมาภายหลังน้ำได้กัดเซาะฐานของมวลหินด้านเหนือจนกระทั่งขาดถึงระนาบรอยเลื่อน ทำให้มวลหินด้านเหนือหักและได้เคลื่อนตัวบิดเฉออกไปจากแนวรอยเลื่อนทำให้ได้ลักษณะมวลหินทิศเหนือพิงอยู่กับมวลหินขนาดใหญ่ด้านทิศใต้ หรือภูเขาหินปูนของเกาะเขาพิงกันตะวันตก
เขาพิงกันเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความแปลก ชวนให้พิศวง เช่นเดียวกับเกาะตะปู ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันเป็นธรรมชาติิที่ไม่พบเห็นได้บ่อยนัก จึงมีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง
สิ่งที่ผู้เขียนอยากขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยว คือ เรื่องของขยะค่ะ ที่เขาพิงกันมีถังขยะรองรับขยะหลายจุดอยากให้พวกเราช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะลงถังเถอะนะคะ อย่าเอาขยะไปซุกไว้ตามซอกหลืบหรือตามทางเดินเลยค่ะ เห็นใจเจ้าหน้าที่ และจะได้เป็นการช่วยอนุรักษ์ให้เขาพิงกันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ารื่นรมณ์ต่อไปนะคร้า