ดอกไม้สวยงามมีอยู่มากมาย มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป หนึ่งในนั้นคือ "ดอกชงโค"
“ดอกชงโค” มีลักษณะคล้ายดอกกล้วยไม้ มีความโดดเด่นเนื่องจากเป็นดอกของต้นไม้ใหญ่ และมีใบเป็นคู่มีลักษณะโค้งมนและติดกันเหมือนปีกผี้เสื้อ จึงมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Orchid Tree หรือ butterfly tree[1]
“ดอกชงโค” เป็นดอกไม้ประจำคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก็มีอยู่ไม่น้อย โดยคนเชียงใหม่จะเรียกกันว่า "ดอกเสี้ยว" ตามลักษณะของใบ ที่ปลูกกันมากเพราะสามารถนำใบมาประกอบเป็นอาหารได้ มีสรรพคุณรักษาอาการไอ[2] อีกทั้งถือเป็นไม้มงคลอีกด้วย[3]
ในงานเลี้ยงส่งท่าน “จุนโกะ โยโกตะ” อดีตกงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ ปัจจุบันรับตำแหน่งเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้เล่าว่าท่านมีชื่อไทย คือ “ชงโค” ที่ตั้งขึ้นโดยอาจารย์ละเมียด อนุกุล จากวิทยาลัยครูสวนดุสิต[4] เนื่องจากคำว่า “จุนโกะ” ออกเสียงใกล้เคียงกับ “ชงโค”
ที่มาของบทความในวันนี้ เนื่องจากต้นดอกเสี้ยวหน้าบ้านผลิยอดอ่อนๆเต็มต้น เหมาะกับการทำ “แกงผักเสี้ยว” [5] เป็นนักหนาจึงต้องค้นคว้าหาสรรพคุณ และเป็นที่มาของการเริ่มแบ่งปันในวันนี้ที่ Go to know
“จุนโกะ” กับ “ชงโค” และเรื่องของการตั้งชื่อเรียก สรรพสิ่ง “คำนาม” “วิสามานยนาม” และการแบ่งประเภทของคำในภาษาญี่ปุ่น การเปรียบเทียบภาษาญี่ปุ่นกับภาษาไทยคงเป็นหัวข้อต่อไปที่ต้องหาเวลาเขียนซะแล้ว