กิจกรรมของเสริมงาม คุณหมอมาโนช มาเล่าให้ฟังค่ะ

คุณหมอมาโนชมาต่อยอดกิจกรรม เมื่อปี 2551 โดยได้รับรู้การทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ จากอำเภอแจ้ห่ม จึงคิดว่า ถ้าจะทำ จะทำจากจุดที่ยาก หรือจุดที่ง่ายก่อน จึงมาดูในพื้นที่ของเรา ว่าผู้สูงอายุเป็นอย่างไร

โดยถามข้อมูลกับผู้รับผิดชอบ ทั้งในส่วน คป.สอ. และผู้รับผิดชอบงานผู้สูงอายุของโรงพยาบาล ว่า ผู้สูงอายุเป็นอย่างไร การรวมตัวเขาเป็นอย่างไร ที่ไหนเข้มแข็ง เข้มแข็งอย่างไร ที่ไหนยังไม่มีการรวมตัว เพราะอะไร ทำไมการทำงานในแต่ละที่ถึงต่างกัน เพราะอะไรบ้าง รวมทั้ง ไปคุยกับสถานีอนามัย ถามข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง

(ฝ่ายเวชฯ เอง ก็มีความอยากให้ผู้สูงอายุ ไม่ใช่ได้รับการรักษาแต่เฉพาะโรคที่เป็น แต่ให้มองทั้งหมด theme การรักษาแบบองค์รวม ให้มีทีมงาน ทำในเรื่องต่างๆ กับกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เบาหวาน ความดัน ตรวจเลือด ทันตฯ ก็จะเป็นเรื่องของสุขภาพช่องปาก สุขภาพจิต ... เพื่อทำให้คนแก่คนเฒ่า ตรงนั้นก็จะมีเรื่องของสุขภาพจิต สุขภาพฟัน สุขภาพกายที่ครบ)

ผู้สูงอายุในพื้นที่ จะมีการรวมกลุ่มเพื่อการออกกำลังกายเป็นหลัก และมีกลุ่มที่เป็นโรคทางระบบ ที่ต้องมารับการดูแล รับยา ในคลินิกเบาหวาน ความดัน ซึ่งเดิมอยู่ที่โรงพยาบาล แต่ต่อมาจะกระจายไปอยู่ที่สถานีอนามัยมากขึ้น

ความคิดของหมอโนชจึงเริ่มต้นที่ ถ้าจะทำ ก็จะทำในชมรมที่เข้มแข็งก่อน เพราะว่า สิ่งที่ชมรมผู้สูงอายุทำกันมาดั้งเดิม ก็คือ การออกกำลังกายกาย แต่ความสม่ำเสมอในแต่ละที่จะต่างกัน การเข้ามารวมกลุ่มกันจะ pack กันแน่นขนาดไหน มันก็จะอยู่ที่ตัวชมรมฯ เอง ... ความเข้มแข็งของชมรมผู้สูงอายุนั้น ก็คือ เรื่องที่หนึ่งคือ ทำกิจกรรมสม่ำเสมอ สองคือ จำนวนคนในชมรม สามคือ มีแกนนำ และสี่ คือ มีผู้ที่ทำหน้าที่ประสานงาน เพราะว่า การประสานงานทำให้เกิดการทำงานที่ดี

ผมเริ่มที่ตำบลเสริมซ้าย ทั้งตำบล ... เขาเป็นชมรมที่ทุกหมู่บ้านจะมารวมกันเป็นตำบลเดียว มีผู้สูงอายุมารวมกันประมาณ 60-70 คน คนที่มา คือ คนที่มีใจรัก และอยากมาทำกิจกรรมด้วยกัน ในเรื่องของการเล่นดนตรี ออกกำลังกาย จักสาน มีการนัดกันทุกวันพุธ ... บางทีก็ออกกำลังกายก่อน ก่อนหน้าก็จะมีสะล้อซอซึง เรื่องการจักสาน และเรื่องของการแปรงฟันก่อนออกกำลังกายตามมาด้วย

ผู้สนับสนุน ก็จะมี 1) โรงพยาบาลเสริมงาม ดูแลในเรื่องสุขภาพ เภสัช สอนทำลูกประคบ ทันตฯ เป็นเรื่องสุขภาพช่องปาก สุขภาพจิต เรื่องของการไปวัด การดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน 2) อบต. เป็นเรื่องแหล่งเงินทุน สถานที่ การนำเที่ยว เรื่องวิทยากร เครื่องดนตรี ... ความต้องการในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ เกิดจากการทำกลุ่ม ทั้งทางฝ่ายโรงพยาบาล อบต. พื้นที่ กำนัน พระสงฆ์ ได้มีการคุยกันมาก่อนว่า ปีนี้ใครอยากทำอะไร ทุกกลุ่มก็จะมาร่วมกันกำหนดว่า เขาอยากได้อะไรบ้าง

แนวคิด การทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ ของเสริมงาม ... "สุขภาพกายใจ บนชีวิตแบบเสริมงาม"

ช่วงแรก เป็นเรื่องของการบูมสร้างกระแส แล้วค่อยเติมเข้าไปในแต่ละอย่าง เอาแต่ละฝ่ายเข้าไป ไม่ได้ไปพร้อมกันหมด เขาเรียกว่า คัดเลือกปุ๊บ ... ปล่อยความคิด พาไปดู เน้นการให้ก่อน เมื่อให้แล้ว ก็จะมีคนเข้ามา ถึงเวลาการสร้างกลุ่ม ทำให้เขามีกิจกรรมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็เกิดกิจกรรมร่วม พอเกิดความเข้มแข็ง คนเห็นว่า เขามากันตลอด และระยะหลัง เขาจะเริ่มเพิ่มวันที่มารวมกลุ่มดัน พอกลุ่มเข้มแข็ง อบต. ก็จะเข้ามา จนกลายเป็นแกนหลักสนับสนุน

ช่วงต่อไป คือ การสร้างกระบวนการด้วยตัวของเขาเอง เขียนโครงการเอง ประสานงานเอง เมื่อสร้างการดูแลเองได้ ต่อไปเราก็ทำหน้าที่สนับสนุน วิชาการ เยี่ยมดู ไปดำหัว ไปร่วมกิจกรรม ชุมนุมเขาก็จะขับเคลื่อนกันเอง อยากให้เกิดมาตรการอย่างนี้ โดยมองที่ theme คือ "สุขภาพกายใจ บนชีวิตแบบเสริมงาม" ให้เขาอยู่ได้ตรงนี้ ค่อยๆ เติมเต็ม

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในชุมชนต่อไปก็คือ ประมาณว่า ให้เขาอยู่ได้ด้วยความสุข บั้นปลายชีวิต เมื่อเขาอายุ 60 จะมีกลุ่มนี้รอเขาอยู่ และเขาจะมีความสุขกับการอยู่ตรงนี้

เมื่อกลุ่มได้สร้างกระบวนการเสร็จแล้ว ต่อไปก็ต้องกระจายออก ก็คือการเข้าไปสู่ชุมชน ซึ่งไม่ใช่แต่เรื่องสุขภาพฟันอย่างเดียว

ในบริบทของการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก สิ่งที่ทำก็คือ 1) การส่งเสริมเรื่องการแปรงฟัน การตรวจฟันให้เขาทุกปี 2) ตรวจฟันเสร็จ ก็ทำชุดสิทธิประโยชน์ และ 3) การทำฟันเทียม นัดไปทำที่โรงพยาบาล

เมื่อมาทำที่เสริมกลาง ชมรมผู้สูงอายุจะอยู่เป็นรายหมู่บ้าน รวมตัวที่หมู่บ้านของเขาเอง และกำลังเริ่มการดำเนินงานที่เสริมกลาง เป็นปีที่ 2 และปีหน้าจะขยายไปเสริมขวา

ในความคิดของผม ... การทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุให้ยั่งยืน กลุ่มผู้สูงอายุต้องมีแกนนำ แกนนำที่ดี เป็น Key word สำคัญมาก เพราะว่า เมื่อไรก็ตามที่แกนนำเริ่มทำงาน หรือมองว่า ต้องทำโน่นทำนี่ มันจะทำให้ชมรมฯ นั้นเดินหน้า เช่น ประชุมเขาก็จะมา แต่เมื่อไรก็ตามที่ผู้นำไม่ทำ การเคลื่อนไหวจะค่อนข้างน้อย

... ผมอยากให้กิจกรรมอยู่ที่สถานีอนามัย เมื่อเราตรวจเสร็จ ก็มีทันตแพทย์ไปอยู่อนามัย ให้การรักษาเบื้องต้น ทำอะไรง่ายๆ ขูดหินปูน ทาฟลูออไรด์วานิช ถ้าทำฟันเทียม ก็มาทำที่โรงพยาบาล

แนวทางการดำเนินงานต่อไป

แผนก็คือ เน้นทำเป็นตำบล และกระจายให้ครบทั้งอำเภอ เมื่อกระจายได้ครบทุกอำเภอ ก็จะให้ดูเป็นภาพรวมทั้งหมด ไม่เน้นงานใดงานหนึ่ง แต่ทำไปร่วมๆ กัน ค่อยเป็นค่อยไป ... เบื้องต้น สิทธิพื้นฐานเขาควรได้ เรื่องของการตรวจ การให้การรักษา ความรู้ที่ต้องให้ ถ้ากลุ่มไหนเก่ง ก็ให้เขาไปทำกระจายต่อ 1) ในส่วนของลูกหลาน 2) ในโรงเรียน หรือกับกลุ่มศูนย์เด็ก

รวมเรื่อง ลปรร.คนลำปาง ที่บ้านกรูด