นักเรียนกฏหมายควรจะมีบุคลิกภาพแบบไหน?
บุคลิกภาพของนักเรียนกฎหมาย
บุคลิกภาพมีความสำคัญต่อมนุษย์ ในการดำรงตนในสังคมปัจจุบัน ในการทำงาน สังคม การประกอบ ร่วมกับคนอื่นได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตนเองเป็นที่ยอมรับของคนอื่น หรือคนในสังคมทำให้เกิดความสุขกับตนเอง ซึ่งการแสดงออกของคนที่มีบุคลิกภาพที่ดีนั้น จะเป็นไปตามธรรมชาติ ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ ศรัทธา ผู้ร่วมงานมีความสุขในการทำงานร่วมกัน บุคลิกภาพภายนอกที่สะท้อนออกมาให้ผู้พบเห็นเกิดความประทับใจ ในการเรียนกฎหมาย ไม่ใช่เรียนและอ่านถ้อยคำของตัวบทกฎหมายเท่านั้น(not just reading the law) แต่สิ่งที่นักกฎหมายต้องรู้และปฏิบัติคือ inorder to know what it is, we must know what it has been andwhat it tends to become กล่าวคือ ไม่ใช่เฉพาะตัวลายลักษณ์ แต่ต้องรู้ว่า ทำไมจึงมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้น กฎหมายนี้จะเดินไปถึงเมื่อไรและในที่สุดจะเป็นอย่างไร แนวคิดในการพัฒนากฎหมาย จึงต้องมีมุมมองทั้ง ๓ มิติ คือมองอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เช่น กฎหมายแข่งขันทางการค้า ตอนออกกฎหมายนี้อ้างว่ามีประโยชน์มาก แต่พอใช้แล้วไม่ work เพราะอะไร และจะปรับปรุงพัฒนาต่อไปอย่างไร( ศ.(พิเศษ) ประสิทธิ์ โฆวิไลกูล http://www.led.go.th/train_law/2/310350m2.pdf)
ดังนั้นจึงแบ่งบุคลิกภาพออกเป็น 2 ลักษณะ
1. บุคลิกภายนอก ส่วนที่มองเห็นได้ชัดเจน เป็นสิ่งที่สังเกตได้ง่าย ได้แก่ รูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย กิริยา มารยาท ท่าทาง(การนั่ง,การยืน) วิธีการพูดจา(การใช้น้ำเสียง,การใช้ถ้อยคำ)
2. บุคลิกภาพใน ส่วนที่มองมองเห็นได้ยาก สัมผัสได้ยาก แต่อาจทราบได้ โดยการอนุมานจากการแสดงออกมาภายนอกของทัศนคติที่อยู่ภายในใจ เช่น ความเชื่อมั่นในตนเอง ปรัชญาชีวิต ค่านิยม ความสนใจ ความกระตือรือร้น ความรอบรู้ ความสามารถ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ความจริงใจ ปฏิภาณไหวพริบ ความรับผิดชอบ ความกล้าหาญ ความสุขุมเยือกเย็น ความมีคุณธรรม และลักษณะอารมณ์ประจำตัว
เมื่อบุคลิกภาพคือเอกลักษณ์ของแต่ละคนที่เหมือนหรือแตกต่างกัน ย่อมเกิดจากอิทธิพลของสิ่งต่างๆ เช่นพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม และประสบการณ์ ในแต่ละช่วงชีวิตที่ได้จากการเรียนรู้ทางสังคม
บุคลิกภาพ ของแต่ละคนจะเป็นสิ่งประจำตัวของคนคนนั้น ที่ทำให้แตกต่างจาก คนอื่น และมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่จะประกอบกัน ทำให้คนแต่ละคนมี บุคลิกภาพ เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นผลมาจาก การทำงานประสานกันของ สมอง ที่ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม และประสบการณ์ ที่ได้รับจาก สิ่งแวดล้อม
บุคลิกภาพ มีความสำคัญต่อชีวิตเราอย่างยิ่ง ทำให้เรารู้สึกถึงความสำคัญของตัวเอง เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่รู้ว่าขณะนี้ตัวเราเป็นคนอย่างไร และเราจะไม่มีทางเข้าใจว่าขณะนี้เราเป็นคนอย่างไร ถ้าไม่รู้ว่าเราควรจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญที่สุด เราจะต้องค้นพบตัวเอง และเป็นตัวของตัวเอง
คำว่า “บุคลิกภาพ” (personality) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของบุคคลที่บ่งบอกความแตกต่างระหว่างบุคคล ได้มีผู้ให้ความหมายไว้ต่างๆ กันดังต่อไปนี้
เออร์เนส อาร์.ฮิลการ์ด (Hilgard 1962:447) กล่าวว่า บุคลิกภาพ เป็นลักษณะส่วนรวมของบุคคล และการแสดงออกของพฤติกรรม ซึ่งชี้ให้เห็นความเป็น ปัจเจกบุคคล ในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงลักษณะที่ส่งผลสู่การติดต่อสัมพันธ์กับผู้อื่น ได้แก่ ความรู้สึกนับถือตนเอง ความสามารถ แรงจูงใจ ปฏิกิริยาในการเกิดอารมณ์ และลักษณะนิสัยที่สะสมจากประสบการณ์ชีวิต
ฟิลลิป จี.ซิมบาร์โด และฟลอยด์ แอล.รูช (Zimbardo and Ruch 1980:292) อธิบายว่า บุคลิกภาพ เป็นผลรวมของลักษณะ เชิงจิตวิทยาของบุคคลแต่ละคน มีผลต่อการแสดงออกซึ่งพฤติกรรมหลากหลายของบุคคลนั้น ทั้งส่วนที่เป็นลักษณะภายนอก ที่สังเกตได้ง่ายและพฤติกรรมภายในที่สังเกตได้ยาก ลักษณะที่หลากหลายดังกล่าว ส่งผลให้บุคคลแสดงออก ต่างกันใน แต่ละสถานการณ์และช่วงเวลา
ริชาร์ด ซี.บุทซิน และคณะ (Bootzin and others 1991:502) ให้ความหมายว่า บุคลิกภาพ เป็นลักษณะนิสัยและรูปแบบของความคิด ความรู้สึก และการประพฤติปฏิบัติของบุคคลแต่ละคน
อัลชลี แจ่มเจริญ (2530:163) ให้ความหมายว่า บุคลิกภาพ หมายถึงลักษณะส่วนรวมของบุคคลทั้งหมด ที่แสดงออกมาปรากฎ ให้คนอื่นได้รู้ได้เห็น ซึ่งแตกต่างกันเพราะภาวะสิ่งแวดล้อมที่สร้างตัวบุคคลนั้นแตกต่างกันประการหนึ่ง และพันธุกรรม ที่แต่ละบุคคล ได้มาก็แตกต่างกัน ไปอีกประการหนึ่ง
บุคลิกภาพที่มีผลต่อการดำรงชีวิต ของคนในสังคม ย่อมส่งผลกระทบต่อการเลือกการประกอบอาชีพในการทำงานด้วยสำหรับอาชีพนักกฎหมายที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือ ในการใช้ทักษะในทางการพูดโต้แย้ง กล้าคิด กล้าทำ ชอบการแข่งขัน ทะเยอทะยาน ชอบกิจกรรมที่เป็นกลุ่ม หรือองค์การ หรือ พบปะผู้คน มีความคล่องแคล่วว่องไว ไม่ชอบกิจกรรมที่ต้องเขียนด้วยสำนวน ภาษาแบบสละสลวย เป็นพวกที่มุ่งงานและมุ่งความสัมพันธ์
ด้านความสามารถ มักจะถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย สามารถควบคุมการปฏิบัติงานของผู้อื่นได้ มีความกระตือรือร้น สามารถชักจูงให้คนอื่นเข้าร่วมกิจกรรมที่ตนต้องการได้ เป็นตัวแทนการเจรจาตกลงให้กับกลุ่มหรือองค์การได้ดีแต่การเกิดปัญหาในการปรับตัวการทำงานร่วมกับคนอื่นมักจะเป็นปัญหาที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยเยาว์ซึ่งเป็นปัญหาด้านบุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์
ปัญหาด้านบุคลิกภาพที่ไม่ประสงค์ แฮรี่ สแต็ค ซันลิแวน(Harry Stack Sullivan) ได้กล่าวว่าปัญหาของบุคลิกภาพที่ไม่พึงประสงค์ เกิดจากสาเหตุ 6 ประการคือ
-
การหมกหมุ่นอยู่กับตัวเอง บุคลิกภาพนี้มักจะท้อแท้ มีความเจ็บแค้นใจ ผิดหวังง่าย และคิดว่าตนเองถูกเข้าใจผิดอยู่เสมอ สาเหตุเกิดจากผิดหวังในสัมพันธภาพระหว่างตนเองกับบุคคลอื่น
-
ประเภทไม่สุงสิงกับใคร ประเภทนี้มักคิดว่าตนเองทำกับใครไม่ขึ้น มักจะน้อยใจ สาเหตุเกิดจากการไม่ได้รับความรักเหมือนไม่มีใครรักในวัยเด็ก ผลจึงสืบต่อเนื่องมา
-
ประเภทพึ่งพาคนอื่นไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ประเภทนี้มักปฎิบัติตามการแนะนำของคนอื่น พึ่งพาคนอื่นเป็นหลัก สาเหตุเกิดจากการเลี้ยงดูที่บิดา มารดา หรือผู้เลี้ยงดูแสดงอำนาจเหนือเด็กตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงวัยเด็ก หรือวัยเยาว์
-
ไม่เป็นมิตรกับใคร ประเภทนี้มักไม่ประสงค์คบหาสมาคมกับใคร มักหงุดหงิดง่าย สาเหตุเป็นเพราะบิดา มารดาหรือผู้ดูแลเคี่ยวเข็ญและเอาใจใส่ดูแลบุตรธิดา เพื่อหวังจะให้ได้ดีมากเกินไป อีกทั้งมักจะไม่พอใจและไม่สนใจเกี่ยวกับผลการกระทำ หรือผลงานใดๆของบุตรธิดาของตน
-
ประเภทชอบคัดค้าน บุคคลประเภทนี้มักจะเถียง ชอบคัดค้าน สาเหตุเพราะชอบเรียกร้องความสนใจ เมื่อตนเองอยู่ในวัยเด็กและเมื่อเจริญเติบโตขึ้นก็ยังคงใช้วิธีการเดิมและมักจะใช้วิธีคัดค้าน เมื่อรู้สึกว่าความสุข ความปลอดภัยของตนเองถูกคุกคาม
-
ประเภทเบี่ยงเบนทางเพศ บุคคลประเภทนี้มักจะนี้มักจะมีการปรับตัวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องเพศอย่างผิดๆเป็นผลมาจากการอบรมเลี้ยงดูที่บิดามารดาขาดสัมพันธภาพที่ดีกับบุตรธิดา ไม่สามารถให้ความอบอุ่นทางใจหรือเป็นตัวแบบที่ไม่เหมาะสม ไม่สามารถสื่อความหมายเกี่ยวกับบทบาททางเพศของบุตรธิดาได้อย่างถูกต้องชัดเจน อีกทั้งสัมพันธภาพระหว่างบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับเพศนั้นๆเป็นไปอย่างไม่เหมาะสม
เราจะเสริมสร้างบุคลิกภาพที่เหมาะสมได้อย่างไร?
การเสริมสร้างบุคลิกภาพ
1. การสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง
2. การสร้างเสริมด้วยการแต่งกายดี ถูกกาลเทศะ
3. ความจริงใจ และเป็นมิตรกับผู้อื่น
4. ความรอบรู้ รอบคอบ
5. ความกระตือรือร้น ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
6. ความจำ ปฏิภาณไหวพริบ
7. ความรับผิดชอบ และเข้มแข็งอดทน
8. ความมีสติ-สุขุม-เยือกเย็น
9. การมีสุขภาพใจดี
10. การมีสุขภาพกายดี
การเสริมสร้างบุคลิกภาพของนักเรียนกฏหมายเพื่อให้เป็นนักกฎหมายที่ดี
เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน ได้แก่
1. imagination มีจินตนาการ มีความฝัน (dream)
2. ต้องพยายามสร้างวิสัยทัศน์ (vision ศึกษาด้วยว่าหมายถึงอะไร) เรามี vision หรือไม่ จะทำให้เกิดความสำเร็จอย่างชอบธรรม มีเหตุผลได้อย่างไร
3. มีความกระตือรือล้น (ambition)
4. มีแผนหรือกลยุทธ์หรือกรอบที่ถูกต้อง (แต่อย่าฟุ้ง) (plan and consideration strategy)
5. มีความขยัน เพียรพยายาม อุตสาหะ อดกลั้นอดทน (Action, perserverance, patient)
6. ต้องสู้ (struggle)
การจะทำงานให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องพัฒนาบุคลากร โดยให้ความรู้ที่ดีที่สุด โดยนักกฎหมายต้องตั้งใจให้ดีที่สุด เพราะสังคมปัจจุบันเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญานักกฎหมายจึงไม่ควรมองข้ามหลักกฎหมายทั่วไป เช่นหลักกรรม เป็นเครื่องชี้เจตนาในกฎหมายอาญา หลักสุจริต (Good Faith) ในกฎหมายแพ่ง สามารถใช้ได้ทั้งใน ทางเป็นคุณและเป็นโทษ จึงต้องศึกษาและสะสมองค์ความรู้ให้มาก เพื่อให้สามารถใช้แก้ปัญหา ได้ อย่างสมเหตุสมผลที่สุด ต้องมีความรู้ทางภาษาไทยดีที่สุด
ที่มา
( ศ.(พิเศษ) ประสิทธิ์โฆวิไลกูล http://www.led.go.th/train_law/2/310350m2.pdf)
www. http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=ajarnben&month=15-11-2010&group=23&gblog=4 วันที่ 11/04/2554 http://www.novabizz.com/NovaAce/Personality.htm วันที่ 11/04/2554
สุดยอดครับ
บุคลิกภาพนักศึกษา ใช้ได้ทั่วไปครับ อยากให้นักกฎหมายมาอ่านจัง
หวังไว้ว่าอีกสองปีข้างหน้า หนูจะเป็นนักกฎหมายที่ดีค่ะ