นโยบายหยุดกิจกรรมทำนา หยุดการปล่อยน้ำให้ชาวนา หยุดอาชีพชาวนาก็เท่ากับหยุดรายได้ หยุดชีวิตของชาวนาที่จะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก

ข่าว การระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลรู้สึกว่าจะมีหลายระลอกคล้ายกับเหตุการณ์สึ นามิและแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นและในหลายๆประเทศแถบเอเชียเพราะยังมี การระบาดที่ต่อเนื่องและลุกลามขยายออกไปในหลายพื้นที่ก่อเกิดความเสียหายแก่ ผลผลิตของเกษตรกรชาวนาอีกทั้งต้องเสียสตางค์นำไปซื้อหาผลิตภัณฑ์การเกษตร ทั้งในรูปแบบจุลินทรีย์ชีวภาพและสารเคมีหรือยาฆ่าแมลงเพื่อหวังทำลายเจ้า เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลให้สูญสิ้นไปจากแปลงนา  

แต่ก็เป็นได้แค่ความหวังลมๆ แล้ง ๆ เพราะความจริงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลก็ยังคงอยู่ คอยหลบเลี่ยง หลีกเร้นไปตามพืชอาศัยในท้องถิ่นนั้นๆ เช่นอยู่ตาม ผักปอด ผักตบ พังพวย ป่ากล้วย กอดงพงหญ้าหรือแปลงนาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ดังนั้นการใช้นโยบายหยุดกิจกรรมทำนา  หยุดการปล่อยน้ำให้ชาวนา หยุดอาชีพชาวนาก็เท่ากับหยุดรายได้ หยุดชีวิตของชาวนาที่จะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้บ้าง เพียงหวังตัดวงจร “เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล” ให้หมดไป   การหยุดกิจกรรมต่างๆนั้นจะไม่ได้ผล ไม่สามารถหยุดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ เพราะยังมีพืชชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่ให้วงจรชีวิตของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลใช้หลบเป็นพืชอาศัยได้   ดังนั้นเหตุผลดังกล่าวจึงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ประเภท ขี้ช้างจับตั๊กแตน หรือ จับหนูเพียงตัวเดียวโดยเผาไร่ทั้งไร่ หรือเผาป่าทั้งป่า

 

      เกษตรกรชาวนา คงต้องหันกลับมาพึ่งหลักพุทธธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันอีกครั้ง ในเรื่อง “อัตตาหิ อัตตโน นาโถ” ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน โดยกลับมาทบทวนกระบวนการทำนากันอีกสักรอบสองรอบ (เหมือนแผ่นดินไหวและสึนามิบ้าง) ว่าน่าจะกลับมาสนใจเรื่องการเตรียมดินให้เหมาะสมต่อการกินปุ๋ยของต้นข้าว โดยปรับปรุงสภาพดินให้มีค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (พีเอช)อยู่ระหว่าง 5.8 – 6.3 (กรดอ่อนๆ) และตรวจสอบประวัติการใส่ปุ๋ยให้ให้ข้าวกินอาหารให้ครบทั้งธาตุหลัก ธาตุรองและเสริม อนุรักษ์สัตว์หรือแมลงธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ให้คงความสม ดุลย์ด้วยการไม่ฉีดพ่นยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีกำจัดศัตรูอย่างเด็ดขาด สร้างภูมิคุ้มกัน สร้างความแข็งแรงให้กับผนังเซลล์ของต้นข้าวให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอด้วยการ ใช้หินแร่ภูเขาไฟ  หินลาวา หินเถ้าภูเขาไฟ (มีซิลิก้าที่ละลายน้ำได้ H4Sio4 ต้นข้าวสามารถดูดกินนำไปใช้ได้) ใช้จุลินทรีย์ชีวภาพ ป้องกันกำจัด ควบคุมไข่และตัวอ่อนมิให้เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น เพียงเท่านี้เกษตรกรชาวนาก็ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองในการนำไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุได้อย่างสบายหายห่วง

 

เขียนและรายงานโดย : นายมนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com